การแต่งรถยนต์ ถือเป็นกิจกรรมที่หลาย ๆ คนชื่นชอบเอามาก ๆ เพราะเป็นการให้รถคันโปรดมีความสวยงามไม่ซ้ำใคร มีสไตล์ ที่ตรงกับเจ้าของรถ ซึ่งแน่นอนครับ วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะเปลี่ยนจากรถเดิม ๆ ให้กลายเป็นรถแต่งนั่นคือ “การเปลี่ยนล้อแม็ก” ใช่ครับ แค่คุณเปลี่ยนล้อแม็ก รถของคุณจะดูสวยขึ้นมาทันที ไม่ว่าคุณจะขับรถกระบะ, รถเก๋งขนาดเล็ก, อีโค่คาร์, Crossover SUVs, รถตู้ครอบครัว, รถครอบครัวขนาดเล็ก, รถอเนกประสงค์ (PPV) หรือไม่ว่ารถอะไรก็แล้วแต่ หากได้เปลี่ยนล้อแม็ก รถของคุณก็จะดูสวยขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเลย !
แต่การที่คุณจะเปลี่ยนล้อแม็กให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นไปจากเดิมนั้น คุณก็ควรศึกษาข้อดี และข้อเสียของมันก่อน ถึงแม้ว่าล้อแม็กที่ใหญ่ขึ้น จะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับตัวรถได้มากก็จริง แต่ต้องแลกมาด้วยข้อเสียอีกมากมายที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และผลกระทบโดยตรงเลยก็คือ สมรรถนะการขับขี่ และความสะดวกสบายในการใช้งาน เนื่องจากล้อรถจะเป็นส่วนที่มีการสัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง ยิ่งล้อแม็กขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ยางที่สามารถใช้ได้ก็จะมีแก้มยางที่เตี้ยลงมากเท่านั้น เราขอเปรียบเทียบแบบง่าย ๆ โดยจะให้เท้าเป็นล้อแม็ก และรองเท้าเป็นยางรถ หากคุณใส่รองเท้าบาง ๆ ไปวิ่ง แน่นอนครับว่ามันจะมีการกระเทือนอย่างรุนแรง แต่หากคุณใส่รองเท้าหนา ๆ ไปวิ่ง การกระเทือนก็จะมีน้อยลง เนื่องจากความหนาจะช่วยซับแรงกระแทกได้มากขึ้น ฉะนั้นยางรถยนต์ก็เหมือนกันครับ ถ้าคุณใส่แม็กขนาดใหญ่ขึ้น ยางคุณก็จะเล็กลง และสิ่งที่จะตามมาก็คือ ความนุ่มนวลจะลดลง การสั่นกระเทือนมากขึ้น และเสียงก็จะดังขึ้นด้วย ดังนั้นคุณก็ต้องเลือกยางรถยนต์ที่ดีและเหมาะสมด้วย เพื่อลดปัญหาเหล่านี้
โดยในปัจจุบันยางรถยนต์มีการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปมาก ยางรุ่นต่าง ๆ ในยุคนี้ มักถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพเฉพาะทางมากขึ้น อาทิเช่น บางรุ่นเน้นความนุ่มนวล บางรุ่นเน้นความสปอร์ต หรือบางรุ่นเน้นความเงียบ สำหรับในวันนี้เราขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ยางรถยนต์ ให้มากขึ้นกันดีกว่าครับ เพื่อที่คุณจะสามารถเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับคุณได้ง่าย ๆ
ยางรถยนต์ที่มีคุณภาพ มีประโยชน์อย่างไร ?
สำหรับยางรถยนต์ที่ดีนั้นมันมีประโยชน์มากมายหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นการยึดเกาะถนน, เพิ่มสมรรถนะให้กับรถ, การเบรก, การเลี้ยว, การรีดน้ำ, การประหยัดน้ำมัน, การรับน้ำหนัก, การซับแรงกระแทก และการเก็บเสียง ซึ่งแน่นอนครับยางที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ส่วนใหญ่มักมีราคาสูง ทำให้บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ส่วนใหญ่ ได้ออกแบบยางรถยนต์ที่สามารถจะตอบสนองการใช้งานที่แตกต่างกันได้ ช่วยให้ยางรถยนต์มีราคาที่ถูกลงครับ อย่างเช่น ยางบางรุ่นเน้นการยึดเกาะถนน แต่ขาดความนุ่มนวล หรือบางรุ่นมีความนุ่มนวล แต่อาจมีการสึกหรอที่ไวกว่าปกติ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยการขับขี่ของคุณว่าเหมาะกับยางรถยนต์แบบไหน ?
สำหรับในวันนี้เราก็ได้ทำการคัดสรร ยางรถยนต์ รุ่นต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ มีความทนทาน เสียงเงียบ นุ่มนวล และเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในขณะนี้มาทำการรีวิวในเบื้องต้นครับ โดยมีตั้งแต่รุ่นราคาประหยัดไปจนถึงรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง ๆ และเราก็ยังมี วิธีการเลือกยางรถยนต์ ขอบ 17 แบบง่าย ๆ มาแนะนำด้วย ซึ่งมันจะเป็นอย่างไร ? มีรุ่นอะไร ? และราคาเท่าไหร่บ้าง ? ตามไปดูกันเลยครับ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
คำแนะนำในการเลือกซื้อ ยางรถยนต์ขอบ 17 ต้องดูอะไร ?
สำหรับการเลือกยางรถยนต์ คุณจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ เสียก่อน ทั้งในเรื่องประเภทโครงสร้างภายในของยางรถยนต์ ประเภทของลายดอกยาง และขนาดต่าง ๆ ของยาง ซึ่งแน่นอนว่ารายละเอียดมันค่อนข้างเยอะ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่าต้องเลือกยางแบบไหน ? มันถึงจะเหมาะกับการใช้งานของตนเอง เพราะฉะนั้นในวันนี้เราขอเอาใจ ผู้ใช้แม็กขอบ 17 นิ้ว ซึ่งเป็นล้อแม็กขนาดยอดนิยม ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป และสามารถนำไปใส่กับรถยนต์หลาย ๆ ประเภทได้ และนี้คือ คำแนะนำในการเลือกซื้อ ยางรถยนต์ขอบ 17 แบบง่าย ๆ ครับ
1. เลือกยางที่เหมาะกับรถของเรา
รถยนต์มีมากมายหลากหลายประเภท ทำให้ยางรถยนต์ก็ต้องมีหลากหลายตามไปด้วย ดังนั้นการเลือกซื้อยางรถยนต์คุณก็ควรเลือกรุ่นที่มันออกแบบมาเพื่อประเภทรถนั้น ๆ อย่างที่เรารวบรวมมารีวิวบางรุ่นก็จะเหมาะกับรถยนต์นั่งคันเล็ก ๆ แต่บางรุ่นก็เหมาะกับรถยนต์สมรรถนะสูง เป็นต้น
2. ขนาดของยางรถยนต์
ยางรถยนต์จะมีขนาดระบุเอาไว้อยู่อย่างชัดเจนบริเวณแก้มยาง โดยมันจะเขียนเอาไว้เป็น อย่างเช่น 215/55 R17 ซึ่งคุณจะต้องอ่านขนาดของยางรถยนต์ให้ออกและเข้าใจความหมายของมันด้วย ซึ่งวิธีอ่านก็ไม่ยากครับ โดย
- 215 : เป็นขนาดของหน้ายาง หรือความกว้างของยาง ซึ่งจะมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร
- 55 : เป็นตัวบอกซีรีส์ยาง หรือบอกความสูงของแก้มยาง ซึ่งมีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ หมายความว่า ยางเส้นนี้มีความสูงแก้มยางอยู่ที่ 55% ของ 215 มิลลิเมตร
- R : เป็นตัวบอกโครงสร้างยาง ซึ่ง R ก็คือ โครงสร้างแบบเรเดียล
- 17 : เป็นเส้นผ่าศูนย์กลางยางที่ไว้ใส่กับกระทะล้อ ซึ่งจะมีหน่วยเป็นนิ้ว
นี่ก็เป็นแค่ขนาดของยางเท่านั้นนะครับ ซึ่งในบริเวณแก้มยางมันยังมีบอกรายละเอียดอื่น ๆ นอกเหนือไปจากนี้อีกมากครับ แต่ในการเลือกยางรถยนต์ในเบื้องต้นแบบง่าย ๆ คุณจำเป็นต้องอ่านขนาดให้เข้าใจเสียก่อนครับ
3. รูปแบบของดอกยาง
ดอกยางรถยนต์จะเป็นตัวกระจายน้ำหนักทั้งหมดของรถ ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อการยึดเกาะกับพื้นถนนครับ ส่วนที่เป็นร่องยางจะทำหน้าที่รีดน้ำออก เพื่อให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนน ช่วยลดอาการลื่นไถล โดยดอกยางจะมีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ ดอกผสม, ดอกบั้ง, ดอกยางละเอียด และดอกบล็อก โดยแต่ละประเภทก็จะมีรูปแบบและคุณสมบัติที่ต่างกัน ส่วนใหญ่มักจะใช้ในยางรถบรรทุกครับ ส่วนยางรถยนต์จะเป็นการนำดอกยางทั้ง 4 ประเภท มาออกแบบรวมกัน ซึ่งสามารถแบ่งได้อีก 3 รูปแบบ ดังนี้
ดอกยางแบบ 2 ทิศทาง (Non-directional)
เป็นดอกยางที่มีลักษณะตามชื่อเลย หากเราแบ่งครึ่งหน้ายาง ลายดอกยางฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาจะมีแนวเส้นที่สวนทางกัน ทำให้มันสามารถทำการสลับยางได้ทุกล้อ ทุกรูปแบบ และลักษณะของดอกยางที่สวนทางกันแบบนี้จะเน้นการใช้งานทั่ว ๆ ไปที่ใช้ความเร็วไม่สูงมากนัก ถ้าหากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนที่ชอบขับรถด้วยความเร็ว และมีการมุดซ้าย มุดขวา ดอกยางแบบ 2 ทิศทาง ไม่เหมาะกับคุณ
ดอกยางแบบทิศทางเดียว (Directional)
เป็นดอกยางที่มีลักษณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย มีความสวยงาม ซึ่งดอกยางแบบนี้มันจะสามารถใส่ได้ทิศทางเดียวเท่านั้น ไม่สามารถสลับข้างนอกข้างในได้ โดยมันจะมีลูกศรบอกทิศทางในการใส่ที่ถูกต้องอยู่ที่แก้มยาง ซึ่งยางลักษณะนี้นอกจากความสวยงามแล้ว มันยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ยางรีดน้ำ” ซึ่งก็ตามชื่อเลยครับ การรีดน้ำเป็นคุณสมบัติเด่นของดอกยางรูปแบบนี้ ช่วยให้คุณควบคุมตัวรถได้อย่างมั่นคง และสามารถใช้กับความเร็วสูงได้
ดอกยางไม่สมมาตร (Asymmetric)
เป็นดอกยางที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการยึดเกาะโดยเฉพาะเหมาะสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและการเข้าโค้งที่แม่นยำ โดยลายดอกยางรูปแบบนี้ถ้าหากเราแบ่งครึ่งหน้ายาง ลายด้านในและลายด้านนอกจะต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งที่แก้มยางจะมีการระบุด้านใน (Inside) และด้านนอก (Outside) เอาไว้ ซึ่งถ้าหากคุณใส่อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก มันจะสามารถสลับสับเปลี่ยนกันได้ทุกตำแหน่งครับ ซึ่งลายดอกยางด้านในถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทางตรง และการใช้ความเร็วครับ ส่วนลายดอกยางด้านนอกถูกออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะบนทางโค้งได้ดี
บทสรุป
“ยางรถยนต์” คือ สิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามครับ เพราะมันหมายถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ดังนั้นควรเลือกยางที่เหมาะสมกับนิสัยการขับขี่ของคุณ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากรถของคุณได้เปลี่ยนแม็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้นคุณก็ต้องมีการดูแลยางให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าคุณเคยใช้ยางรถยนต์ขอบ 15 มาก่อนคุณจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่ชัดเจน เพราะด้วยแก้มยางที่เตี้ยลง จึงทำให้ความนุ่มนวลหายไป และเสียงจากภายนอกอาจเข้ามามากขึ้น ฉะนั้นคุณจึงจำเป็นต้องมั่นตรวจเช็คสภาพยาง และตรวจเช็คลมยางอยู่เสมอ ต้องหาซื้ออุปกรณ์อย่าง ปั๊มลมไฟฟ้า และชุดปะยางติดรถเอาไว้ เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดครับ และถ้าหากคุณมีงบประมาณมากพอ เราอยากแนะนำให้คุณเลือกยางที่มีประสิทธิภาพสูงไปเลย เพราะมันเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า ด้วยคุณสมบัติที่ดีกว่า ทนทานกว่า และสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า ซึ่งราคาก็สูงกว่าไม่มาก แต่ได้ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ถือว่า “คุ้ม” ครับ
สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมดูแลรักษารถในส่วนอื่น ๆ ด้วย คุณควรมีอุปกรณ์ดูแลรถพื้นฐานอย่างผ้าไมโครไฟเบอร์, น้ำยาล้างรถ, แว็กเคลือบสีและเครื่องดูดฝุ่น เพื่อทำให้รถของคุณดูสะอาดเงางามทั้งภายนอกและภายใน นำรถไปตรวจเช็คระยะให้ตรงเวลาเพื่อ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และของเหลวอื่น ๆ อยู่เสมอ เพียงเท่านี้รถยนต์คันโปรดของคุณก็จะอยู่กับคุณไปอีกนานแสนนานครับ