ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรียกว่ามีศิลปินมากหน้าหลายตาปล่อยเพลงกันแบบไม่หวาดไม่ไหว ส่งผลให้ชาร์ตเพลงในปัจจุบันเปลี่ยนอันดับกันอย่างดุเดือด แถมยังมีตัวพ่อตัวแม่หลายคนกลับมาปล่อยเพลงกันเยอะ ไม่ว่าจะเป็น Miley Cyrus, Taylor Swift, Beyonce หรือ Adele ทั้งนี้ยังมีศิลปินชายอีกคนหนึ่งซึ่งมีอิทธิพลมากในยุคนี้นั่นคือ ‘Harry Styles’ ซึ่งในปีที่ผ่านมาเขาได้ปล่อยอัลบั้มชื่อดังอย่าง ‘Harry House’ ออกมา จนทำให้ซิงเกิ้ลภายในอัลบั้มสามารถทะลุเข้าไปถึงอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดได้นานกว่า 15 สัปดาห์ และล่าสุดในงาน Grammy Award ซึ่งแฮรี่สามารถคว้ารางวัลใหญ่อย่าง ‘Album Of The Year’ ไปได้
แน่นอนว่าหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อของเขาตั้งแต่วง One Direction และบางคนอาจรู้จักในฐานะศิลปินเดี่ยว แต่เพื่อให้รู้จักแฮรี่มากขึ้น วันนี้ผมเลยอยากมาแชร์ ‘ประวัติและผลงานเพลง Harry Styles’ ให้ทุกคนได้รู้จักมากขึ้น
ประวัติของ Harry Styles
Harry Styles เกิดและโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นศิลปิน โดยคุณพ่อของเขาทำอาชีพการจัดการเงิน ในขณะที่คุณแม่ของเขาเป็นพนักงานออฟฟิศเงินเดือนทั่วไป แม้ว่าชีวิตครอบครัวของแฮรี่จะไม่ได้สมบูรณ์แบบ เนื่องจากคุณพ่อและคุณแม่หย่าร่างกันในช่วงที่เขาอายุเพียงแค่ 7 ขวบ แต่ด้วยคุณแม่ของเขาสอนและเลี้ยงมาอย่างดี บวกกับตัวแฮรี่เองก็เป็นเด็กดีทำให้การหย่าร้างไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อตัวเขา

ทั้งนี้จุดเริ่มต้นในการร้องเพลงของแฮรี่เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาได้เครื่องร้องคาราโอเกะมาจากคุณตา ทำให้เขามีโอกาสในการร้องโคฟเวอร์เพลงจากศิลปินดังมากมาย ซึ่งเส้นทางการเข้าสู่วงการเพลงอย่างเต็มตัวเกิดจากแฮรี่ได้ลงสมัครเข้าไปเป็นผู้เข้าแข่งขันรายการแข่งร้องเพลงชื่อดังอย่าง ‘X Factor’ ซึ่งในตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น แต่ต้องเข้าไปแข่งกับนักร้องมืออาชีพมากมายที่ไม่ได้มีการจำกัดอายุ
ด้วยความสามารถทางด้านการร้องรวมไปถึงบุคลิกและสไตล์ต่าง ๆ ทำให้ไปเข้าตา ‘ไซมอน เคาวเวลล์’ จนเข้าไปในรอบถัดไป ถึงแม้ว่าตัวของเขาจะไม่ผ่านเข้ารอบ Judges House ในฐานะศิลปิน Solo แต่ทางกรรมการมองเห็นความสามารถของแฮรี่ซึ่งสามารถต่อยอดได้ในฐานะของศิลปินบอยแบนด์ชื่อ ‘One Direction’ ร่วมกับเพื่อน ๆ อย่าง ไนออล ฮอแรน, (ในปัจจุบันเป็นศิลปินเดี่ยวดังทุกคน)

เส้นทางบอยแบนด์ของวงนี้ถือว่าดีมากเพราะชนะรายการ X Factor และปล่อยเพลงฮิตออกมาเยอะมาก หลังจากวงถึงจุดอิ่มตัวทั้งยังมีสมาชิกถอนตัวออกจากวง สมาชิกภายในวงจึงตัดสินใจหยุดพักและชิมลางในการทำเพลงเดี่ยว โดยในช่วงนั้นมีหลายคนลุ้นว่าแฮรี่จะสามารถประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวหรือไม่ แต่ด้วยเสียงที่ดีและแนวทางเพลงซึ่งชัดเจน ทำให้แฮรี่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรก จนในทุกวันนี้ Harry Style กลายเป็นศิลปินชั้นนำของโลกและยังได้รางวัล Grammy Awards มาครองอีกด้วย
ผลงานเพลงของ Harry Styles
1. As It Was
| แนวเพลง | Synth-pop และ new wave |
| ค่ายเพลง | Erskine และ Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Harry Styles, Thomas Hull และ Tyler Johnson |
| โปรดิวเซอร์ | Kid Harpoon และ Tyler Johnson |
| เพลงในปี | 2022 |
‘As It Was’ เรียกว่าเป็นเพลงขึ้นหิ้งของทาง Harry Styles เลยก็ว่าได้ เพราะเพลงนี้สามารถขึ้นไปแตะอันดับ 1 ได้อย่างสวยหรูและค้างอยู่บนยอดชาร์ตได้นานกว่า 15 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ 3 ของอุตสาหกรรมเพลงในประเทศอเมริกาเลยทีเดียว โดยเพลงนี้ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมากถึงขั้นที่ทาง The Guardian และ NME ให้คะแนนแบบ 5 ดาวเต็ม นักวิจารณ์เพลงส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าเพลงนี้มีความ Emotional แต่ยังคงกลิ่นอายของความสนุกด้วยป๊อปสังเคราะห์และร็อก ทำให้เพลงไม่น่าเบื่อ สามารถฟังได้เรื่อย ๆ เหมือนกับล่องลอยอยู่ในอากาศ
2. Watermelon Sugar
| แนวเพลง | Funk-pop, rock และ indie pop |
| ค่ายเพลง | Erskine และ Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Harry Styles, Mitch Rowland, Tyler Johnson และ Thomas Hull |
| โปรดิวเซอร์ | Johnson และ Kid Harpoon |
| เพลงในปี | 2020 |
Watermelon Sugar การันตีความปังของตัวเพลงด้วยการคว้ารางวัลยักษ์ใหญ่จาก 2 ฝากฝั่ง นั่นคือ Brit Award และ Grammy Award โดยตัวเพลงมาในดนตรีสายฟังก์และอินดี้ช่วงยุค 70 ดังนั้นกลิ่นอายจะมีคลาสสิก แต่มีความเก๋ไม่โบราณสามารถฟังได้ทุกช่วงวัย ทั้งนี้ยังให้ฟิลลิ่งของซัมเมอร์ ซึ่งเหมาะมากสำหรับการเปิดในช่วงเที่ยวทะเลหรือปาร์ตี้ริมชายหาดกับเพื่อน ๆ หากใครอยากฟังเพลงชิล ๆ สบายหู ต้องเปิดใจลองฟังเพลงนี้ครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ทำให้วันหยุดของคุณพิเศษขึ้นกว่าเดิม
3. Late Night Talking
| แนวเพลง | R&B |
| ค่ายเพลง | Erskine และ Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Harry Styles และ Thomas Hull |
| โปรดิวเซอร์ | Kid Harpoon และ Tyler Johnson |
| เพลงในปี | 2022 |
ใครอยากฟังเพลงน่ารัก ๆ ฟิลลิ่งกู้ดก่อนนอนหลับ ‘Late Night Talking’ น่าจะตอบโจทย์ได้ดี ซึ่งเพลงนี้บอกเล่าถึงความน่ารักในความสัมพันธ์ช่วงคลั่งรัก ที่ในทุกคืนจะต้องคุยกันจนดึกดื่น หากใครกำลังอยู่ในช่วงโปรโมชันของความรัก เพลงนี้อาจทำให้คุณยิ้มโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งดนตรีก็มีความย้อนอดีตมีการผสมผสานระหว่างยุค 20’s และยุค 80’s ซึ่งค่อนข้างลงตัวและยิ่งได้เสียงของแฮรี่ใส่เข้าไปในตัวเพลงยิ่งเป็นอะไรที่ลงตัวมาก ๆ ส่วนตัวผมยกให้เพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของแฮรี่เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็รู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ
4. Sign Of The Times
| แนวเพลง | Pop rock และ soft rock |
| ค่ายเพลง | Columbia และ Erskine |
| ผู้แต่งเพลง | Harry Styles, Jeff Bhasker, Mitch Rowland, Ryan Nasci, Alex Salibian และ Tyler Johnson |
| โปรดิวเซอร์ | Bhasker, Salibian และ Johnson |
| เพลงในปี | 2017 |
‘Sign Of The Times’ เป็นเพลงที่ทำให้แฮรี่มีชื่อเสียงในฐานะของศิลปินเดี่ยวมากขึ้น เป็นเพลงที่ได้รับคำวิจารณ์ค่อนข้างดี ดนตรีมาในสาย Soft Rock คือไม่ได้ดุเดือนสไตล์ร็อคจ๋า ๆ มีการแซมดนตรี Pop เพิ่มความละมุนให้กับตัวเพลง นอกจากนี้การร้องสไตล์บัลลาดก็ทำให้แฮรี่ได้โชว์ศักยภาพและเสียงแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้คนเพลงอินเข้าไปถึงตัวเพลงได้ไม่ยาก ดังนั้นเพลงนี้จึงมีศิลปินหรือนักร้องสายแข่งขันหลายคนเลือกไปใช้ในการประกวด ถ้าหากใครชอบเพลงแนวบัลลาดต้องลองเปิดฟังกันสักครั้งแล้วจะติดใจจนหยิบเพลงนี้ใส่เข้าไปในเพลย์ลิสต์โปรดอย่างแน่นอน
5. Adore You
| แนวเพลง | Funk, disco และ pop rock |
| ค่ายเพลง | Erskine และ Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | HHarry Styles, Amy Allen, Tyler Johnson และ Kid Harpoon |
| โปรดิวเซอร์ | Kid Harpoon |
| เพลงในปี | 2019 |
ส่วนใหญ่ดนตรีในเพลงของแฮรี่จะมีความ Timeless คือฟังแล้วคลาสสิก มีกลิ่นอายของเพลงยุคเก่า แต่ฟังไปฟังมาก็ยังให้ความโมเดิร์นอยู่เสมอ ซึ่งเพลง ‘Adore You’ ก็จัดอยู่ในประเภทของเพลงดังกล่าว เพราะดนตรีที่ทางโปรดิวเซอร์คนเก่งอย่าง Harpoon เลือกใช้คือ Funk และ Disco ซึ่งมีอิทธิพลมากในช่วง 70’s และ 80’s แต่ความฉลาดของเขาคือการใส่ดนตรีสมัยใหม่และเป็นซิกเนเจอร์ของแฮรี่อย่าง Pop Rock ลงไป ทำให้ทุกอย่างดูกลมกล่อมไปหมด สามารถตีตลาดได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งยังฟังง่ายและเพราะอีกด้วย หากใครอยากจัดปาร์ตี้ในธีมลัคชูรี่ต้องหยิบเพลงนี้เข้าไปใส่เพลย์ลิสต์ครับ
6. Music For A Sushi Restaurant
| แนวเพลง | Pop |
| ค่ายเพลง | Columbia และ Erskine |
| ผู้แต่งเพลง | Harry Styles, Thomas Hull, Tyler Johnson และ Mitch Rowland |
| โปรดิวเซอร์ | Kid Harpoon และ Tyler Johnson |
| เพลงในปี | 2022 |
อีกหนึ่งเพลงที่สนุกและเปลี่ยนมู้ดให้กับผู้ฟังได้ดีมากคือ ‘Music For A Sushi Restaurant’ ซึ่งเบื้องหลังของการตั้งชื่อเพลงนี้มาจากการที่แฮรี่เข้าไปนั่งรับประทานซูชิกับทางโปรดิวเซอร์คู่ซี้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมไตเติ้ลเพลงจึงชื่อว่า ‘เพลงสำหรับร้านซูชิ’ ทั้งนี้ดนตรีจะเป็นโมเดิร์นแจ๊สและผสมป๊อปลงไป ทำให้ดนตรีฟังแล้วดูเก๋แต่ไม่น่าเบื่อ เรียกว่าถ้าเปิดในร้านซูชิคงเจริญอาหารและอาจมีลุกขึ้นมาเต้นกันบ้าง
7. Matilda
| แนวเพลง | Pop |
| ค่ายเพลง | Columbia และ Erskine |
| ผู้แต่งเพลง | Amy Allen, Tyler Johnson, Kid Harpoon และ Harry Styles |
| โปรดิวเซอร์ | Tyler Johnson และ Kid Harpoon |
| เพลงในปี | 2022 |
‘Matilda’ อาจทำให้หลายคนน้ำตาไหล เพราะเพลงนี้ถูกยกให้กลายเป็นเพลงอกหักระดับ Masterpiece ของแฮรี่เลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ดนตรีเป็น Acoustic คลอเบา ๆ ทำให้เราสัมผัสถึง Emotion และน้ำเสียงของศิลปินได้อย่างชัดเจน ยิ่งถ้าได้ฟังในท่อน “Matilda you talk of the pain like it’s all alright But I know you feel like a piece of you’s dead inside” คงทำเอาจุกอกกันไม่มากก็น้อย ถ้าหากใครอยู่ในช่วงของการอกหัก อยากได้เพลงเศร้า ๆ มาบิ้วท์อารมณ์ แนะนำให้ฟัง Matilda ครับ
8. Daylight
| แนวเพลง | Pop |
| ค่ายเพลง | Columbia และ Erskine |
| ผู้แต่งเพลง | Harry Styles, Tyler Johnson และ Kid Harpoon |
| โปรดิวเซอร์ | Tyler Johnson และ Kid Harpoon |
| เพลงในปี | 2022 |
‘Daylight’ เหมาะกับการเปิดยามเช้าในวันหยุด ฟังแล้วรู้สึกสบายใจ ยิ่งโดยเฉพาะท่อนร้องประสานเสียงที่ร้องว่า “If I was a bluebird, I would fly to you” ยิ่งเพราะและโรแมนติกมาก ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่สร้างพลังงานบวกให้กับทุกคนได้ดี ทั้งยังเหมาะสำหรับคนที่มีคู่ด้วยเช่นกัน เพราะตัวเพลงมีความหวานหยาดเยิ้มอยู่พอสมควร ถ้าได้เปิดฟังกับแฟนคงต้องมีหน้าแดงยิ้มแก้มปริกันบ้าง