เมื่อพูดถึงศิลปินแนวหน้าของโลกยุคนี้แน่นอนว่าหลายคนอาจจะนึกถึง Ariana Grande, The Weeknd, Beyonce, Bruno Mars, Taylor Swift, Justin Bieber และอีกหนึ่งคนที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้นั่นคือ ‘Adele’ เพราะอเดลเป็นศิลปินหญิงคนหนึ่งของยุคที่ประสบความสำเร็จมากทั้งยอดขายและรางวัล แม้ว่าเพลงของอเดลจะไม่ใช่เพลงตลาดอย่างอิเล็กโทรหรือป๊อปหวานใสทั่วไป เน้นทำดนตรีไปในสาย Blue, R&B และ Soul ซะมากกว่า ซึ่งแนวเพลงเหล่านี้ไม่ใช่เทสของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน แต่ด้วยเสียงอันทรงพลังรวมไปถึงความสามารถในด้านการทำดนตรีและการเขียนเพลงที่ซึ้งกินใจ จึงทำให้หลายคนเข้าถึงเพลงได้ไม่ยาก ดังนั้นในวันนี้เราจึงอยากจะมาแชร์ความประวัติชีวิตและผลงานเพลงเด่น ๆ ของ Adele ให้ทุกคนได้รู้จักเธอมากขึ้น
ประวัติของ Adele
Adele หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า ‘Adele Laurie Blue Adkins’ (อะเดล ลอรี บลู แอดคินส์) เกิดและเติบโตในท็อตแนมซึ่งเป็นเขตหนึ่งในเมืองลอนดอน โดยอเดลเติบโตมากับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่เด็ก เพราะคุณพ่อแยกทางกับคุณแม่ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 2 ขวบเท่านั้น ด้วยความที่อเดลเป็นเหมือนกับเด็กที่ ‘Born To Be A Singer’ จึงทำให้เธอเริ่มต้นในการร้องเพลงตั้งแต่อายุเพียงแค่ 4 ขวบและเธอติดการร้องเพลงมาก ๆ เรียกว่าร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจเลยทีเดียว
หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปจนเธออายุถึง 9 ขวบ อเดลก็ต้องย้ายที่อยู่อีกครั้ง เพราะคุณแม่ของเธอจำเป็นต้องไปทำงานที่ Brixton ซึ่งการย้ายไปอยู่ในเมืองใหม่ก็ทำให้เธอมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ในช่วงเวลาว่าง ๆ อเดลจะเข้าไปในสวนสาธารณะเพื่อดีดกีตาร์และร้องเพลงกับเพื่อน ๆ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนซิงเกิลแรกอย่าง ‘Hometown Glory’ นั่นเองครับ
ด้วยความสามารถการร้องเพลงและการเขียนเพลงที่โดดเด่นมาก ทำให้เธอตัดสินเข้าเรียน BRIT School ที่เป็นโรงเรียนสำหรับนักร้องนักแสดงโดยเฉพาะ อีกทั้งหลายคนก็อาจจะไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมคลาสของเธอในตอนนี้มีศิลปินดังระดับโลกอีก 2 คน ไม่ว่าจะเป็น Jessie J และ Leona Lewis

โดยหลังจากที่อเดลเรียนจบแค่เพียง 4 เดือน เธอก็เริ่มทำการอัด Demo เพลงทันที เมื่ออัดเสร็จเธอก็ส่งให้กับเพื่อน ๆ ร่วมคลาสได้ฟังและออกความคิดเห็นกัน ด้วยความที่อเดลทำเพลงออกมาได้อย่างเพอร์เฟค เพื่อน ๆ จึงอยากแชร์ให้คนอื่นได้ฟังกันโดยการโพสใน Myspace และแน่นอนว่าเพลงดังมากแบบไม่ต้องโปรโมทอะไรทั้งสิ้น ถึงขนาดที่เพลงไปเข้าหูของหัวหน้าค่ายเพลงดังอย่าง XL Recordings
จากนั้นค่ายก็ส่งจดหมายไปหาอเดลเพื่อให้เธอเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับสัญญาในการเข้ามาเป็นศิลปินกับทางค่าย แต่ความตลกคืออเดลไม่ค่อยเชื่อใจว่าจดหมายที่ส่งมาจะเป็นจดหมายจากค่ายเพลง เพราะในตอนนั้นเธอรู้จักค่ายเพลงเดียวคือ ‘Virgin Records’ ดังนั้นเธอเลยดึงเพื่อนสนิทอีกคนเข้าไปพูดคุยกับทางค่ายด้วย ซึ่งการพูดคุยก็เป็นไปได้ด้วยดี เมื่อเซ็นสัญญาแล้วเรียบร้อยทางค่ายก็ป้อนงานเพลงให้ทันที
ในช่วงปีแรกเธอได้ร่วมงานกับศิลปินหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Jamie T หรือ Jack Peñate หลังจากนั้น อเดลก็ได้เริ่มทำอัลบั้มแรกของตัวเองชื่อว่า ‘19’ และปล่อยออกมาแบบเต็มอัลบั้มในปี 2008 เมื่อซิงเกิลภายในอัลบั้มกระจายไปตามแฟลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์เน็ตและทีวี ทำให้ยอดขายพุ่งทะยานขึ้นอันดับ 1 ในประเทศอังกฤษ และมียอดขายอัลบั้มทั่วไปกว่า 8.5 ล้านก็อปปี้ ไม่เพียงเท่านั้นอัลบั้ม 19 ยังทำให้เธอชนะรางวัล Grammy ในสาขาใหญ่อย่าง Best New Artist พ่วงด้วยรางวัลศิลปินหญิงเพลงป๊อปยอดเยี่ยม เรียกว่าปล่อยมาในอัลบั้มแรกก็ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงระดับโลกแล้ว
เมื่อกระแสของอเดลดีมาก แน่นอนว่าค่ายก็พลังดันเธอสุด ๆ ให้เธอมีอิสระในการทำเพลงและปล่อยเพลงตามต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าอเดลไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้วเพราะเมื่อเธอปล่อยอัลบั้ม 21, 25 และ 30 ออกมา ทุกอัลบั้มก็ประสบความสำเร็จทั้งหมด ซิงเกิลสามารถขึ้นได้ทั้งอันดับ 1 ได้ทั้งในประเทศอังกฤษ(บ้านเกิด) และอเมริกา นอกจากนั้นยังมียอดขายหลักล้านในทุกอัลบั้ม ถ้าหากพูดว่าอเดลกลายคือศิลปินระดับแนวหน้าของโลก เชื่อว่าคนในยุคนี้คงจะไม่มีใครปฎิเสธอย่างแน่นอน
วันนี้เราได้ทำการคัดเลือกบทเพลงเพราะ ๆ ที่มียอดวิวสูงของ Adele มาฝากทุกคน พร้อมแล้วไปกันเลย
ผลงานเพลง Adele
1. Easy On Me
| แนวเพลง | Pop |
| ค่ายเพลง | Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Adele Adkins และ Greg Kurstin |
| โปรดิวเซอร์ | Greg Kurstin |
| เพลงในปี | 2021 |
‘Easy On Me’ เป็นป๊อปบัลลาดตามสไตล์ที่ทางอเดลถนัด ซิกเนเจอร์อย่างหนึ่งของอเดลคือการเขียนเพลงและเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวของตัวเองเสมอ ซึ่งในเพลงนี้อเดลได้เขียนถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเธอและสามีที่เลิกรากันไป ในบางครั้งเธอก็รู้สึกว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจผิดพลาดและกระทบต่อจิตใจของลูก ดังนั้นเธอจึงเขียนและร้องเพลงนี้ให้กับลูกเพื่ออธิบายให้เข้าใจถึงสถาการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านตัวเพลง
2. Hello
| แนวเพลง | Soul |
| ค่ายเพลง | XL และ Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Adele Adkins และ Greg Kurstin |
| โปรดิวเซอร์ | Greg Kurstin |
| เพลงในปี | 2015 |
‘Hello’ เรียกว่าเป็นเพลงระดับตำนานของอเดลเลยก็ว่าได้ เพราะเพลงนี้สามารถขึ้นไปแตะอันดับ 1 ได้นานกว่า 36 ประเทศ สร้างสถิติทั้งยอดสตรีมมิ่งและยอดวิวในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่เพียงเท่านั้นเพลงนี้ยังกวาดรางวัลระดับโลกอย่าง Grammy Awards ให้กับอเดลถึง 3 รางวัลอีกด้วย โดยตัวเพลงจะมาในสาย Soul และมีความเป็น Pop ballad เล็กน้อย ซึ่งดนตรีสายนี้ทำให้คนฟังเข้าถึงอารมณ์เพลงได้ง่ายมาก ยิ่งเสียงอเดลที่พลังค่อนข้างเยอะและเก่งมากในการถ่ายทอดอารมณ์ก็คงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเพลงนี้ถึงสร้างตำนานและทำให้อเดลยืนเป็นศิลปินแนวหน้าของโลกได้จนถึงทุกวันนี้
3. Rolling In The Deep
| แนวเพลง | Rhythm and bluessoul และ Soul |
| ค่ายเพลง | XL และ Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Adele Adkins และ Paul Epworth |
| โปรดิวเซอร์ | Paul Epworth |
| เพลงในปี | 2010 |
อีกหนึ่งภาพจำและซิงเกิลที่ทำให้หลายคนรู้จักอเดลคงเป็นเพลง ‘Rolling In The Deep’ โดยเพลงนี้จะมาในจังหวะสนุก ๆ เป็นดนตรีในสาย Disco และมีความเป็น Dark Blue นอกจากนี้ด้วยเสียงของอเดลก็ทำให้เพลงนี้มีความ Powerful ฟังแล้วเร้าใจ ถึงแม้ว่าตัวเพลงจะมีความเศร้าบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จบไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่เธอก็ก้าวผ่านและมูฟออนความเจ็บปวดเหล่านี้ไปแล้วเรียบร้อย หากใครอยากมูฟออนก็แนะนำให้ฟังเพลงนี้กันครับ
4. Set Fire To The Rain
| แนวเพลง | Power pop |
| ค่ายเพลง | XL และ Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Adele Adkins และ Fraser T. Smith |
| โปรดิวเซอร์ | Fraser T. Smith |
| เพลงในปี | 2011 |
‘Set Fire To The Rain’ คือหนึ่งในซิงเกิลที่อยู่ในอัลบั้ม ‘21’ ซึ่งเพลงนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์และสไตล์เพลงของอเดลเอาไว้อยู่นั่นคือดนตรีในสาย Pop บันลาด ดนตรีมีความเร้าใจฟังแล้วไม่มีเบื่อ หลายคนเปรียบเทียบเพลงนี้กับ Grenade ของ Bruno Mars เพราะเนื้อเพลงและเทคนิคการร้องของทั้งคู่ใกล้เคียงกัน ส่วนเนื้อเพลงเป็นการบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่ทั้งรักทั้งเกลียด ถึงแม้ว่าจะรักมากเท่าไหร่แต่เมื่อรู้ความจริงว่าอีกฝ่ายไม่ได้จริงใจอย่างภาพที่เห็น ก็ทำให้รู้สึกโกรธและปวดใจอยู่เสมอ แต่ท้ายที่สุดแล้วความรักก็เป็นเหมือนวัฎจักร เพราะเมื่ออีกฝ่ายมาง้อขอคืนดีก็กลับไปรักเหมือนเดิม
5. Someone Like You
| แนวเพลง | Pop |
| ค่ายเพลง | XL และ Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Adele Adkins และ Dan Wilson |
| โปรดิวเซอร์ | Adele Adkins และ Dan Wilson |
| เพลงในปี | 2011 |
‘Someone Like You’ เป็นเพลงตัดพ้อถึงอดีตคนรัก ที่ถึงแม้ว่าอีกฝั่งจะพบรักใหม่ไปแล้ว แต่ทางอเดลยังคงฝังใจและคิดถึงฝ่ายชายอยู่เสมอ เพราะโมเมนต์ความดีในระหว่างคบกันมีเยอะมาก จนเธอไม่สามารถจะลืมได้ลง แต่ในอีกด้านหนึ่งเธอก็ยอมรับถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและตัดพ้อให้กำลังใจตัวเองว่ายังไงในอนาคตเธอก็จะต้องหารักครั้งใหม่หรือผู้ชายที่ดีเท่ากับแฟนเก่าให้ได้ ด้วยเนื้อหาของเพลงที่ตรงกับชีวิตของใครหลายคนและดนตรีที่คลอไปด้วยเปียโน ก็ทำให้ยิ่งอินเข้าไปใหญ่สามารถขายเพลงได้หลายล้านยูนิต แม้จะผ่านมาแล้วนับสิบปีเพลงนี้ก็ยังคงมีหลายคนเปิดฟังกันอยู่
6. Oh My God
| แนวเพลง | Gospel pop |
| ค่ายเพลง | Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Adele Adkins และ Greg Kurstin |
| โปรดิวเซอร์ | Greg Kurstin |
| เพลงในปี | 2021 |
จุดเด่นของเพลง ‘Oh My God’ คือบีทที่มีความอิเล็กโทรฟังแล้วโมเดิร์นสามารถฟังได้ทุกเพศทุกวัย แต่ในอีกด้านหนึ่งเพลงก็มีความคลาสสิกอยู่พอสมควร เพราะเสียงของอเดลและการร้องในสไตล์ Gospel ทำให้ทุกอย่างดูลงตัวมาก ๆ ซึ่งตรงนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับทาง Greg ที่ทำดนตรีออกมาได้ดี เสียงของเธอสามารถเข้าไปในดนตรีได้แบบพอดี หากใครกำลังหาเพลงเพราะสบายหูในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือเพิ่มสีสันให้กับงานปาร์ตี้ลัคชูรี เพลงนี้ค่อนข้างตอบโจทย์เลยทีเดียว
7. Skyfall
| แนวเพลง | Orchestral pop |
| ค่ายเพลง | XL, Columbia และ Melted Stone |
| ผู้แต่งเพลง | Adele Adkins และ Paul Epworth |
| โปรดิวเซอร์ | Paul Epworth |
| เพลงในปี | 2012 |
‘Skyfall’ อาจไม่ใช่เพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดในแง่ของชาร์ตเพลงสำหรับอเดล แต่ในแง่ของคุณภาพและรางวัลต้องยอมรับว่าเพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงเกรด A+ เลยก็ว่าได้ โดยเพลงนี้ได้โปรดิวซ์และอัดเสียงสำหรับการประกอบภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง ‘James Bond’ ดังนั้นตัวเพลงจะมีความคลาสสิกสูงมาก มีการใช้ดนตรีอย่าง Orchestral ทำให้เพลงฟังแล้วขลัง ส่วนอเดลด้วยความที่เนื้อเสียงแน่นพาวเวอร์เยอะก็ยิ่งเสริมให้ฟังแล้วมีความเป็น Diva มากขึ้น ถ้าใครไม่เคยฟังต้องรีบไปเปิดเลยครับ เพราะเพลงนี้คือ Masterpiece ของอเดลเลยละครับ
8. Send My Love (To Your New Lover)
| แนวเพลง | Pop และ R&B |
| ค่ายเพลง | XL และ Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Adele Adkins, Max Martin และ Shellback |
| โปรดิวเซอร์ | Max Martin และ Shellback |
| เพลงในปี | 2016 |
เบื้องหลังที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือเบสที่เล่นคลอไปกับเพลง เป็นเสียงเบสที่ทางอเดลดีดโดยตัวเอง เพราะเธอมีความสามารถในการเล่นกีตาร์และเบสมาตั้งแต่อายุ 15 อยู่แล้ว ทั้งนี้การดึงเอา Max Martin กับ Shellback มาช่วยในเรื่องของดนตรีสาย Pop สนุก ๆ ก็แน่นอนว่าไม่มีทางผิดหวังอยู่แล้ว โดยเพลงนี้สามารถฟังได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีเบื่อ ส่วนเสียงของอเดลก็ช่วยทำให้เพลงมีความ Timeless แม้ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเก่า