รีวิว TP-Link M7200 พ็อกเก็ต Wi-Fi ยอดนิยม รองรับ 4G LTE ให้คุณเล่นเน็ตได้ทุกที่

สารบัญ

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.0 เต็ม 10 

(ดูเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่นี่)

ไฟแสดงสถานะการทำงาน
    • เพียงเปิดเครื่องก็ใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องตั้งค่า
    • ขนาดเล็ก กะทัดรัด และน้ำหนักเบา
    • แอปพลิเคชั่น tpMiFi ที่จัดการค่าต่าง ๆ ได้ง่าย
    • อายุการใช้งานแบตฯ เพียงพอกับการใช้งานใน 1 วัน
    • การตั้งค่าต่าง ๆ ยังคงเดิม แม้จะเปลี่ยนไปใส่ซิมอื่น
    • รองรับ 4G FDD/TDD-LTE ซึ่งใช้งานได้กับเครือข่ายของประเทศส่วนใหญ่
    • วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด และปุ่มเปิด-ปิด ใช้งานยาก
    • พอร์ตชาร์จ Micro USB
    • ไม่รองรับ Wi-Fi ดูอัลแบนด์
    • ไม่รองรับ Micro SD card
    • ไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน ไม่ได้ติดตลอดเวลา

หลังจากที่เราต้องเจอกับ Covid 19 มานาน หลายคนก็คงจะเคยชินกับการใช้ชีวิตยุค New Normal กันไปหมดแล้ว ซึ่งจะต้อง สวมหน้ากากตลอดเวลา ต้องพกสเปรย์/เจลแอลกอฮอล์ เพื่อใช้ล้างมือ ต้องตรวจ ATK เป็นประจำ แถมยังต้องเว้นระยะห่างกับผู้คนอีก ด้วยปัจจัยเหล่านี้เราจึงได้เห็นความสำคัญของ อินเตอร์เน็ต มากขึ้น เพราะนี่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทุกคนในยุคนี้ควรมี ด้วยเหตุนี้ หลายบ้านจึงติดเน็ตฯ บ้านไว้ เผื่อว่าวันใดวันหนึ่ง เกิดติดโควิดขึ้นมา เราจะได้มีเน็ตให้เด็ก ๆ ได้เรียนออนไลน์ ส่วนผู้ใหญ่ก็ได้ใช้ Work From Home

แต่กับคนที่อาศัยอยู่บนหอพัก อพาร์ทเม้นท์ หรือคนที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ แน่นอนครับว่าจะติดเน็ตฯ บ้านไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมันยุ่งยาก ฉะนั้นคนส่วนใหญ่จึงมักเลือกใช้ Wi-Fi สาธารณะ แทน ซึ่งเราขอบอกไว้เลยว่า อันตรายมาก ๆ โดยเฉพาะหากคุณจะใช้ทำธุรกรรมออนไลน์ เนื่องจากอาจจะมีผู้ไม่หวังดี มาคอยดักจับข้อมูล เพื่อนำไปใช้หาผลประโยชน์ได้ และคนอีกกลุ่มนึง อาจจะเลือกใช้วิธี ปล่อย Hotspot จากสมาร์ทโฟน ซึ่งถ้าคุณใช้วิธีนี้เป็นประจำทุก ๆ วัน เราเชื่อเลยว่าคุณคงจะไม่ได้ใช้มือถือเลย เพราะมันกินแบตฯ มาก ๆ นอกจากนี้ทั้ง 2 วิธี ยังมีปัญหาอีกเพียบอื่น ๆ ครับ

ดังนั้นเราขอแนะนำวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่า ก็คือ วิธีปล่อย Wi-Fi hotspot จาก Pocket Wi-Fi หรือเรียกอีกชื่อว่า Mobile Wi-Fi ครับ ซึ่งรุ่นที่เรานำมาอันบ๊อกซ์ และรีวิว แบบเจาะลึก ให้ทุก ๆ คนดูในวันนี้ นั่นคือ TP-Link M7200 ครับ ซึ่งเป็นรุ่นยอดฮิต จากแบรนด์ชั้นนำ มาพร้อมประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม และมีความคุ้มค่าสูง ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น ? ตามไปดูกันได้เลยครับ

Mobile Wi-Fi หรือ Pocket Wi-Fi คืออะไร ?

อุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ต แบบพกพา (Mobile Wi-Fi) คืออะไร ?
อุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ต แบบพกพา (Mobile Wi-Fi) มีแบตในตัว ไม่จำเป็นต้องเสียบไฟบ้านตลอด

สำหรับ Mobile Wi-Fi หรือ Pocket Wi-Fi คือ อุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ต แบบพกพา ที่จะมีแบตเตอรี่ในตัว ส่งผลให้มันไม่จำเป็นต้องเสียบไฟบ้านตลอดเวลาครับ ซึ่งถ้าหากจะให้เราอธิบายแบบง่าย ๆ สำหรับ Pocket Wi-Fi มันจะเปรียบเหมือนกับ Wi-Fi Router หรือ Wi-Fi range Extender นั่นแหละครับ เพราะทั้งหมดจะทำหน้าที่ที่เหมือนกันนั่นคือ กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้กับเครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มือถือแท็บเล็ต, สมาร์ทวอทช์เกมคอนโซลโน้ตบุ๊ค และอื่น ๆ

Pocket Wi-Fi กับ Wi-Fi Router ต่างกันอย่างไร?

ส่วนความแตกแต่างระหว่าง Pocket Wi-Fi กับ Wi-Fi Router หลัก ๆ จะอยู่ที่ประสิทธิภาพ และระยะทางสูงสุดในการกระจายสัญญาณ

  • WiFi Router (เร้าเตอร์) จะมีการกระจายสัญญาณเน็ตฯ จากสายสัญญาณ ทำให้มันสามารถกระจายสัญญาณได้ เร็วกว่า แรงกว่า ไกลกว่า และที่สำคัญยังรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลายเครื่องกว่าด้วย
  • Pocket Wi-Fi ถึงแม้ประสิทธิภาพจะสู้เร้าเตอร์ เนื่องจากมันจะกระจายสัญญาณเน็ตฯ จากซิมการ์ด 4G แต่มีความพิเศษตรงที่มันสามารถพกพาไปได้ทุก ๆ ที่ ตามที่คุณต้องการ

ข้อมูลจำเพาะของ TP-Link M7200

TP-Link M7200
TP-Link M7200
รุ่น TP-Link M7200
อินเตอร์เฟซ 1  × micro USB port (Power)
1 × SIM card slot
แบตเตอรี่ 2,000mAh (สูงสุด 8 ชั่วโมง)
Network Type
  • 4G: FDD-LTE (2100/ 1800/ 2600/ 900/ 800MHz)
  • TDD-LTE (2600/ 2300/ 2500MHz)
  • 3G: DC-HSPA+/ HSPA+/ HSPA/ UMTS (2100/ 900MHz)
Data Rates  DL: 150Mbps / UL: 50Mbps
มาตรฐาน Wi-Fi IEEE 802.11b/g/n
Frequency 2.4GHz
Wireless Speeds 300Mbps
Wireless Security WPA-PSK, WPA2-PSK, Wireless MAC Filtering
DHCP DHCP server, DHCP Client List
ขนาด 94 × 56.7 × 19.8 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 50 กรัม

อุปกรณ์ภายในกล่อง

อุปกรณ์ภายในกล่อง
อุปกรณ์ภายในกล่อง
1. ตัวเครื่อง : รุ่น 4G LTE Mobile Wi-Fi M7200

2. แบตเตอรี่ : ขนาด 2,000 mAh

3. สายชาร์จ : Micro USB Cable

4. ถาดและอแดปเตอร์ : สำหรับใส่ SIM Card

5. คู่มือการใช้งาน : Quick Installation Guide

วีดีโอ รีวิว TP-Link M7200 พ็อกเก็ต Wi-Fi 

ดีไซน์การออกแบบ และวัสดุ

ดีไซน์การออกแบบ และวัสดุ
ดีไซน์การออกแบบ และวัสดุ

การออกแบบ

เราต้องยอมรับเลยครับว่า TP-Link M7200 มีการออกแบบที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ด้วยขนาดที่เล็ก กะทัดรัด แถมมีน้ำหนักเพียง 50 กรัม เท่านั้น หากคุณมีกระเป๋าสะพายข้างใบเล็ก ๆ ที่พกติดตัวอยู่เป็นประจำ เจ้ารุ่นนี้จะไม่มีปัญหาในการพกพาเลยครับ! แม้ว่าในตลาดจะมีรุ่นที่เล็กกว่านี้ด้วย แต่ถ้านำมาเทียบกันที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ รุ่นนี้จะทำได้ดีกว่ามากครับ โดยเรามองว่าขนาดของ M7200 นั้นกำลังพอดีแล้ว สมส่วนกับประสิทธิภาพที่ให้มา โดยเฉพาะความจุแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานพอ

วัสดุที่ใช้

โดย TP-Link M7200 ผลิตจากพลาสติกสีดำ มีทั้ง ส่วนที่เป็นพื้นผิวขรุขระ และส่วนที่มันวาว ซึ่งนอกจากจะทำให้มันดูมีอะไร ๆ มากขึ้น ไม่เรียบจนเกินไปแล้ว ส่วนที่มีพื้นผิวขรุขระยังช่วยลดรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างอย่างดีอีกด้วยครับ ในส่วนปุ่มที่ใช้ควบคุมการทำงานรุ่นนี้จะมีปุ่มเปิด-ปิดเพียงปุ่มเดียวเท่านั้นครับ ทำให้ใช้งานได้ง่ายมาก ๆ ครับ

ไฟแสดงสถานะการทำงาน

ไฟแสดงสถานะการทำงาน
สัญลักษณ์ การแสดงผล หมายถึง

Wi-Fi
Wi-Fi
ไฟติด สถานะ Wi-Fi เปิดใช้งานแล้ว
ไฟดับ สถานะ Wi-Fi ถูกปิดการใช้งาน

Internet
Internet
ไฟติด สถานะการเชื่อมต่อผู้บริการอินเทอร์เน็ตเรียบร้อย
ไฟดับ สถานะไม่สามารถเชื่อมต่อผู้บริการอินเทอร์เน็ตได้

Battery
Battery
ไฟติด สถานะเปิดเครื่อง พร้อมใช้งาน
ไฟดับ สถานะปิดเครื่อง
ไฟสีแดง (กะพริบ) ระดับแบตเตอรี่ต่ำกว่า 10%
ไฟสีเขียว (กะพริบ) กำลังชาร์จแบตเตอรี่เข้า Pocket WI-FI

สำหรับการแสดงสถานะการทำงานต่าง ๆ ของรุ่นนี้ จะไม่ใช้หน้าจอแสดงผลใด ๆ เลย แต่จะแสดงสถานการทำงานด้วยไฟ LED แทน ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ดวง ครับ ซึ่งบนสุด จะบอกสถานะแบตเตอรี่ ถัดมาบอกสถานะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และดวงสุดท้ายบอกสถานะ Wi-Fi ครับ ซึ่งทั้งหมดจะมีสัญลักษณ์ระบุไว้อย่างชัดเจน

โดยข้อดีของการบอกสถานะ ผ่านไฟ LED คือ มันเห็นชัด และดูได้ง่ายมาก ๆ ครับ แค่มองเห็นการแสดงผลของไฟ คุณก็รับรู้ได้ทันที แต่ข้อเสียก็คือ มันไม่สามารถบอก ข้อมูลเพิ่มเติมได้อีก นอกจากในตารางนี้ เช่น ขณะนี้แบตฯ เหลือกี่เปอร์เซ็น หรือใช้อินเตอร์เน็ตไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าหากคุณอยากทราบ จะต้องเข้าไปดูที่ แอปพลิเคชัน tpMiFi เท่านั้น

หมายเหตุ

  1. ไฟ LED จะดับโดยอัตโนมัติ หลังจากที่คุณไม่มีการใช้งานภายใน 30 วินาที
  2. ถ้าหากคุณต้องการตรวจสอบสถานะจากไฟ LED ให้กด ปุ่มเปิด/ปิด เพื่อเปิดขึ้นมาอีกครั้ง
  3. ถ้าหากไฟ LED ในส่วนของแบตเตอรี่กะพริบเป็นสีแดง (ตามปกติจะบ่งบอกถึง ระดับแบตเตอรี่ที่ต่ำกว่า 10%) แต่ถ้าคุณเพิ่งชาร์จแบตเตอรี่มาเต็ม หรือแสดงผลไฟกะพริบสีแดงในขณะที่กำลังชาร์จ เราแนะนำให้คุณตรวจสอบอุณภูมิอุปกรณ์ว่า สูงเกินหรือไม่ ?

คุณสมบัติของ TP-Link M7200 4G LTE Mobile Wi-Fi

คุณสมบัติของ TP-Link M7200 4G LTE Mobile Wi-Fi
คุณสมบัติของ TP-Link M7200 4G LTE Mobile Wi-Fi

คุณสมบัติด้านการใช้งาน

โดย TP-Link M7200 มาพร้อมการรองรับมาตรฐานเซลลูลาร์ ทั้ง 3G / UMTS และ 4G / LTE ครับ และสามารถใช้ช่วงความถี่ LTE ได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะในประเทศที่สำคัญ ๆ ซึ่ง 4G / FDD-LTE รองรับได้ทั้ง แบนด์ 1, แบนด์ 3, แบนด์ 5, แบนด์ 7, แบนด์ 8 และแบนด์ 20 ส่วน 4G / TDD-LTE ก็รองรับได้ทั้ง แบนด์ 38, แบนด์ 40 และแบนด์ 41 ซึ่งในทางทฤษฎีมันมีความเร็วสูงสุดในการดาวน์โหลด 150 Mbps ส่วนความเร็วสูงสุดในการอัพโหลดมีอยู่ที่ 50 Mbps โดยเมื่อพิจารณาจากราคาแล้วก็ถือว่า ตอบโจทย์ในการใช้งานจริงครับ สามารถใช้อุปกรณ์หลาย ๆ เครื่องมาเชื่อมต่อ เพื่อใช้เน็ตฯ ความเร็วสูงได้โดยไม่มีปัญหา

คุณสมบัติด้านความปลอดภัย

เราสามารถใช้ TP-Link M7200 มาแชร์สัญญาณ Wi-Fi ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ ? นี่อาจจะเป็นคำถามของคนที่ต้องการจะนำไปใช้เพื่อทำธุรกรรมออนไลน์ต่าง ๆ ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งในกลุ่มนี้ก็สบายใจได้ครับ เพราะ M7200 รองรับได้ทั้ง WPA-PSK, WPA2-PSK และ Wireless MAC Filtering เพื่อให้มีการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ปลอดภัยที่สุด โดยด้านล่างนี้เป็นคำอธิบายเบื้องต้นของคุณสมบัติความปลอดภัยต่าง ๆ ที่รุ่นนี้รองรับครับ

  • WPA-PSK : เป็นมาตรฐานการเข้ารหัส Wi-Fi เวอร์ชันดั้งเดิมของโปรโตคอล WPA ครับ ซึ่งจะใช้กุญแจที่มีอยู่แล้ว (Pre-Shared Key) ในตัว เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้ และการจัดการ แต่เนื่องจากมันยังมีช่องโหว่อยู่ ทำให้มีความปลอดภัยไม่มากนัก มันจึงถูกพัฒนาขึ้นเป็น WPA2
  • WPA2-PSK : นี่ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดครับ เนื่องจากเป็นการนำเอา WPA มาแก้ไขช่องโหว่ที่มีทั้งหมดและเพิ่มประสิทธิภาพในรักษาความปลอดภัยให้ WPA2 ด้วยการใช้กลไกการเข้ารหัสที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรียกว่า CCMP (มีการอนุญาตให้เฉพาะผู้ใช้ที่ผ่านการรับรองในเครือข่ายเท่านั้น) และ AES (การเข้ารหัสโดยใช้กุญแจเข้ารหัส 3 ชุด) ครับ
  • Wireless MAC Filtering : เป็นการกรองผู้ใช้ด้วย Mac Address ซึ่งอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายจะมี Mac Address เป็นของตัวเอง ดังนั้นเราจึงเลือกได้ว่า จะอนุญาตให้อุปกรณ์เครื่องไหน เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ของเราได้บ้าง  ส่วนอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตก็จะเชื่อมต่อไม่ได้ ซึ่งฟัง ๆ ดู เหมือนจะดูดีครับ แต่ในการใช้งานจริง วิธีการนี้ค่อนข้างยุ่งยากมาก ๆ

เริ่มต้นใช้งานแบบง่าย (การติดตั้งแบตเตอรี่ และซิมการ์ด)

การติดตั้งแบตเตอรี่ และซิมการ์ด
การติดตั้งแบตเตอรี่ และซิมการ์ด

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราพอใจมากของ TP-Link M7200 นั่นก็คือ ความง่ายในการใช้งานครับ ซึ่งอย่างที่เราได้ระบุไว้ ในข้อดีว่า รุ่นนี้เมื่อติดตั้งเสร็จ มันสามารถจะใช้งานได้ทันทีครับ โดยใช้เวลาเพียง 2-3 นาที เท่านั้น ในการรับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ออกมา แต่ก่อนอื่น คุณจะต้องใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย จากนั้นก็กดปุ่มเปิด-ปิด ตัวเครื่องจะมีการแสดงสถานะการทำงานผ่านไฟ LED ทั้ง 3 ดวง ซึ่งถ้าหากซิมการ์ดของผู้ให้บริการของคุณ ไม่ได้ต้องการให้คุณกำหนดค่าใด ๆ เพิ่มเติม หลังจากที่เปิดเครื่องไม่ถึง 1 นาที คุณก็จะสามารถเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi และเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตได้ทันทีครับ

วิธีการติดตั้งแบตเตอรี่ และซิมการ์ด เพื่อเริ่มใช้งาน
วิธีการติดตั้งแบตเตอรี่ และซิมการ์ด เพื่อเริ่มใช้งาน

โดยการติดตั้ง แบตเตอรี่ และซิมการ์ด ทำได้ง่าย ๆ ครับ เพียงคุณแกะฝาหลังออก โดยการแงะในร่องขนาดเล็ก เมื่อเปิดออกมาที่ด้านบนของตัวเครื่องด้านหลังจะมีบอกรายละเอียดทั้ง SSID และ Password ซึ่งเป็นค่าโรงงาน สำหรับใช้ในการเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนพาสเวิร์ดเป็นของตัวเอง ถัดลงมาคุณก็จะพบกับช่องใส่ ซิมการ์ด และแบตเตอรี่ ครับ มีลักษณะคล้าย ๆ กับมือถือปุ่มกดในอดีตเลย ถัดลงมาอีกนิดนึง คุณจะพบกับ รูเล็ก ๆ พร้อมเขียนกำกับว่า Reset หากคุณใช้เข็มจิ้มซิม มาจิ้มปุ่ม Reset ค่าต่าง ๆ ก็จะกลับไปเป็นค่าโรงงาน คุณก็ต้องใช้ SSID และ Password ตามสติ๊กเกอร์ที่แปะอยู่ด้านบนหลังเครื่อง

สำหรับสติ๊กเกอร์ที่ระบุ SSID และ Password ที่แปะอยู่ด้านบนหลังเครื่องจะว่าเป็นข้อดีก็ได้ แต่หากจะมองเป็นข้อเสียก็ได้เช่นกันครับ ข้อดีคือ ถ้าคุณเป็นคนขี้ลืม คุณก็สามารถจะทำการ Reset เพื่อตั้งค่าใหม่ได้ทันที แต่ในขณะเดียวกัน หากคุณทำเครื่องหาย คนอื่นก็สามารถทำการ Reset เพื่อเอาไปใช้งานเองได้เช่นกันครับ

การดาวน์โหลด tpMiFi App

tpMiFi App
tpMiFi App

หากคุณต้องการเปลี่ยนชื่อเครือข่าย Wi-Fi เปลี่ยนรหัสผ่าน และเข้าถึงการตั้งค่าต่าง ๆ คุณจะต้องตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชันมือถือที่ชื่อ tpMiFi App ครับ โดยตัวแอปพลิเคชันมีการออกแบบ UI ที่เรียบง่ายมาก ๆ และสามารถจัดการได้ไม่ยากครับ คุณสามารถกำหนดขีดจำกัด ในการใช้ข้อมูลของผู้ใช้ทั้งหมด หรือเฉพาะไคลเอนต์ เปิดใช้งานโหมดประหยัดพลังงาน ดูข้อความ และอื่น ๆโดยในส่วนนี้เราไม่มีข้อตำหนิใด ๆ เลย คุณสามารถเข้าไปตั้งค่าเครือข่ายได้ผ่าน 2 ช่องทางครับ ได้แก่ เว็บเบราว์เซอร์ โดยการเข้าไปที่ URL ที่ชื่อ http://tplinkmifi.net หรือแอปพลิเคชัน tpMiFi ครับ

ซึ่งในวันนี้เราขอมาแนะนำการตั้งค่าต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน tpMiFi เพราะมันง่าย และสะดวกกว่าครับ แต่ก่อนอื่น คุณก็จะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน tpMiFi มาติดตั้งลงมือถือของคุณก่อน โดยการสแกน QR Code หรือคลิกลิงค์ด้านล่างนี้ได้ครับ

tpMiFi App
tpMiFi App
สามารถดาวน์โหลดได้ที่

การเริ่มต้นใช้งาน tpMiFi App

การใช้งานแอปพลิเคชัน tpMiFi App
การใช้งานแอปพลิเคชัน tpMiFi App

เริ่มต้นให้คุณทำการใส่ ซิมการ์ด และแบตเตอรี่ จากนั้นจึงทำการเปิดเครื่อง TP-Link M7200 ขึ้นมาก่อน โดยการกดปุ่มเปิดแช่ไว้จนไฟติดทั้ง 3 ดวง จากนั้นให้คุณไปดาวน์โหลด และติดตั้งแอปฯ tpMiFi ไว้บนสมาร์ทโฟนของคุณเรียบร้อย จากนั้นก็ใช้มือถือเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย Wi-Fi โดยชื่อเครือข่ายก็คือ SSID และ Password ที่อยู่ใต้ฝาหลังเครื่องนั่นแหละครับ

หมายเหตุ : คุณจำเป็นจะต้องเชื่อมต่อเครื่อข่าย Wi-Fi ของ TP-Link M7200 ก่อนเข้าแอปพลิเคชัน tpMiFi ทุกครั้ง

ตั้งรหัสผ่านใหม่ สำหรับใช้ในการเข้าแอปพลิเคชัน tpMiFi App ในครั้งถัดไป
ตั้งรหัสผ่านใหม่ สำหรับใช้ในการเข้าแอปพลิเคชัน tpMiFi App ในครั้งถัดไป

เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว ให้คุณเปิดไปที่ แอปพลิเคชัน tpMiFi ซึ่งตัวแอปฯ จะทำการแนะนำการใช้งานต่าง ๆ ในเบื้องต้นและจะพาคุณไปยัง หน้าต่างเข้าสู่ระบบ ซึ่งที่หน้านี้จะให้คุณสร้างรหัสผ่านใหม่ เพื่อความปลอดภัย สำหรับใช้เข้าสู่ระบบในอนาคต เมื่อใส่รหัสเสร็จแล้วให้คลิก “Done” ที่อยู่มุมขวาบน เป็นการยืนยันรหัสผ่าน คุณก็จะเข้าสู่หน้าแรกของแอปฯ ครับ

การใช้งานเบื้องต้น บนแอปพลิเคชัน tpMiFi

เมนูต่าง ๆ ในหน้าแรกของแอปพลิเคชัน tpMiFi
เมนูต่าง ๆ ในหน้าแรกของแอปพลิเคชัน tpMiFi

โดยในหน้านี้จะประกอบไปด้วยเมนูหลัก ๆ ที่คุณต้องใช้งานเป็นประจำครับ ซึ่งด้านบนสุด จะระบุชื่อรุ่น Pocket Wi-Fi ที่ใช้นั่นก็คือ M7200 และชื่อผู้บริการอินเตอร์เน็ตของซิมการ์ด ที่ใส่อยู่ในเครื่องครับ ถัดลงมาตรงกลางจะระบุข้อมูลการใช้งานทั้งหมดในเครือข่าย สามารถกดเข้าไปการจัดการการใช้ข้อมูลในเครือข่ายได้ ส่วนด้านล่างเป็นเมนูการตั้งค่าในส่วนต่าง ๆ ครับ ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. รูป M7200 : ตั้งค่าการจำกัดการใช้ข้อมูลในเครือข่าย

เมนูตั้งค่าการจำกัดการใช้ข้อมูลในเครือข่าย
เมนูตั้งค่าการจำกัดการใช้ข้อมูลในเครือข่าย

ให้เลือก วงกลมใหญ่ (รูป M7200) ในหน้าแรกของ tpMiFi App หรือไปที่ Tools -> Data Usage Settings จากนั้นคุณก็จะเห็นเมนูย่อยต่าง ๆ

โดยคุณสามารถเลือกเมนู Data Usage Type (เมนูแรก) เพื่อจะเป็นการเปลี่ยนประเภทการใช้ข้อมูลจาก Total (ทั้งหมด) เป็น Monthly (รายเดือน) ได้ และถ้าหากคุณต้องการเปิดการใช้งานแบบมีขีดจำกัด คุณก็สามารถเลือกที่เมนู Total Data Usage Limit ได้ครับ ซึ่งจะมีเมนูย่อยอื่น ๆ ขึ้นมาอีก คุณสามารถตั้งค่าตามความต้องการของคุณได้เลย

2. รูป Battery : การตั้งค่าประหยัดพลังงาน

เมนูการตั้งค่าการประหยัดพลังงาน
เมนูการตั้งค่าการประหยัดพลังงาน

TP-Link M7200 มาพร้อมกับคุณสมบัติประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถใช้งาน M7200 ได้นานยิ่งขึ้น โดยการที่คุณลดช่วง Wi-Fi ได้ ผ่านเมนู Wi-Fi Range โดยมีให้เลือกตั้งแต่ Long, Medium และ Short ซึ่งถ้าหากมีช่วง Wi-Fi ยิ่งสั้น มันจะมีการประหยัดพลังงานที่มากขึ้นครับ และเมื่อคุณตั้งค่าเสร็จแล้ว ให้คุณคลิกปุ่ม Save ที่มุมขวาบนหน้าจอ เพื่อที่จะบันทึกค่าด้วย โดยตัวแอป tpMiFi จะมีป๊อปอัปเด้งขึ้นมาบอกว่า เพื่อให้การตั้งค่ามีผลคุณจะต้องทำการรีสตาร์ทเครื่องก่อน

หมายเหตุ : ยิ่งคุณตั้งค่า Wi-Fi Range หรือช่วง Wi-Fi สั้นลงมากเท่าใด M7200 ของคุณก็จะยิ่งใช้พลังงานน้อยลงเท่านั้นครับ

อีกทั้งคุณยังสามารถตั้งเวลาการปิด Wi-Fi อัตโนมัติได้ ผ่านเมนู Wi-Fi Auto-disable Time โดยคุณสามารถตั้งเวลาไว้กี่นาทีก็ได้ครับ ถ้าหากมันไม่มีการใช้งาน จนถึงเวลาที่คุณกำหนด (ในภาพจะตั้งไว้ที่ 20 นาที) เจ้า M7200 จะปิดตัวเองอัตโนมัติ เพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่ครับ

3. รูป SMS : การจัดการข้อความ SMS

เมนูการจัดการข้อความ SMS
เมนูการจัดการข้อความ SMS

แน่นอนครับว่า ซิมอินเตอร์เน็ตมักจะมีข้อความ SMS ส่งมาแจ้งเตือนการใช้งานต่าง ๆ มากมายครับ อาทิเช่น ปริมาณเน็ตฯ ที่ใช้ไปแล้ว แจ้งการใช้งานเน็ตฯ หรือแม้แต่การแจ้งการค้างยอกชำระ ซึ่งบางข้อความก็มีความสำคัญมาก ๆ ดังนั้นแอป tpMiFi จึงมีเมนูการตรวจดูข้อความ SMS มาให้ด้วย

ซึ่งคุณสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อความต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ โดยคลิกไปที่เมนู SMS หรือ ไปที่ Tools -> SMS ซึ่งหน้าต่อมาคุณก็จะเจอกับเมนูย่อย คือ Inbox (กล่องขาเข้า) และ Outbox (กล่องขาออก) นอกจากนี้ถ้าหากว่าคุณต้องการส่งข้อความ SMS คุณก็สามารถ คลิก Inbox หรือ Outbox ก็ได้ครับ โดยที่ด้านล่างมันจะมีเขียนว่า New Message คุณก็สามารถใส่เบอร์และใส่ข้อความที่ต้องการส่ง จากนั้นกด Send ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

4. รูป Wi-Fi : การแชร์เครือข่าย Wi-Fi (Wi-Fi Sharing)

เมนูการแชร์ Wi-Fi (Wi-Fi Sharing)
เมนูการแชร์ Wi-Fi (Wi-Fi Sharing)

ในหน้า Wi-Fi Sharing ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ เป็นการดูชื่อ SSID และ Password ของเครือข่าย Wi-Fi ที่เครื่องนี้ปล่อยออกมา  โดยจะมาพร้อมกับ QR Code ที่ใช้สำหรับสแกน เพื่อเชื่อมต่อเครือข่าย ถ้าคุณต้องการแชร์ให้เพื่อน ๆ เข้ามาเชื่อมต่อเครือข่ายของคุณ คุณสามารถกดปุ่ม Share ที่อยู่มุมขวาบน หรือกดปุ่ม Save Image เพื่อเซฟ QR Code ลงเครื่อง แล้วส่งต่อให้เพื่อนของคุณ

การตั้งค่าขั้นสูง บนแอปพลิเคชัน tpMiFi

เมนูการตั้งค่าขั้นสูง บนแอปพลิเคชัน tpMiFi
เมนูการตั้งค่าขั้นสูง บนแอปพลิเคชัน tpMiFi

สำหรับเมนูการตั้งค่าขั้นสูง แอปพลิเคชัน tpMiFi จะมีการรวบรวมไว้ที่เมนู Tools ที่อยู่มุมขวาล่างของหน้าจอครับ ซึ่งก็เหมาะสำหรับผู้ที่พอจะรู้จักเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมาบ้าง และต้องการการตั้งค่าที่ละเอียดขึ้นครับ แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป คุณไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปตั้งค่าอะไรให้มันซับซ้อนก็ได้ครับ เพียงแค่ใช้เมนู Quick Setup หรือการตั้งค่าแบบด่วน บนแอปพลิเคชัน tpMiFi ซึ่งเป็นการตั้งค่าเครือข่ายด้วยวิธีลัดที่แอปฯ จะจัดการทุกอย่างให้คุณทั้งหมดครับ ทำให้มันติดตั้งได้ง่าย และรวดเร็วมาก ๆ ครับ

การตั้งค่าแบบด่วน (Quick Setup)

การตั้งค่าแบบด่วน (Quick Setup)
การตั้งค่าแบบด่วน (Quick Setup)

เมื่อคุณใส่ซิมการ์ด ใส่แบตเตอรี่ และตั้งพาสเวิร์ดต่าง ๆ จนสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้ว แต่ยังใช้ชื่อเครือข่าย Tp-link อยู่ แล้วอยากเปลี่ยนชื่อและรหัสใหม่ คุณก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยเริ่มต้นด้วยการไปที่ Tools จากนั้นเลือก Quick Setup แอปฯ จะพาคุณเข้ามาสู่หน้าเลือก Time Zone ซึ่งเป็นการระบุภูมิภาค ที่คุณต้องการจะนำไปใช้งาน เช่น ประเทศไทย คุณก็ต้องเลือก Bangkok หรือถ้าคุณไปเที่ยวญี่ปุ่น คุณก็ต้องเลือกเป็น Tokyo เป็นต้น เมื่อเลือกเสร็จแล้ว กด Next ก็จะมาต่อที่หน้า Internet Settings โดยหน้านี้ จะถามคุณว่า คุณต้องการเปิด Data Roamming หรือไม่ ? เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยก็กด Next ต่อไปได้เลย

Tools –> Quick Setup –> เลือก Time Zone –> Next –> ตั้งค่า Internet Settings –> Next

เกร็ดความรู้ : Data Roaming คือ บริการหนึ่งของผู้ให้บริการเครือข่ายครับ ถ้าหากคุณเปิด Roaming จะหมายถึงคุณอนุญาตให้อุปกรณ์ของคุณ สามารถไปรับคลื่นสัญญาณอื่นที่ดีกว่าได้ โดยไม่จำเป็นต้องรับคลื่นสัญญาณจากเครือข่ายของซิมการ์ดเท่านั้น เช่น เมื่อคุณไปต่างประเทศ แต่อยากใช้เบอร์มือถือของตัวเอง เหมือนกับตอนอยู่ที่ประเทศไทย ถ้าคุณเปิด Roaming อุปกรณ์ของคุณจะไปหาสัญญาณเครือข่ายอื่น ๆ (ต้องเป็นเครือข่ายที่ผู้ให้บริการซิมการ์ดของคุณได้พูดคุยกันเอาไว้) มาให้คุณใช้งานแทนนั่นเอง 

การตั้งค่าแบบด่วน (Quick Setup)
การตั้งค่าแบบด่วน (Quick Setup)

หลังจากที่คุณตั้งค่าในหน้า Internet Settings แล้วกด Next แอปฯ จะพาคุณมาต่อที่หน้า Wireless Settings โดยหน้านี้จะให้คุณตั้งค่าเกี่ยวกับเครือข่ายไวเลสทั้ง Band, Network Name และ Password ซึ่งรุ่น M7200 รองรับเฉพาะ 2.4GHz เท่านั้น ทำให้คุณตั้งได้แค่ ชื่อ และรหัสผ่าน Wi-Fi ของคุณ แล้วกด Next แอปฯ จะให้คุณตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด หากต้องการแก้ไขก็สามารถย้อนกลับได้ โดยกดที่ ลูกษร (มุมซ้ายบน) แต่ถ้าถูกต้องก็กด Apply รอแอปฯ ตั้งค่า จากนั้น กด Done เป็นอันเสร็จสิ้นครับ โดยเครื่องจะทำการรีสตาร์ทตัวเองใหม่ ซึ่งคุณก็สามารถรอทำการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ใหม่ได้เลย

Wireless Settings –> Next –> ตรวจสอบ Summary –> Apply –> รอการติดตั้ง –> Done

ซึ่งถ้าหากคุณรู้สึกว่ารหัสมันง่ายเกินไป หรือมีบางอย่างที่ยังตั้งค่าผิดอยู่คุณก็สามารถทำใหม่ได้เรื่อย ๆ ครับ หรือจะเข้าไปแก้ไขที่จุดนั้น ๆ โดยตรง โดยการเข้าไปที่ Tools แล้วเลือกเมนูที่ต้องการแก้ไขได้ทันทีครับ

ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi

ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi
ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi

หากคุณอย่างทราบว่า มีใครแอบมาเกาะ Wi-Fi ของคุณอยู่รึเปล่า? คุณสามารถคลิกเข้าไปที่ Clients ได้ครับ ซึ่งเป็นหน้าที่ระบุรายชื่อของอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ของคุณอยู่ โดยคุณสามารถกดไปที่ รายชื่ออุปกรณ์ เพื่อเข้าไปเปลี่ยนชื่อดู Mac Address กำหนดค่าการใช้งานต่าง ๆ ทั้ง Usage Limit, Download Limit และ Upload Limit เพื่อจำกัดการใช้งานอินเตอร์เน็ตของอุปกรณ์เครื่องนั้น ๆ แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่า อุปกรณ์เครื่องนั้นเป็นของใคร คุณสามารถกด Edit (ที่มุมขวาบน) จากนั้นเลือกรายชื่ออุปกรณ์ที่ต้องการ และกด Block เพื่อไม่ให้สามารถเข้าใช้งาน Wi-Fi นี้ได้อีก

การทดสอบประสิทธิภาพ ความเร็วอินเตอร์เน็ต

ผลทดสอบจากแล็ปท็อป Windows 10 (จาก speedtest.net)
ผลทดสอบจากแล็ปท็อป Windows 10 (จาก speedtest.net)

ผลทดสอบจากสมาร์ทโฟน Android (จาก speedtest.net)
TP-Link M7200 สามารถรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้มากถึง 10 เครื่อง ด้วยการเชื่อมต่อ WLAN ในเวลาเดียวกันครับ โดยมีการทำงานเฉพาะความถี่ WLAN ที่ 2.4 GHz เท่านั้น ซึ่งสามารถสร้างการเชื่อมต่อได้สูงถึง 145 Mbps ในการทดสอบ อย่างไรก็ตาม นี่คืออัตราข้อมูลรวม ในทางปฏิบัติแบนด์วิดท์ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากรุ่นนี้ไม่มีฟังก์ชัน WLAN สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการทำงานของ TP-Link M7200 ในการปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตผ่านซิมการ์ด LTE ที่รับสัญญาณ 4G มากระจายสัญญาณต่อในรูปแบบ Wi-Fi นั้น เราได้ทดสอบการใช้งานกับซิมการ์ดในเครือข่าย TrueMove H ครับ แพ็กเกจ Super Save 599 บาท โดยสามารถวัดความเร็วในการดาวน์โหลดได้ประมาณ 20 – 30Mbps และการอัปโหลดวัดได้ประมาณ 10 – 15Mbps ครับ

หมายเหตุ : ความเร็วที่ทำได้ในการทดสอบ จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน ณ ช่วงเวลาที่เราทำการทดสอบ

การทดสอบอายุการใช้งานแบตเตอรี่

การทดสอบอายุการใช้งานแบตเตอรี่
การทดสอบอายุการใช้งานแบตเตอรี่

ถึงแม้ว่า TP-Link M7200 จะมาในตัวเครื่องที่ค่อนข้างเล็ก แต่มันใช้แบตเตอรี่ที่มีความจุถึง 2,000 mAh เลยทีเดียว โดยทางผู้ผลิตได้โฆษณาเอาไว้อย่างชัดเจนว่า รุ่นนี้มีอายุการใช้งานสูงสุดถึง 8 ชั่วโมง ครับ ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ถือว่า ตอบโจทย์การใช้งานทั้งวันได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากนี้ด้วยความที่แบตฯ ได้รับการออกแบบให้สามารถถอดออกจากตัวเครื่องได้ ทำให้คุณสามารถซื้อแบตเตอรี่มาเสริม เพื่อเก็บเป็นแบตฯ สำรอง สำหรับใช้ในการเดินทางที่ยาวนาน โดยไม่มีไฟฟ้าได้ครับ เช่น การไปตั้งแคมป์ในป่า หรือท่องเที่ยวแบบโรดทริป เป็นต้น

เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10

ซึ่งในการทดสอบ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของเรา เราเปิดใช้งานในโหมดประหยัดพลังงานครับ โดยจะปรับ WLAN range อยู่ใน ระยะกลาง ซึ่งอยู่ในระยะที่พอดี ไม่ใกล้ ไม่ไกลจนเกินไปครับ ซึ่งในการทดสอบจะมีอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่อย่างน้อย 2 เครื่อง พร้อม ๆ กัน และมีการเปิดเพลงฟังจากแอปฯ ฟังเพลงต่าง ๆ เกือบตลอดเวลาในช่วงที่ทดสอบ จากการทดสอบภายใต้สภาวะนี้เราพบว่า แบตฯ จะใช้งานได้นานประมาณ 6 ชั่วโมง ครับ ดังนั้นหากเราตั้งค่าอยู่ใน ระยะสั้น และเน้นการใช้งาน พื้นฐานทั่วไป ตามข้อมูลจำเพาะของ TP-Link M7200 ที่โฆษณาเอาไว้ที่ 8 ชั่วโมง มันก็สามารถทำได้จริง ๆ ครับ

โดยในระหว่างการทดสอบ แน่นอนครับว่า เนื่องจากมันมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง นานถึง 6 ชั่วโมง เราพบว่า TP-Link M7200 มันอุ่นขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับรู้สึกร้อนครับ ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องปกติมาก ๆ หากก่อนหน้านี้ คุณเคยใช้วิธีการปล่อยฮอตสปอต มือถือ มาก่อน คุณจะทราบดีว่า มือถือจะมีความร้อนสะสมมากขนาดไหน

ความรู้ : WLAN range หรือ Wi-Fi range ย่อมาจากคำว่า Wireless Local Area Networks (WLANs) ซึ่งหมายถึง ช่วงของ Wi-Fi หรือ ระยะการกระจายสัญญาณ จากตัวกระจายสัญญาณ ไปสู่ผู้ใช้ครับ โดย TP-Link M7200 รุ่นนี้ให้คุณตั้งค่าได้ 3 ระดับ แบ่งเป็น ระยะสั้น, ระยะกลาง และระยะไกล ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น คุณสามารถเปลี่ยนช่วงของ Wi-Fi ของ M7200 เพื่อให้มันใช้แบตเตอรี่น้อยที่สุดได้ครับ

โดย ระยะสั้น จะช่วยให้มันมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุด เหมาะสำหรับคนที่ใช้งานคนเดียว พก M7200 ไว้ในกระเป๋าเป้ไม่ห่างตัว แต่ถ้าคุณไปเป็นกลุ่มใช้งานหลายคน คุณก็จะต้องปรับเป็น ระยะกลาง หรือ ระยะไกล ครับ เพื่อให้การเชื่อมต่อของทุก ๆ คนมีความเสถียร และสัญญาณไม่หลุดง่าย ๆ

คะแนนความคุ้มค่า TP-Link โมบายเราเตอร์ รุ่น M7200

TP-Link Pocket Wi-Fi โมบายเราเตอร์ แบบพกพา รุ่น M7200 คะแนนความคุ้มค่า TP-Link โมบายเราเตอร์ รุ่น M7200

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.0 เต็ม 10 

ความพึงพอใจต่อ TP-Link Pocket Wi-Fi รุ่น M7200 

TP-Link M7200 ในปัจจุบันนี้ มี Pocket Wi-Fi หรือ Mobile Wi-Fi มากมายหลายรุ่นมาก ๆ ครับ โดย TP-Link M7200 ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ฮิตมากที่สุดครับ ด้วยการออกแบบที่จะใช้ดีไซน์ที่แสนเรียบง่าย มีขนาดและน้ำหนักกำลังพอดีครับ ช่วยให้พกพาได้สะดวกมาก ๆ

คุณจะใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย หรือพกไว้ในกระเป๋าเสื้อ/กางเกง ที่ใส่อยู่ก็ได้ครับ ไม่มีตุงออกมาแน่นอน แถมหน้าตาของแอปฯ อย่าง tpMiFi ที่ใช้งานกับรุ่นนี้ ก็ถือว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ๆ ครับ

ซึ่งแอปพลิเคชัน tpMiFi มีการจัดวางตำแหน่งของเมนูที่ดีมาก ๆ ดูเป็นมิตรกับผู้ใช้ และมีการแยกส่วนการตั้งค่า ไว้อย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการ และตั้งค่าต่าง ๆ ได้ง่ายครับ หรือต่อให้คุณไม่มีความรู้ด้านระบบเครือข่ายเลย คุณก็ยังคงใช้งานได้เพราะรุ่นนี้แค่ใส่ซิมการ์ด มันก็พร้อมใช้งานทันที โดยไม่ต้องตั้งค่าใด ๆ ทั้งสิ้นครับ นอกจากนี้ด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ รุ่นนี้ก็ทำได้ใกล้เคียงกับที่โฆษณาเอาไว้ที่ 8 ชม. จริง ๆ ทำให้เพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งวัน แถมคุณยังหาซื้อแบตฯ มาสำรองไว้ได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้ ทำให้ TP-Link M7200 ตอบโจทย์การใช้งานของนักเดินทางได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะกับคนที่ต้องเดินทางด้วยอุปกรณ์หลาย ๆ เครื่อง หรือไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ครับ

สรุปข้อดีและข้อด้อยของ TP-Link Pocket WiFi รุ่น M7200

→ ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่าฝามือ แถมมีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการพกพามาก ๆ
  • ใช้งานง่าย เพียงแค่ใส่ซิมการ์ด และแบตฯ กดเปิดเครื่อง มันก็พร้อมใช้งานทันที
  • แอปพลิเคชัน tpMiFi มีการออกแบบดีเยี่ยม เมนูสวยงาม ช่วยให้จัดการค่าต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
  • ถ้าซิมที่ใช้ตั้งค่าเน็ตฯ หมด เราสามารถนำซิมเน็ตฯ อื่น มาใส่แทนได้ โดยที่การค่าทุกอย่างยังคงเดิม ไม่ต้องตั้งค่าใหม่
  • แบตเตอรี่อึดมาก มีอายุการใช้งานสูงสุดถึง 8 ชั่วโมง
  • การชาร์จแบตเตอรี่ทำได้ค่อยข้างเร็ว
  • รองรับความถี่สัญญาณอินเตอร์เน็ตได้เกือบทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศการท่องเที่ยวต่าง ๆ

→ ข้อที่ควรพิจารณา

  • ใช้วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด ทำให้ดูเปราะบาง ต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง
  • ปุ่มเปิด-ปิด ใช้งานค่อนข้างยาก เวลากดลงไป เราจะไม่ค่อยรู้สึกว่ากำลังกดอยู่
  • ไม่มีหน้าจอแสดงผลที่บอกสถานะที่ชัดเจนแก่ผู้ใช้ (แต่ในแอปพลิเคชัน tpMiFi มีบอกครบถ้วน)
  • ใช้มาตรฐานไร้สาย IEEE 802.11b/g/n และไม่รองรับ Wi-Fi ดูอัลแบนด์ (เชื่อมต่อ 2.4GHz เท่านั้น)
  • ไม่รองรับ Micro SD card สำหรับแชร์ข้อมูลในเครือข่าย
  • พอร์ตชาร์จ Micro USB ซึ่งต่างกับอุปกรณ์ในยุคนี้ที่เป็น USB C กันหมดแล้ว ทำให้คุณต้องพกสายชาร์จเพิ่ม
  • แอปพลิเคชัน tpMiFi ไม่รองรับภาษาไทย

บทสรุป

จบกันไปแล้วครับ สำหรับการแกะกล่อง และรีวิวเจ้า TP-Link รุ่น M7200 โมบายไวไฟยอดนิยม ซึ่งเราก็ต้องยอมรับเลยครับว่า มันเป็นไอเทมที่มอบความสะดวกในใช้งานเป็นอย่างมากครับ ซึ่งโดยส่วนตัวผมเอง ก็ต้องเดินทางไปเป็นประจำอยู่แล้ว และเมื่ออยู่นอกสถานที่ หากผมต้องใช้ iPhoneiPad และ macbook ทำงาน ผมก็จะใช้วิธีปล่อย hotspot จากมือถือเอา ซึ่งก็อย่างที่ทุกคนทราบ วิธีนี้มีปัญหาค่อนข้างเยอะครับ เช่น ถ้ามีสายโทรหาเบอร์ที่ปล่อย hotspot ก็จะทำให้เน็ตฯ มีโอกาสหลุดทันที แถมถ้ามีการเชื่อมต่อหลายเครื่อง นอกจากเน็ตฯ จะไม่เสถียรแล้ว มือถือที่ปล่อยก็จะมีความร้อนสูงด้วย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อมือถือเลย

แต่หลังจากที่ผมได้เปลี่ยนมาใช้ Pocket Wi-Fi ด้วยการซื้อ TP-Link M7200 ผมก็พบความแตกต่างอย่างชัดเจนครับ เรียกได้ว่าคนละเรื่องกันเลย โดยสิ่งที่ไอเทมนี้ ช่วยอย่างเห็นได้ชัดเลยคือ ทำให้การปล่อยสัญญาณเน็ตฯ เสถียรมากขึ้น ทำให้ถึงแม้ว่า คุณจะเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกัน ทีเดียวหลายเครื่อง ทุกเครื่องก็จะใช้งานเน็ตฯ ได้อย่างราบรื่น และผมก็ยังจำกัดการใช้งานของแต่ละเครื่องได้ง่าย ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยให้ผมไม่ต้องกังวลว่า มือถือจะร้อนอีกต่อไป โดยเฉพาะในขณะที่ปล่อยเน็ตฯ พร้อมกับชาร์จมือถือไปด้วย เพราะนี่มันอาจทำให้มือถือเกิดระเบิดขึ้นมาได้ครับ

Palm PN

Palm PN

I with a bachelor degree in Computer Science from Songkhla Rajabhat University. I live in Songkhla. I like to write articles about in IT products and motorcycle accessories.

Next Post