Rihanna (รีแอนนา) – ประวัติและผลงานเพลง

เชื่อว่าหลายคนคงตั้งหน้าตั้งตารอ Super bowl ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ เพราะศิลปินที่ได้รับเชิญให้มาแสดงในงานสุดยิ่งใหญ่คือนักร้องตัวแม่อย่าง ‘Rihanna (รีแอนนา)’ ซึ่งหวนกลับมาทำเพลงและแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้ง ดังนั้นหลายคนก็คาดการณ์กันว่าการ Comeback กลับมาในครั้งนี้จะต้องยิ่งใหญ่และเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ผมเชื่อว่าวัยรุ่นยุคต้น 2000 และเด็ก ๆ รุ่นใหม่คงจะต้องรู้จักรีแอนนาอยู่แล้ว แต่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ เรามาดูกันดีกว่าครับว่าผลงานเพลงดังของเธอมีอะไรบ้างและประวัติความเป็นมาของรีแอนนาเป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับ

ประวัติของ Rihanna

Rihanna (รอบิน รีแอนนา เฟนตี) เกิดในช่วงต้นปี 1988 ที่ประเทศบาร์เบโดส ดังนั้นเธอเป็นคนเชื้อสายบาร์เบโดสโดยตรง คุณแม่ของเธอชื่อว่า ‘โมนิกา’ เป็นนักบัญชีและคุณพ่อชื่อว่า ‘โรนัลด์ เฟนตี้’ ซึ่งมีอาขีพเป็นหัวหน้างานคลัง อีกทั้งเธอยังมีพี่น้องอีกสองคนนั่นคือ ‘รอเรย์ เฟนตี้’ และ ‘เราจัด เฟนตี้’

ในช่วงวัยเด็กชีวิตและครอบครัวของรีแอนนาไม่ได้มีพื้นฐานเป็นคนรวย เธอเติบโตในบังกะโลและต้องตื่นไปขายเสื้อผ้ากับคุณพ่อบริเวณแผงลอยข้างถนน นอกจากนี้ครอบครัวของเธอเองก็ไม่ได้อบอุ่นสักเท่าไหร่นัก เพราะเธอเห็นความรุนแรงในครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง ไม่เพียงเท่านั้นสุขภาพของเธอในวัยเด็กก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก เธอมีอาการปวดตามร่างกายจนต้องเข้าไปพบแพทย์และ CT Scan นับไม่ถ้วน แต่หลังจากคุณพ่อและคุณแม่หย่าร้าง สุขภาพของเธอก็ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

Rihanna
Rihanna (รีแอนนา)

โดยการศึกษาในวัยเด็กรีแอนนาได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนที่ชื่อว่า ‘The Combermere’ และเธอรับการอบรมในหลักสูตรนายร้อยทหารบกอีกด้วย แต่ด้วยอิทธิพลทางด้านดนตรีเรกเก้ที่เธอฟังมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอหันเหไปเอาดีทางด้านดนตรีและการร้องเพลงอย่างจริงจัง จนเธอได้ทำการฟอร์มวงเกิร์ลกรุ๊ปกับเพื่อนร่วมคลาสและเข้าไปออดิชันกับค่ายเพลงอย่างจริงจัง

โปรดิวเซอร์อย่าง ‘Evan Rogers’ บอกว่าตั้งแต่รีแอนนาเดินเข้ามาในห้อง เธอมีเสน่ห์และโดดเด่นออกมาจากกรุ๊ป ชนิดที่ว่าเขาเห็นเธอเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งในตอนนั้นเธอร้องเพลง Emotion ของวง Destiny’s Child’s (มี Beyonce เป็นหนึ่งในสมาชิกของวง) และ Hero ของ Mariah Carey โดยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้รีแอนนาเข้าตาโรเจอร์สุด ๆ จากนั้นเขาจึงพารีแอนนาเข้าไปอัด Demo เพื่อส่งให้กับค่ายเพลงชื่อดังอย่าง Def Jam Recordings

Rihanna
Rihanna ในงาน Super Bowl 2023 Halftime Show

จากนั้นไม่นาน Demo ของรีแอนนา ก็ไปอยู่ในมือของ Jay Z กับ La Reid แน่นอนว่าทั้งสองคนถูกใจและเชื่อมาก ๆ ว่ารีแอนนาต่อยอดเป็นศิลปินดังในอนาคตได้ ซึ่งทั้งสองคนก็ได้เซ็นสัญญากับรีแอนนาเข้ามาเป็นศิลปินในค่าย หลังจากนั้นเธอก็มีโอกาสในการทำอัลบั้มและซิงเกิ้ลมากมาย สามารถทำสถิติในชาร์ตเพลงค่อนข้างดีสำหรับการเป็นศิลปินหน้าใหม่ แต่ซิงเกิ้ลที่ทำให้เธอดังไปทั่วโลกจนกลายเป็นที่จดจำคือเพลง ‘Umbella’ ซึ่งได้ร่วมงานกับ Jay Z และหลังจากนั้นไม่ว่าเธอปล่อยอะไรใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมเพลง กระแสตอบรับก็ดีอยู่เสมอจนเธอมีเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้กว่า 14 เพลง โดยสถิติระดับนี้มีศิลปินเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำได้

ผลงานเพลงของ Rihanna

1. We Found Love

แนวเพลง Electro house และ dance-pop
ค่ายเพลง Def Jam และ SRP
ผู้แต่งเพลง Calvin Harris
โปรดิวเซอร์ Calvin Harris
เพลงในปี 2011

แม้ว่าเพลง ‘We Found Love’ จะผ่านมานานเกินกว่า 10 ปี แต่ด้วยความเป็น Electro House และ Dance-pop ทำให้เพลงนี้ฟังแล้วดูใหม่อยู่เสมอ มีความ Timeless อยู่ในตัว ซึ่งตรงนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับทางโปรดิวเซอร์คนเก่งอย่าง Calvin Harris ซึ่งทำดนตรีสายนี้ได้ดีอยู่แล้ว ความสนุกของตัวเพลงทำให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จมาก ๆ เรียกว่าคลับไหนไม่มีเพลงนี้อยู่ในลิสต์ ถือว่าเป็นคลับที่เอ้าท์สุด ๆ ทั้งนี้ตัวเพลงสามารถขึ้นไปบนอันดับ 1 ของชาร์ตได้นานกว่า 10 สัปดาห์ ทั้งยังขึ้นอันดับ 1 กว่า 25 ประเทศ นับว่าเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเพลงหนึ่งของ Rihanna เลยก็ว่าได้


2. Work

แนวเพลง Dancehall, reggae-pop และ R&B
ค่ายเพลง Roc Nation และ Westbury Road
ผู้แต่งเพลง Jahron Brathwaite, Matthew Samuels, Allen Ritter, Rupert Thomas Jr, Aubrey Graham, Robyn Fenty และ Monte Moir
โปรดิวเซอร์ Boi-1da
เพลงในปี 2016

Raggae เป็นแนวเพลงที่ Rihanna คุ้นชินตั้งแต่อยู่บาร์เบโดส ดังนั้นเพลงนี้ถือว่าเข้าทางกับเธอเป็นอย่างมาก และการร่วมงานกับทาง Drake ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ลงตัวมากเพิ่มมิติให้กับเพลงมากขึ้น ทั้งนี้ด้วยตัวเพลงที่มีความช้าแบบเป็นจังหวะ ก็ทำให้รีแอนนาได้โชว์เสียงอย่างเต็มที่ ซึ่งเสียงของเธอเบลนเข้ากับดนตรีได้อย่างลงตัว มีความเซ็กซี่มีความสนุกฟังกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกเบื่อ หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลนี้ออกมา ตัวเพลงก็ดังมากในยุคช่วงนั้น ประสบความสำเร็จทั้งชาร์ตและกวาดรางวัลได้หลายเวที


3. Umbrella

แนวเพลง Pop, hip hop และ R&B
ค่ายเพลง Def Jam และ SRP
ผู้แต่งเพลง Christopher Stewart, Terius Nash, Kuk Harrell และ Shawn Carter
โปรดิวเซอร์ Tricky Stewart
เพลงในปี 2007

วัยรุ่นยุค Y2K ไม่มีใครไม่รู้จักเพลง ‘Umbrella’ อย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเดินในห้างหรือตลาดนัดก็จะต้องเปิดเพลงนี้กันทั้งหมด เรียกว่าเป็นเพลงที่ปูพรมแดงให้รีแอนนากลายเป็นตัวแม่ของวงการเพลงโลกจนถึงปัจจุบันนี้ โดยจริง ๆ แล้วเพลงนี้ได้ถูกศิลปินระดับตำนานปฎิเสธมาถึง 2 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Britney Spears และ Mary J. Blige แต่สุดท้ายเพลงนี้ก็มาถึงรีแอนนา ซึ่งแนวเพลง R&B ผสมกับ Hip Hop ก็ถือว่าเป็นสายถนัดของเธออยู่แล้ว ความเก๋ของเสียงและดนตรีสุดเร้าใจทำให้เพลงนี้ถูกจัดอันดับเป็น 1 ใน 500 เพลงที่ดีที่สุดตลอดกาล ขายได้กว่า 6 ล้านก็อปปี้และชนะรางวัล Grammy Awards ในสาขา ‘Best Rap/Sung Collaboration’ อีกด้วย


4. Love The Way You Lie

แนวเพลง Hip hop
ค่ายเพลง Shady, Aftermath และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Marshall Mathers, Holly Hafermann และ Alexander Grant
โปรดิวเซอร์ Alex da Kid และ Makeba Riddick
เพลงในปี 2010

‘Love The Way You Lie’ เป็นการร่วมงานกันระหว่าง Eimnem และ Rihanna โดยเอ็มมิเน็มเป็นคนเลือกรีแอนนาเข้ามาคอรัสด้วยตัวเอง เพราะเพลงนี้บอกเล่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ไม่ดีหรือมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งรีแอนนาเป็นตัวเลือกที่ใช่มาก ๆ สำหรับเพลงนี้ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมฟังกี่ครั้งศิลปินทั้งสองคนก็ทำให้รู้สึกอิมแพคและอินอยู่เสมอ ทั้งนี้การแร็ปสไตล์ฮิปฮ็อปบัลลาดก็กลมกล่อมและกลมกลืนไปกับเสียงคอรัสของรีแอนนาแบบเพอร์เฟค ตัวเพลงมีการผ่อนหนักผ่อนเบาทำให้ฟังแล้วไม่รู้สึกเบื่อ ซึ่งแน่นอนว่าเพลงคุณภาพระดับนี้ทำให้มันประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก สามารถทำยอดขายได้กว่า 12 ล้านก็อปปี้ในอเมริกาและอีก 1 ล้านในอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่เยอะมาก! เลยทีเดียว


5. Live Your Life

แนวเพลง Hip hop, R&B และ pop
ค่ายเพลง Grand Hustle และ Atlantic
ผู้แต่งเพลง Clifford Harris, Makeba Riddick และ Justin Smith
โปรดิวเซอร์ Just Blaze และ Canei Finch
เพลงในปี 2008

‘Live Your Life’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทหารของสหรัฐอเมริกาที่เสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อเข้าไปสู้รบในประเทศต่าง ๆ ทั้งนี้เจ้าของเพลงจะเป็นทาง T.I. หรือแรปเปอร์ชื่อดังซึ่งเลือก Rihanna เข้ามารีคอร์ทเพลง หลังจากที่รีแอนนาอัดเสียงเสร็จแล้วเรียบร้อย T.I. ก็รู้เลยว่าเพลงนี้จะต้องดังเป็นพลุแตก เพราะท่อนคอรัสของรีแอนนาทำให้เพลงลงตัวยิ่งขึ้น เป็นการเอาความเป็น Pop และ R&B เข้าไปเพิ่มความสนุกให้กับตัวเพลง หากใครต้องการเพลงสนุกและเพิ่มเอเนอร์จี้ดี ๆ ให้กับตัวเอง ‘Live Your Lift’ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ใช่


6. The Monster

แนวเพลง Hip hop และ pop
ค่ายเพลง Aftermath, Shady และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Marshall Mathers, Bebe Rexha, Robyn Fenty, Aaron Kleinstub, Jonathan Bellion, Bryan Fryzel และ Maki Athanasiou
โปรดิวเซอร์ Frequency
เพลงในปี 2013

หลังจากซิงเกิ้ล ‘Love The Way You Lie’ ประสบความสำเร็จมาก ก็ทำให้ Eminem ตัดสินใจร่วมงานกับ Rihanna อีกครั้ง โดยในครั้งนี้การแรปของเอ็มเอ็นเอ็มในสไตล์ Old School และแน่นอนว่าทาง Rihanna มาแนวของป๊อปคอรัสที่เพิ่มสีสันให้เพลงน่าจดจำยิ่งขึ้น ทั้งนี้เนื้อหาของเพลงมาในคอนเซปต์ของที่บอกถึงเรื่องราวแง่ลบเมื่อต้องกลายเป็นคนมีชื่อเสียง ส่วนรีแอนนาพูดถึงมอนสเตอร์ที่ทุกคนมีอยู่ในตัว ทุกคนมีสองด้านเสมอมีทั้งขาวและดำอยู่ในตัว หากใครอยากรู้จักศิลปินสองคนนี้มากขึ้น อยากให้ลองฟังเพลงนี้กันครับ


7. Rude Boy

แนวเพลง Reggae และ Electro-R&B
ค่ายเพลง Def Jam และ SRP
ผู้แต่งเพลง Mikkel S. Eriksen, Tor Erik Hermansen, Ester Dean, Makeba Riddick,Rob Swire และ Robyn Fenty
โปรดิวเซอร์ Stargate และ Rob Swire
เพลงในปี 2010

‘Rude Boy’ คือหนึ่งในเพลงระดับตำนานของ Rihanna โดยเพลงนี้ค่อนข้างแซ่บนัวอยู่พอสมควร เนื้อหาของเพลงมีความ Rate R ในขณะเดียวกันดนตรีของเพลงก็ค่อนข้างกลมกล่อม ถ้าย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 13 ปีก่อน ดนตรีถือว่าเก๋และล้ำสมัยสุด ๆ ซึ่งตรงนี้ต้องให้เครดิตกับ 2 โปรดิวเซอร์คนเก่งอย่าง Stargate และ Rob Swire ที่ทำดนตรีออกมาได้ดีและติดหูมาก การนำเอาความเรกเก้ผสมกับอิเล็กโทรถือว่าฉลาดมาก ๆ ฟังแล้วต้องฟังซ้ำอีกครั้ง หากใครกำลังหาเพลงแดนซ์ปัง ๆ ห้ามลืมเพลง Rude Boy โดยเด็ดขาด


8. SOS

แนวเพลง Dance และ dance-pop
ค่ายเพลง Def Jam และ SRP
ผู้แต่งเพลง Jonathan Rotem, Evan Bogart และ Edward Cobb
โปรดิวเซอร์ J. R. Rotem
เพลงในปี 2006

‘SOS’ เป็นเพลงแรกของ Rihanna ที่สามารถพิชิตอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้ ซึ่งเพลงนี้มีจุดเด่นในเรื่องของการมิกซ์เสียงดนตรี ทางด้านของ J. R. Rotem มีการใส่ดนตรีที่ให้ฟิลลิ่งยุค 80 ลงไปผสมผสานกับ Dance-pop ช่วงปี 2000 มีความคลาสสิกและโมเดิร์นในตัวมาก ส่วนการร้องและเอกลักษณ์ของ Rihanna ก็เพิ่มความคลาสซี่ให้กับเพลงได้ดีอยู่แล้ว เป็นคนร้องยังไงเก๋ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมถึงเพลงนี้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก


9. Diamonds

แนวเพลง Pop, electronic และ R&B
ค่ายเพลง Def Jam และ SRP
ผู้แต่งเพลง Sia Furler, Benjamin Levin, Mikkel S. Eriksen, Tor Erik และ Hermansen
โปรดิวเซอร์ Benny Blanco และ Stargate
เพลงในปี 2012

ภาพจำของ Rihanna สำหรับใครหลายคนอาจนึกถึงความเป็น Pop Dance หรือ Electro-Dance แต่ในความเป็นจริงแล้วรีแอนนาร้องบัลลาดได้ดีมาก ๆ เลยละครับ ซึ่ง ‘Diamond’ เองก็เป็นหนึ่งบทเพลงที่พิสูจน์ได้ดีมากว่าเธอคือศิลปินคุณภาพคนหนึ่งของอุตสาหกรรมเพลง โดยเบื้องหลังของตัวเพลงน่าสนใจมากครับ เพราะคนแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์คือ ‘Benny Blanco’ และ ‘Sia’ ศิลปินชื่อดังที่ใครหลายคนรู้จัก ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 14 นาทีเท่านั้นในการเขียนเพลง หลังจากที่ Rihanna ได้ฟัง

Next Post