Ed Sheeran (เอ็ด ชีแรน) – ประวัติและผลงานเพลง

หลังจากเรานำเสนอประวัติและผลงานของศิลปินจากเกาะอังกฤษมาหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Adele, Jessie J และ Sam Smith คราวนี้ก็มาถึงคิวของ ‘Ed Sheeran’ กันบ้าง ซึ่งถ้าหากจะพูดถึงเอ็ดแล้วแน่นอนว่าแฟนเพลงในยุคนี้ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน เพราะความสามารถของเอ็ดเยอะมาก ไม่ได้เป็นเพียงนักร้องทั่วไปแต่เรียกว่าเป็น Artist เพราะเอ็ดสามารถร้องเพลง, แต่งเพลง, โปรดิวซ์ และเล่นเครื่องดนตรีได้อีกด้วย ดังนั้นในทุกผลงานเพลงของเอ็ดจะเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกจากประสบการณ์ของตัวเอง เมื่อฟังแล้วจะเหมือนตกเข้าไปในภวังค์ และด้วยเนื้อเสียงของเอ็ดที่มีตวามอบอุ่นก็ทำให้เราฟังตั้งแต่ต้นจนจบแบบไม่มีเบื่อ ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากแนะนำ ‘ประวัติและผลงานเพลงของ Ed Sheeran’ ให้ทุกคนได้รู้จักเขามากขึ้นครับ

ประวัติของ Ed Sheeran

Ed Sheeran หรือ Edward Christopher Sheeran เกิดในแฮลิแฟกซ์เมือง West Yorkshire โดยคุณพ่อของเอ็ดทำงานเป็นภัณฑารักษ์หรือเจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์ของหอศิลป์ Cartwright Hall ส่วนทางด้านของคุณแม่ทำงานให้กับ Manchester City Art Gallery ทั้งนี้ด้วยครอบครัวของเอ็ดเป็นครอบครัวศาสนาคริสต์ จึงทำให้เอ็ดได้มีโอกาสในการร่วมวงคอรัสตั้งแต่อายุเพียงแค่ 4 ขวบ และได้เริ่มเรียนวิธีการเล่นกีตาร์เมื่ออายุ 11 ขวบ ด้วยทักษะการร้องเพลงและการเล่นเครื่องดนตรีจึงทำให้เขาเริ่มเขียนเพลงตั้งแต่วัยเด็ก

ช่วงที่ยังอยู่ในวัยเรียนเอ็ดถือว่าฮ็อตมาก ๆ เพราะเป็นคนที่ร้องเพลงเพราะและสามารถเล่นดนตรีได้ด้วยเรียกว่าเพื่อนในห้องต่างยกให้เป็นเซเลปประจำห้องเลยทีเดียว พูดง่าย ๆ ว่าเป็นคนที่มีแฟนคลับมาตั้งแต่ในช่วงวัยเรียน ซึ่งการที่เอ็ดค้นพบความสามารถของตัวเองตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้เขามุ่งหน้าเข้าสู่วงการดนตรีแบบเต็มรูปแบบ ด้วยการเข้าไปในออดิชันละครเวทีอย่าง ‘British Youth Music Theatre’ และแน่นอนว่าทางผู้จัดเลือกเอ็ดให้มาทำการแสดงแบบไม่มีลังเล

Ed Sheeran
Ed Sheeran (เอ็ด ชีแรน)

เมื่อเข้าสู่ปี 2004 เอ็ดก็เริ่มมีผลงานเพลงเป็นของตัวเอง ซึ่งซิงเกิลแรกที่ปล่อยออกมาชื่อว่า ‘Spinning Man’ แต่ในตอนนั้นยังไม่เป็นกระแสสักเท่าไหร่ เพราะไม่ได้มีการโปรโมทอีกทั้งอายุของเอ็ดในตอนนั้นก็เพียงแค่ 13 ขวบเท่านั้น แต่เขาก็ไม่หยุดที่จะทำตามฝันของตัวเอง โดยในปี 2008 เอ็ดได้ย้ายไปอยู่ในลอนดอนเพื่อเดินสายออดิชันและเข้าเรียนเกี่ยวกับดนตรีในสถาบันมืออาชีพ รวมไปถึงการอัดเสียงร้องเพลงและเล่นดนตรีผ่าน Youtube ซึ่งในช่วงนั้นทำให้เขาเริ่มมีแฟนคลับมากขึ้น

ช่วง 2004 – 2010 เอ็ดมีโอกาสในอุตสาหกรรมเพลงมากขึ้น ได้ร่วมงานกับทาง Jamie Foxx และขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ของสื่อดังอย่าง The Independent แต่ยังไม่ได้ดังเปรี้ยงอะไรมากมาย เอ็ดเริ่มมีชื่อเสียงจริง ๆ หลังจากปล่อยอัลบั้มแรกที่ชื่อว่า ‘+’ (plus) ในปี 2011 โดยอัลบั้มนี้สามารถทำยอดขายไปได้กว่า 7 แสนกว่าก็อปปี้ ซึ่งในอัลบั้มมีซิงเกิ้ลสุดฮิตอย่าง ‘Lego House’ และ ‘The A Team’ ถือเป็นการเปิดตัวที่สวยหรูสุด ๆ ทำให้เขาได้ทัวร์ทั่วประเทศอังกฤษ รวมไปถึงแถบยุโรปและอเมริกาอีกด้วย

ความปังของเอ็ดไม่ได้หยุดแค่เพียงเท่านี้ เพราะอัลบั้มที่ตามมาหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็น ‘x’, ‘÷’, ‘=’ และ ‘-’ ซึ่งสามารถขายอัลบั้มได้ถีงหลักล้าน ได้เข้าชิงและชนะรางวัลใหญ่อย่าง Brits Awards และ Grammy Awards ซึ่งว่าการมีซิงเกิลฮิต ยอดขายอัลบั้มเยอะ และได้รางวัลใหญ่ระดับนี้ เป็นการการันตีอย่างหนึ่งว่าเอ็ดคือศิลปินแนวหน้าของอุตสาหกรรมเพลงในยุคนี้

1. Shape Of You

แนวเพลง Pop, dancehall, R&B และ tropical house
ค่ายเพลง Asylum และ Atlantic
ผู้แต่งเพลง Ed Sheeran, Johnny McDaid, Kandi Burruss, Kevin “She’kspere” Briggs,Steve Mac และ Tameka Cottle
โปรดิวเซอร์ Ed Sheeran และ Steve Mac
เพลงในปี 2017

‘Shape Of You’ เป็นป๊อปผสมกับ Dancehall ที่ค่อนข้างสนุกฟังได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีเบื่อ บีทของเพลงถือเป็นจุดเด่นและเสน่ห์ของเพลงนี้ ส่วนเนื้อหาของเพลงจะมีความ Sexual และความ Sexy เล็กน้อย หากเปิดฟังกับแฟนก็คงมีเขินกันบ้าง แต่โดยรวมแล้วเพลงนี้ถือว่าสนุกและฟังง่าย ติดหูคนทั่วโลก แม้แต่ในประเทศไทยเองหลายคนก็น่าจะต้องเคยฟังกันผ่านหูผ่านตาไม่มากก็น้อย เป็นอีกหนึ่งผลงานระดับ Masterpiece ของเอ็ดในวงการเพลงเลยทีเดียว


2. Perfect

แนวเพลง Pop
ค่ายเพลง Asylum และ Atlantic
ผู้แต่งเพลง Ed Sheeran
โปรดิวเซอร์ Ed Sheeran และ Will Hicks
เพลงในปี 2017

‘Perfect’ เรียกว่าเป็นเพลงสำหรับการเปิดในงานแต่งระดับนานาชาติเลยครับ เพราะเนื้อหาของเพลงมีความโรแมนติกพูดถึงการเจอรักแท้และการพัฒนาความสัมพันธ์ที่เติบโตไปด้วยกัน อีกทั้งการร้องเพลงในสไตล์บัลลาดช้า ๆ เพราะ ๆ ก็ทำให้เพลงมีความซึ้งและเพิ่มความอบอุ่นมากกว่าเดิม เหมาะมากสำหรับการเปิดกับแฟนในวันวาเลนไทน์หรือเปิดให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้เต้น สร้างความอบอุ่นภายในงานรื่นรมย์


3. Bad Habits

แนวเพลง Dance-pop และ synth-pop
ค่ายเพลง Asylum และ Atlantic
ผู้แต่งเพลง Ed Sheeran, Fred Again และ Johnny McDaid
โปรดิวเซอร์ Ed Sheeran, Fred Again และ Johnny McDaid
เพลงในปี 2021

‘Bad Habits’ สามารถไต่ได้ถึงอันดับ 2 บนชาร์ต Billboard Hot 100 โดยในตอนนั้นทางเอ็ดมีแพลนว่าจะปล่อยซิงเกิ้ลแรกเป็นเพลงช้าสไตล์ Acoustic แต่ด้วยในช่วงนั้นโลกกำลังอยู่ในช่วงความเครียดของสถานการณ์โควิด 19 เลยทำให้ ‘Bad Habit’ ซึ่งเป็นเพลง Dance-Pop ที่มีซาวด์สังเคราะห์สนุก ๆ เป็นบีทที่ช่วยให้ฟังแล้วคลายเครียด ถึงแม้ว่าเนื้อหาเพลงจะเศร้าก็ตาม


4. I Don’t Care

แนวเพลง Electropop และ dancehall
ค่ายเพลง Asylum, Atlantic และ Def Jam
ผู้แต่งเพลง Ed Sheeran, Justin Bieber, Max Martin, Shellback,Fred Gibson และ Jason Boyd
โปรดิวเซอร์ Max Martin, Shellback และ Fred
เพลงในปี 2019

เพลงนี้เป็นการร่วมงานของศิลปินชายตัวท็อปของวงการเพลง นั่นคือ Ed Sheeran และ Justin Bieber ไม่เพียงเท่านั้นคนแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์เองก็เก่งมาก ไม่ว่าจะเป็น Max Martin, Shellback หรือ Fred ที่ทำเพลงให้ศิลปินระดับบิ๊กเนมมาหลายคนแล้ว โดยเพลงนี้จะเป็น Electropop เปิดมาแล้วติดหูทันที บีทแน่นทำให้ฟังได้สนุกไปตลอดเพลง เหมาะกับการเปิดในช่วงซัมเมอร์มาก ๆ ถ้าได้เปิดระหว่างเดินทางไปเที่ยวหรือฟังขณะอาบแดดจะเข้ากับมู้ดเพลงมาก ๆ Feeling Good สุด ๆ


5. Thinking Out Loud

แนวเพลง Blue-eyed soul และ soft rock
ค่ายเพลง Asylum และ Atlantic
ผู้แต่งเพลง Ed Sheeran และ Amy Wadge
โปรดิวเซอร์ Jake Gosling
เพลงในปี 2014

‘Thinking Out Loud’ คืออีกหนึ่งเพลงที่ถือว่าเป็นเพลงฮิตของทาง Ed Sheeran ซึ่งเพลงนี้ได้เข้าชิง Grammy Awards ถึง 3 สาขาใหญ่ และคว้ามาได้ถึง 2 รางวัล อีกทั้งเพลงนี้ยังไต่ชาร์ตขึ้นไปได้สูงสุดถึงอันดับ 2 ของ Billboard Hot 100 นอกจากนี้ยังเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง ‘Me Before You’ ที่ทำเอาหลายคนน้ำตาไหลพราก ในความหวานซึ้งและความโรแมนติของเพลง เป็นอีกหนึ่งเพลงที่นิยมเปิดในงานแต่งงานเช่นกัน


6. Shivers

แนวเพลง Dance-pop
ค่ายเพลง Asylum และ Atlantic
ผู้แต่งเพลง Ed Sheeran, Steve McCutcheon, Kal Lavelle และ Johnny McDaid
โปรดิวเซอร์ Ed Sheeran, Steve Mac และ Fred Again
เพลงในปี 2021

เมโลดี้และบีทที่เป็นเสียงปรบมือทำให้เพลงนี้มีเสน่ห์และมีความเซ็กซี่อยู่ในตัว รวมไปถึงเนื้อเสียงของเอ็ดเองก็กลมกลืนไปกับดนตรีได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ด้วยดนตรีที่เป็น Dance-Pop เพิ่มทวีคูณความสนุกมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เพลงนี้เปิดในคลับหรืองานปาร์ตี้กันค่อนข้างเยอะ หากใครกำลังหาเพลย์ลิสต์เพลงสำหรับการปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ แนะนำให้ใส่เพลงนี้ในไปในลิสต์ด้วยครับ


7. Castle On The Hill

แนวเพลง Folk-pop, pop และ rock
ค่ายเพลง Asylum และ Atlantic
ผู้แต่งเพลง Benny Blanco และ Ed Sheeran
โปรดิวเซอร์ Benny Blanco และ Ed Sheeran
เพลงในปี 2017

‘Castle On The Hill’ สามารถทำยอดขายซิงเกิ้ลในสัปดาห์แรกได้มากกว่า 1.9 ยูนิต ส่งให้เพลงนี้ขึ้นไปถึงอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงในประเทศอังกฤษ โดยจุดเด่นของเพลงนี้จะเป็นเมโลดี้ที่มีความหนักและพลังเสียงของเอ็ดก็ทำให้ฟังเพลงอิมแพ็คมากขึ้น ส่วนเนื้อหาในเพลงก็เป็นการบอกเล่าเรื่องราวชีวิตในวัยเด็ก มีการลองถูกลองผิดแต่ท้ายที่สุดแล้วสตอรี่ในอดีตก็หล่อหลอมให้เขาเติบโตขึ้นมา กลับไปหวนคิดทีไรก็คิดถึงชีวิตช่วงนั้นอยู่เสมอ


8. Photograph

แนวเพลง Folk-pop
ค่ายเพลง Asylum และ Atlantic
ผู้แต่งเพลง Ed Sheeran, Johnny McDaid, Martin Harrington และ Tom Leonard
โปรดิวเซอร์ Jeff Bhasker และ Emile Haynie
เพลงในปี 2015

ถึงแม้ว่าดนตรีในเพลง Photograph จะไม่ได้ใช้เครื่องดนตรีอลังการงานสร้างเหมือนกับเพลงอื่น ๆ แต่ความ มีเพียงแค่กีตาร์และกลองที่เล่นคลอไปกับการร้องของเอ็ด ทำให้เราสัมผัสและเข้าถึงเพลงได้ง่าย ส่วนเนื้อเพลงก็น่าจะตรงใจใครหลายคน เพราะเพลงนี้ไม่ได้ตีความแค่เฉพาะความรักแบบแฟนเท่านั้น แต่เป็นการพูดถึงความรักในทุกความสัมพันธ์ แม้ว่าความรักในบางครั้งอาจทำให้เจ็บปวด แต่มันก็ยังเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เป็นกำลังใจให้เราก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง

Next Post