Lady Gaga (เลดี กากา) – เปิดประวัติ และผลงานเพลง [อัปเดต ก.พ. 64]

เมื่อพูดถึงนักร้องสายป๊อประดับโลกในอุตสาหกรรมเพลงเราก็อาจจะหนึ่งถึงกันอยู่หลายชื่อ โดยฝ่ายนั้นหากนึกถึงในระดับตำนานก็คงจะหนีไม่พ้น ‘Michael Jackson (ไมเคิล แจ็กสัน)’ ส่วนฝ่ายหญิงคือ ‘Madonna (มาดอนน่า)’ แบบที่ไม่มีข้อกังขาอย่างแน่นอน จะเรียกว่าเป็นคิงและควีนของนักร้องสายป๊อปเลยก็ว่าได้ หลังจากนั้นก็จะมีการตั้งฉายาเจ้าหญิงเพลงป๊อปตามมาในยุค 90’s นั่นคือ ‘Britney Spears (บริตนีย์ สเปียส์) รวมไปถึงนักร้องชื่อดังรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังอยู่บนเส้นทางการเป็นตำนาน ไม่ว่าจะเป็น อารีอานา กรานเด, จัสติน บีเบอร์ รวมไปถึงอีกหนึ่งคนที่เรียกได้ว่าคู่ควรแก่การเป็นควีนคนต่อไปของวงการเพลงป๊อปนั่นคือ ‘Lady Gaga (เลดี กากา)’ ศิลปินชื่อดังที่ฝากผลงานเพลงคุณภาพให้กับวงการมากมาย



ประวัติของ Lady Gaga (เลดี กากา)

Stefani Joanne Angelina Germanotta หรือ Lady Gaga (ชื่อในวงการ) เลดี กากา หรือ เลดี้ กาก้า ในสำเนียงพูดของคนไทย เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ปี 1986 ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยถ้าสังเกตให้ดีคือชื่อจริง ๆ ของเธอมีความเป็นอิตาลีมาก เพราะครอบครัวทั้งทางฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่มีเชื้อสายอิตาเลียนทั้งคู่ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมทั้งชื่อและหน้าตาของเธอมีความเป็นอิตาเลียนค่อนข้างสูง

โดยคุณแม่ของเธอมีชื่อว่า Cynthia Louise มีอาชีพผู้บริหารธุรกิจและทำงานเกี่ยวกับการกุศล ส่วนคุณพ่อ Joseph Germanotta ทำงานในเรื่องของผู้ประกอบการอินเตอร์เน็ต ซึ่งกากาได้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าครอบครัวของเธอในอดีตนั้นไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย เรียกได้ว่าอยู่ใน Lower-Class หรือกลุ่มชนชั้นระดับล่าง ดังนั้นครอบครัวของเธอจึงต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นมาตลอด

ประวัติ Lady Gaga
ประวัติ Lady Gaga

ทั้งนี้ชีวิตในวัยเรียนของกากาในโรงเรียนหญิงล้วนก็ไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่นัก เพราะโรงเรียนของเธอค่อนข้างเคร่งครัดในกฎระเบียบเป็นอย่างมาก จนทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยในช่วงการอยู่ในโรงเรียน แต่อย่างไรก็ดีดนตรีก็ทำให้เธอมีความสุขได้เสมอ โดยความสามารถพิเศษที่ติดตัวเลดี้ กากา ช่วยให้เธอพัฒนาทักษะทางด้านการเล่นดนตรีได้รวดเร็ว เพราะเธอเริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น

ซึ่งในช่วงวัยเด็กเธอใช้เวลากับเปียโนอยู่เสมอ เรียกได้ว่าเวลาว่างของเธอจะวนเวียนไปกับการนั่งอ่านโน้ตเปียโน จนครอบครัวเริ่มเห็นความสามารถในตัวเธอในการส่งให้เธอเข้าไปในแคมป์ Creative Arts จนฝีมือของเธอพัฒนาขึ้นแบบไร้ขีดจำกัด แต่อย่างไรก็ดีกาาก้าไม่ได้มีเพียงแค่ความสามารถทางดนตรีเพียงเท่านั้น แต่เธอยังเก่งในเรื่องของการแสดงด้วย เพราะเธอได้เรียนการแสดงที่ Lee Strasberg Theatre and Film Institute แต่เธอก็ได้หยุดไปในเส้นทางการแสดง เนื่องจากการออดิชั่นในนิวยอร์กไม่ประสบความสำเร็จ

จนในที่สุดเธอก็กลับไปทางด้านสายดนตรีอีกครั้งในช่วงอายุ 17 ปี เพื่อที่จะพัฒนาทางด้านการร้องและการเขียนเพลง จากนั้นเธอก็เริ่มอัดเพลงและพบเจอผู้คนเก่ง ๆ ที่ช่วยให้รังสรรค์ผลงานเพลงของกากาให้ดีและเก่งขึ้นไปอีกระดับ และได้เซ็นสัญญากับหลายค่าย จนในที่สุดเธอก็พบกับแสงสว่างและเส้นทางการเป็นนักร้องระดับโลกอย่างสมใจหวัง เมื่อเธอได้ปล่อยอัลบั้มที่ชื่อว่า ‘The Fame’ ออกมา โดยในอัลบั้มนั้นมีซิงเกิ้ลระดับตำนานอย่างเพลง ‘Just Dance’ และ ‘Poker Face’ จนมีชื่อเสียงมาถึงทุกวันนี้


1. Rain On Me With Ariana Grande

Rain On Me With Ariana Grande
Rain On Me With Ariana Grande
แนวเพลง Dance-pop, house disco และ electropop
ค่ายเพลง Interscope
ผู้แต่งเพลง Lady Gaga, BloodPop, Ariana Grande, Matthew Burns, Nija Charles, Rami Yacoub, Martin Bresso และ Alexander Ridha
โปรดิวเซอร์ BloodPop และ Burns
เพลงในปี 2020

การกลับมาของกากากับอัลบั้ม Chromatica ถือเป็นอะไรที่สมศักดิ์ศรีของเจ้าแม่เพลงป๊อปมาก โดยเฉพาะเพลง Rain On Me ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้หวนกลับไปในยุคทองของเธอ ทั้งนี้การ Collabration กับอารีอานาก็ถือเป็นการร่วมงานที่สร้างความตื่นตาตื่นใจไปทั่วโลกเช่นกัน ซึ่งจุดประสงค์หลักของเพลงนี้คือกากาต้องการจะสื่อสารเกี่ยวกับช่วงความยากลำบากของชีวิตที่ผ่านมา ถึงแม้ว่ามันจะยากสักแค่ไหน แต่สุดท้ายเธอก็ผ่านมันมาได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมเธอจึงใช้ดนตรีแนว Dance, Disco และผสมเข้าด้วย Electro Pop ก็เพราะเพลงนี้คือการเฉลิมฉลองให้กับความยากลำบากที่เธอผ่านมาได้นั่นเอง ส่วนในเรื่องของการร้องนั้นก็ถือว่าเสียงของกากาเบลนเข้ากับอาเรียน่าได้แบบไม่ขัดหู ฉะนั้นผมจึงยกเพลงนี้ให้เป็นเพลงขึ้นหิ้งที่หลายคนควรจะได้ฟังกันครับ


2. Bad Romance

Bad Romance
Bad Romance
แนวเพลง Electropop และ dance-pop
ค่ายเพลง Streamline, KonLive, Cherrytree และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Stefani Germanotta และ Nadir Khayat
โปรดิวเซอร์ RedOne และ Lady Gaga
เพลงในปี 2009

หากใครติดตามเพลงสากลมาตั้งแต่ยุค 20 จะต้องเคยได้ยินเพลง Bad Romance ผ่านหูอย่างแน่นอน เพราะเพลงนี้คือตำนานที่ประดับคู่วงการอุตสาหกรรมเพลง อีกทั้งยังถือว่าเป็นเพลงซิกเนเจอร์ของเลดี กากา ที่ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นตัวท็อปของวงการเพลงได้แบบไร้ข้อกังขา เพราะเพลงนี้ได้เข้าชิงในหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น MTV หรือรางวัลที่นักร้องทุกคนใฝ่ฝันว่าอยากจะได้มาครอบครองคือ Grammy Awards ซึ่งเพลงนี้สามารถกวาดไปได้ถึง 2 รางวัล ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จสุด ๆ ทั้งนี้ในแง่ของคำวิจารณ์ที่ได้รับจากสื่อสำนักดังอย่าง Pitchfork และ Rolling Stone ก็ชื่นชมเพลงนี้อยู่เสมอ เรียกว่าเป็น Masterpiece ที่ไม่มีใครลืมเพลงนี้ได้ลงอย่างแน่นอน


3. Poker Face

Poker Face
Poker Face
แนวเพลง Synth-pop และ dance-pop
ค่ายเพลง Streamline, KonLive, Cherrytree และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Stefani Germanotta และ Nadir Khayat
โปรดิวเซอร์ RedOne
เพลงในปี 2008

Poker Face เป็นอีกหนึ่งเพลงของกากาซึ่งสามารถขึ้นไปแตะอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ได้ นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นอยู่ในอันดับท็อป ๆ กว่า 20 ชาร์จทั่วโลก และมียอดขายมากกว่า 14 ล้านก็อปปี้ โดยเสน่ห์ของเพลงนี้น่าจะอยู่ที่ดนตรีของเพลงที่เป็น Synth-Pop ผสมรวมกับ Dance-Pop ซึ่งจะมีความดาร์กอยู่ในตัว แต่ในขณะเดียวกันก็สนุกไปกับความเป็นเพลงแดนซ์ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่กากาใช้ร้องในทุกคอนเสิร์ตที่เธอได้แสดง แม้ว่ากระทั่งบนงานใหญ่อย่าง Super Bowl เธอก็เลือกที่จะใช้เพลงนี้ในการร้อง เพราะมันสามารถสร้างความสนุกให้กับงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นเสียงและภาพจำที่ทำให้หลายคนจำเธอได้


4. Telephone ft. Beyonce

Telephone ft. Beyonce
Telephone ft. Beyonce
แนวเพลง Dance-pop
ค่ายเพลง Streamline, Kon Live, Cherrytree และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Stefani Germanotta, Rodney “Darkchild” Jerkins, LaShawn Daniels, Lazonate Franklin และ Beyoncé Knowles
โปรดิวเซอร์ Darkchild และ Lady Gaga
เพลงในปี 2010

เบื้องหลังการทำเพลงนี้น่าสนใจมากเลยครับ เพราะหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วเพลงนี้กากาเคยเขียนให้เจ้าหญิงเพลงป๊อปอย่าง Britney Spears แต่น่าเสียดายที่เพลงไม่ได้ถูกบรรจุลงในอัลบั้มของบริทนี่ กากาจึงนำมาร้องเองและดึงเอานักร้องมากความสามารถอย่าง Beyonce เข้ามาสร้างสีสรรค์ ซึ่งด้วยคุณภาพของเพลงที่มีทีมงานคนเขียนเพลงและโปรดิวเซอร์คุณภาพ ทำให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะสามารถทพยอดขายทั่วโลกได้ถึง 7.4 ล้านในปี 2010 หากใครกำลังหาเพลงสนุก ๆ ไว้เปิดในงานปาร์ตี้ เพลงนี้ถือเหมาะเป็นอย่างมาก


5. Shallow With Bradley Cooper

Shallow With Bradley Cooper
Shallow With Bradley Cooper
แนวเพลง Country, folk pop และ rock
ค่ายเพลง Interscope
ผู้แต่งเพลง Lady Gaga, Andrew Wyatt, Anthony Rossomando และ Mark Ronson
โปรดิวเซอร์ Lady Gaga และ Benjamin Rice
เพลงในปี 2018

ภาพจำของใครหลายคนอาจมองว่ากากาน่าจะถนัดแค่เพียงเพลงแดนซ์อย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วความสามารถของเธอมีมากกว่านั้นเยอะ เพราะที่ผ่านมากากาพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเธอร้องได้ทุกสาย ไม่ว่าจะเป็น แจ๊ส, ร็อก หรือคันทรี่ โดย Shallow เป็นอีกหนึ่งผลงานที่โชว์ให้เห็นเลยว่าเธอคือนักร้องมากความสามารถ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงบัลลาดที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง A Star Is Born ที่เธอได้เป็นนักแสดงนำ การถ่ายทอดเนื้อหาและเสียงร้องคือจุดขายของเพลงนี้ จนทำให้เธอได้รับรางวัลสุดยิ่งใหญ่อย่าง Grammy Awards และ Osacar


6. Love Game

Love Game
Love Game
แนวเพลง Synth-pop และ electro-R&B
ค่ายเพลง Streamline, KonLive, Cherrytree และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Stefani Germanotta และ Nadir Khayat
โปรดิวเซอร์ RedOne
เพลงในปี 2009

หากใครกำลังจะจัดปาร์ตี้อยู่อย่าลืมที่จะใส่เพลง Love Game ลงไปในลิสต์ด้วย เพราะตัวเพลงมีจังหวะดนตรีที่สนุกตามสไตล์ Synth-pop และ Electro-R&B รับรองได้ว่าสามารถสร้างความสนุกได้ในงานปาร์ตี้อย่างแน่นอน โดยเพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะสามารถขึ้นไปแตะ Top 5 ในสหรัฐอเมริกาได้ อีกทั้งยังขึ้นชาร์จในออสเตรเลียอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะโดนแบนเนื่องจากมีเนื้อหาที่เซ็กซี่จนเกินไปก็ตาม


7. Applause

Applause
Applause
แนวเพลง Electropop, dance-pop และ Eurodance
ค่ายเพลง Streamline และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Stefani Germanotta, Paul “DJ White Shadow” Blair, Dino Zisis, Nick Monson, Martin Bresso, Nicolas Mercier, Julien Arias และ William Grigahcine
โปรดิวเซอร์ DJ White Shadow, Lady Gaga, Dino Zisis และ Nick Monson
เพลงในปี 2013

Applause เป็นซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้ม Art Pop ในปี 2013 ซึ่งแรงบันดาลใจของเพลงนี้มาจากแฟนคลับของเธอ ที่คอยซัพพอร์ตเธอในช่วงอาการบาดเจ็บระหว่างทัวร์ จนเธอจำเป็นจะต้องแคนเซิลตารางทัวร์ทั้งหมด โดยเพลง Applause ถือเป็นเพลงหนึ่งที่ได้รับการชื่นชมจากนักวิจารณ์เพลงในหลากหลายสำนัก ถึงแม้ว่าเพลงนี้จะไม่ได้เปิดตัวยิ่งใหญ่เท่ากับในช่วง Born This Way หรือ Bad Romance แต่ในด้านคุณภาพ เพลงนี้ถือได้ว่าดีมากเลยทีเดียว





8. The Edge of Glory

The Edge of Glory
The Edge of Glory
แนวเพลง Pop, electro-rock และ disco
ค่ายเพลง Streamline, Kon Live และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Stefani Germanotta, Fernando Garibay และ Paul Blair
โปรดิวเซอร์ Lady Gaga และ Fernando Garibay
เพลงในปี 2011

The Edge of Glory เปิดตัวด้วยอันดับที่ 3 บนชาร์จ Billboard Hot 100 และเป็นเพลงที่ทำยอดขายได้ดีในแพลตฟอร์ม Digital โดยเพลงนี้กากาได้แรงบันดาลใจมาจากการคุณปู่ของเธอที่เสียชีวิตลงในปี 2010 ดังนั้นใครที่ได้ฟังจะสัมผัสและเข้าถึงเพลงนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การใส่เสียงแซกโซโฟนก็ให้ความคลาสสิกในยุค 80’s หากใครอยากฟังเพลงแนวจิตวิญญาณที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี เพลง The Edge of Glory ควรเป็นอีกหนึ่งเพลงที่อยู่ในลิสต์


9. Alejandro

Alejandro
Alejandro
แนวเพลง Synth-pop
ค่ายเพลง Streamline, Kon Live, Cherrytree และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Stefani Germanotta และ Nadir Khayat
โปรดิวเซอร์ RedOne และ Lady Gaga
เพลงในปี 2010

กากาถือว่าเป็นนักร้องคนหนึ่งที่พยายามซัพพอร์ตเพศทางเลือกหรือ LGBTQ อยู่เสมอ เพราะเธอมีทั้งเพื่อนและกลุ่มแฟนคลับจำนวนมากที่เป็นเพศนี้ ดังนั้นเธอจึงได้ใช้ความสามารถทางด้านการร้องและการแต่งเพลงมาช่วยกลุ่มคนเหล่านี้อยู่เสมอ โดย Alejandro คือหนึ่งในลิสต์เพลงที่เธอได้แรงบันดาลใจมาจากเพื่อนของเธอ ทั้งนี้ถึงแม้ว่าเพลงนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับเพลงดังอื่น ๆ ในอัลบั้ม แต่มันก็เป็นสิ่งนี้ที่จุดกระแสขึ้นมาได้ นอกจากนี้ในแง่ของดนตรีก็ถือว่าดีมาก เพราะท่อนฮุคติดหูและดนตรีที่ประณีต ซึ่งต้องยกเครดิตให้ทั้งกากาและ RedOne


10. Born This Way

Born This Way
Born This Way
แนวเพลง Dance-pop
ค่ายเพลง Streamline, Kon Live และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Lady Gaga และ Jeppe Laursen
โปรดิวเซอร์ DJ White Shadow, DJ Snake, Fernando Garibay, Lady Gaga, Robert John “Mutt” Lange, Jeppe Laursen, RedOne และ Clinton Sparks
เพลงในปี 2011

Born This Way คือเพลงปลุกกระแสที่เลดี กากา พยายามสร้างความเท่าเทียมทางเพศในผู้หญิงและกลุ่มเพศทางเลือกอย่าง LGBTQ ให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งต้องบอกว่าเธอทำได้สำเร็จ เพราะเพลงนี้กลายเป็นที่พูดถึงในด้านบวก ทั้งเนื้อหาภายในเพลงรวมไปถึงดนตรี Dance-pop ที่เป็นงานถนัดของเธอ สิ่งที่น่ามหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งคือเธอแต่งเพลงนี้ได้เสร็จภายในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น เพราะด้วยเรื่องราวและประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เธอได้พบเจอมากับตัวเอง ทำให้เธอสามารถเขียนความรู้สึกภายในออกมาได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพที่ดีของเพลงก็ทำให้เพลงนี้สามารถขึ้นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้เป็นเพลงที่ 3 ในชีวิตการทำงานเพลงของเธอ


เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับ 10 เพลงยอดนิยมที่ผมได้แนะนำกันไป ทั้งนี้กากาเองก็เคยได้ร้องเพลงร่วมกับนักร้องดัง ๆ หลายคนอย่างเพลง Sour Candy ที่ได้ร่วมงานกับสาว ๆ วง BLACKPINK แม้จะไม่มี MV ออกมาเอาใจแฟนคลับ แต่ว่าเสียงของสาว ๆ ที่ต่างสำเนียงกันสามารถเข้าได้อย่างไพเราะมากครับ

Gun Natchapon

Gun Natchapon

สวัสดีครับชื่อ ณัชพล ชนะสิทธิ์ จบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาวารสารศาสตร์ งานถนัดที่สุดคือการกินและเขียนคอนเทนต์ เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการฟังเพลงและเต้นคร่อมจังหวะ

Related Posts

Next Post