• Affiliate Policy
  • BR
  • Content Policy
  • Legal
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • หมวดหมู่สินค้าที่ถูกเลือก โดยเบสท์รีวิว
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

แนะนำ รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ราคาไม่เกิน 1 ล้าน ยี่ห้อไหนดี ปี 2023

แนะนำ รถครอบครัว จากค่ายรถชั้นนำ ที่นั่งสบาย สามารถพาทุกคนในครอบครัวไปได้ทุกที่

Team BR โดย Team BR
October 28, 2020
ใน ยานยนต์และอุปกรณ์
0

อุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคปัจจุบันได้มีการพัฒนารถยนต์ออกมาหลายรุ่นมาก ๆ ครับ ซึ่งหากเราแบ่งโดยใช้เกณฑ์จากขนาด มันก็จะมีการแบ่งออกเป็น คลาส (Segment) ต่าง ๆ ซึ่งหลัก ๆ ก็จะมีรถยนต์ขนาดเล็ก (B-Segment), รถยนต์ขนาดกลาง (C-Segment) และรถยนต์ขนาดใหญ่ (D-Segment) โดยแต่ละขนาด ก็จะมีการแยกย่อยเป็นประเภทต่าง ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น อีโค่คาร์, รถครอสโอเวอร์, รถ SUV, รถ PPV, รถตู้ MPV, รถสมรรถนะสูง และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแน่นอนครับว่ารถยนต์ทุก ๆ ประเภท ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อให้มันสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละกลุ่มโดยเฉพาะ ดังนั้นมันจึงส่งผลให้ผู้ใช้อย่างเรามีตัวเลือกรองรับมากขึ้น

หากย้อนกลับไปในอดีต คนที่มีครอบครัวขนาดใหญ่ มีสมาชิกประมาณ 5-7 คน การจะหารถที่ตอบโจทย์การใช้งานนั้น เป็นเรื่องค่อนข้างยากครับ เพราะในอดีต รถยนต์ที่มีหลายที่นั่ง มักจะอยู่ในรถที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น ทำให้มันมีราคาที่สูงมาก ๆ ส่วนรถคันเล็ก ๆ ที่มีความคล่องตัวสูงและมีราคาประหยัด มันก็เล็กเกินไป ทำให้ต้องนั่งแบบเบียดเสียดกัน สิ่งนี้จึงสร้างความลำบากอยู่พอสมควรครับ อีกทั้งมันยังแฝงความอัตรายอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันด้วยความที่ผู้ใช้มีตัวเลือกมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถจะเลือกรถที่เหมาะสมได้ไม่ยากครับ โดยมีรถอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่มีหลายที่นั่ง มาในบอดี้ขนาดเล็ก มีความคล่องตัวสูง และแถมยังมีราคาประหยัดอีกด้วย นั่นก็คือ “รถครอบครัว 7 ที่นั่ง” ครับ

สำหรับในวันนี้ เราขอแนะนำ รถยนต์ 7 ที่นั่ง ราคาประหยัด หรือที่หลาย ๆ คนมักจะเรียกสั้น ๆ ว่า รถครอบครัว (Mini MVP) ครับ ซึ่งถูกออกแบบขึ้น เพื่อให้มันตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการรถยนต์นั่งแบบครอบครัวโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้าง ? มีรายละเอียดเป็นอย่างไร ? ตามไปดูกันเลยครับ

1. Mitsubishi Xpander

Mitsubishi XpanderMitsubishi Xpander มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้

รุ่น ราคา
GLS LTD 789,000 บาท
GT 863,000 บาท
Cross 919,000 บาท

สำหรับ Mitsubishi Xpander ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงมากๆ ในปัจจุบัน มาพร้อมกับดีไซน์อันล้ำสมัย โดยใช้กระจังหน้าแบบ Advanced Dynamic Shield ดูโฉบเฉี่ยวมีเอกลักษณ์ ไฟหน้า LED และไฟท้าย LED L-ILLUMINATION TUBE ดีไซน์สปอร์ต พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ทำให้มันที่สอดรับกับเส้นสายรอบ ๆ ตัวรถ บวกกับมีมิติตัวรถ ที่มีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่ง ทำให้ภายในมีความกว้างขวาง โปร่งโล่งสบาย โดยมีคอนเซ็ปต์ในการออกแบบตามหลัก Omotenashi ซึ่งครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้ง ระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศที่มีแผงควบคุมสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง แบบอิสระ ให้ความเย็นทั่วห้องโดยสาร และอื่น ๆ อีกทั้งด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยก็ใส่มาให้แบบจัดเต็มครับ คุ้มค่ากับราคาอย่างแน่นอน

Mitsubishi Xpander ได้รับขุมพลังมาจากเครื่องยนต์เบนซินรหัส 4A91 ความจุ 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี. 4 สูบเรียง มอบพละกำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันไอดี MIVEC ทำงานจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด โดยมีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 ม. เท่านั้น ช่วยให้คุณสามารถเลี้ยวกลับรถ และถอยจอดได้อย่างง่ายดาย ขนาดถังน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 45 ลิตร ซึ่งสามารถรองรับน้ำมันสูงสุด E20 ถือว่าการตอบสนองเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป มีความโดดเด่นด้วยช่วงล่างที่หนึบ การซับแรงกระแทกทำได้ดี อีกทั้งยังสามารถเก็บเสียงจากภายนอกได้ดีดีด้วย

ในส่วนของความปลอดภัยมาพร้อมระบบพื้นฐานครบครัน อาทิเช่น ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเบรก ABS/EBD และอื่นๆ ในด้านอุปกรณ์มาตรฐานก็มีทั้ง มาตรวัดการขับขี่ High Contrast, หน้าจอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว,​ กล้องมองภาพด้านหลัง, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศของผู้โดยสารตอนหลัง, ช่องจ่ายกระแสไฟฟ้า DC 12V มากถึง 3 ตำแหน่ง และอื่น ๆ อีกมากมาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคุณด้วย “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์”…การเดินทางครั้งใหม่ สู่จุดหมายที่ไกลกว่า 


2. Toyota Sienta CHIC CLICKS

Toyota Sienta CHIC CLICKS

Toyota Sienta CHIC CLICKS มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้

รุ่น ราคา
1.5 G 775,000 บาท
1.5 V 836,700 บาท
(ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 52,300 บาท)

New Toyota Sienta 2022 รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ขนาดเล็ก รุ่นปรับปรุงใหม่ ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ใหม่ “Chic Clicks ชิค & คลิกกับดีไซน์ที่แตกต่าง” รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับประตูสไลด์ โดยยังคงเป็นรุ่นเดียว ในราคาต่ำกว่า 1 ล้าน ที่ให้ประตูสไลด์ไฟฟ้ามาให้ (ซึ่งรุ่น 1.5V เป็นสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 บาน ส่วน 1.5G สไลด์ไฟฟ้าเฉพาะด้านซ้ายครับ) ใช้กระจังหน้าดีไซน์แบบสปอร์ต โฉบเฉี่ยว พร้อมติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง กระจกข้างพับและปรับไฟฟ้า ไฟหน้าเป็นโปรเจคเตอร์ Bi-Beam LEED และไฟท้ายใช้ LED แบบ Light Guiding ดีไซน์เฉียบคม ส่วนภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบหรูสะดวกสบายทุกที่นั่ง ทั้งหมดนี้อยู่ในมิติตัวรถที่กะทัดรัด ทำให้คุณรู้สึกแทบไม่ต่างกับ Eco Car เลย เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก ๆ ครับ

สำหรับ Toyota Sienta ใช้ขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2NR-FE Dual VVT-i 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ความจุ 1.5 ลิตร ที่สามารถมอบกำลังสูงสุด 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที ทั้งหมดส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ 7 สปีด เร่งแซงได้อย่างมั่นใจ แรงต่อเนื่อง โดยมีความจุถังน้ำมันเชื่อเพลิงที่ 42 ลิตร และสามารถรองรับเชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง E20 ได้อีกด้วย

ด้านระบบความปลอดภัยให้อุปกรณ์มาใกล้เคียงกันในทุกรุ่นย่อยครับ อาทิเช่น ระบบป้องกันการออกตัวผิดวิธี, ระบบการควบคุมเสถียรภาพ, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเบรก ABS/EBD, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา, กล้องบันทึกภาพหน้าและหลัง และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนอุปกรณ์พื้นฐานก็ครบถ้วนเช่นกันครับ มีทั้งประตูสไลด์ทั้งสองบาน พร้อมระบบปิดประตูแบบไฟฟ้า (Easy Closer) ซึ่งในรุ่น 1.5V จะให้มาทั้งสองบาน ส่วนรุ่น 1.5G เป็นไฟฟ้าบานซ้ายเพียงบานเดียว โดยที่สามารถสั่งงานได้จากสวิตซ์ที่คนขับ และรีโมทฯ, ระบบปรับอากาศทั้งตอนหน้าและตอนหลัง, ระบบความบันเทิงให้จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่รองรับ Apple Carplay และ Android Auto พร้อมพอร์ต USB โดยในรุ่นท็อป จะมีหน้าจอ LED ขนาด 8 นิ้ว ให้ผู้โดยสารแถวหลังด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สัมภาระท้ายขนาดใหญ่ที่พับได้ 4 รูปแบบ ส่งผลให้เก็บสัมภาระได้เยอะขึ้น


3. All New Toyota Veloz (Avanza)

ดีไซน์ภายนอก (Exterior Design)

All New Toyota Veloz มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้

รุ่น ราคา
Smart 795,000 บาท
Premium 875,000 บาท

Toyota Avanza หนึ่งในรถครอบครัว 7 ที่นั่ง รุ่นแรก ๆ ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากครับ ซึ่งหลังจากที่ใช้โฉมเจเนอเรชันที่ 2 มาอย่างยาวนาน ในปีนี้ Toyota ได้มีการเปิดตัว All New Toyota Veloz ซึ่งเป็นการนำเจ้า Avanza มาปัดฝุ่น ปรับโฉมใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนชื่อเป็น Toyota Veloz ซึ่งนับเป็นเจเนอเรชันที่ 3 แล้ว โดยภายนอกมาพร้อมดีไซน์ที่สปอร์ต แบบพรีเมี่ยม โดดเด่นด้วยกระจังขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาในทรงหกเหลี่ยม ด้านในเสริมความพรีเมี่ยม ด้วยลายสามเหลี่ยมแบบสามมิติ ช่วยเพิ่มความเฉียบคม ทำให้มันดูแข็งแกร่ง และบึกบึนมากขึ้น ชุดไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ LED เต็มระบบ พร้อมกับไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED Light Guiding ไฟเลี้ยว Sequential และไฟท้าย LED Light Guiding ที่ลากมาเชื่อมต่อกัน และมีการเสริมหล่อด้วยสปอยเลอร์หลัง และขอบโครเมียม ทำให้มันดูสอดรับกับเส้นสายของตัวรถอย่างลงตัว

All New Toyota Veloz (Avanza)

ในด้านสรรถนะได้รับขุมพลังมาจากเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i ความจุ 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ที่มีความแม่นยำ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมกับ Sequential Shift ขับเคลื่อนล้อหน้า (ต่างจาก Avanza ที่ขับเคลื่อนล้อหลัง) โดยให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที โดย Toyota ได้เครมอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไว้ที่ 17.9 ก.ม./ลิตร และยังรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดที่ E20 ครับ ทำให้มันเป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่มีทั้ง ความสปอร์ต ขับสนุกเร้าใจ ความสะดวกสบาย และความประหยัด

All New Toyota Veloz (Avanza)

Toyota Veloz โดดเด่นด้วยภายในที่กว้างขวาง ให้ความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ภายในตกแต่งด้วยสีดำทูโทน ตัวเบาะนั่งดีไซน์กระชับ หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์และผ้า โดยเบาะนั่งปรับเปลี่ยนได้มากถึง 7 รูปแบบ เลยทีเดียว รอบรับทุกการใช้งาน พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมหน้าปัดดิจิทัล TFT ขนาด 7 นิ้ว ที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 4 แบบ หน้าจออินโฟเทนเมนท์ระบบสัมผัส 9 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลาย เสริมความหรู ด้วยแสงไฟ Ambient Light เพื่อสร้างบรรยากาศ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ทั้ง ตอนหน้า และตอนหลัง พร้อมปุ่มปรับแรงลม (บนเพดาน) อีกทั้งยังมีโหมดการขับขี่ ทีให้คุณสนุกถึง 3 แบบ ทั้ง ECO, Normal และ Power ครับ ส่วนอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานใส่มาให้ครบ ถือเป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่ง อีกรุ่นที่สามารถตอบโจทย์คนเมืองได้เป็นอย่างดีครับ


4. Honda BR-V

Honda BR-V

Honda BR-V มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้

รุ่น ราคา
V (5 ที่นั่ง) 765,000 บาท
SV (7 ที่นั่ง) 835,000 บาท

สำหรับ Honda BR-V เป็นยนตกรรมแอคทีฟสปอร์ต ครอสโอเวอร์แบบ 7 ที่นั่ง อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมากครับ สำหรับรถ 7 ที่นั่ง โดยเป็นการไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีการปรับเปลี่ยนทั้งภายนอกและภายใน โดยโดดเด่นด้วยกระจังหน้ารูปแบบใหม่ มาในดีไซน์ที่ดูสปอร์ตขึ้น และกันชนหลังดีไซน์ใหม่ ทำให้มันดูแข็งแกร่ง ในทุกมิติ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่ LED และไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED เพิ่มความปลอดภัยด้วยไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ และกระจกมองข้าง พร้อมไฟเลี้ยวในตัว

Honda BR-Vส่วนสมรรถนะ Honda BR-V ใช้ขุมพลังจาก เครื่องยนต์เบนซิน รหัส L15Z1 ความจุ 1.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง แบบ i-VTEC ทำกำลังสูงสุดถึง 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดได้สูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที จับคู่กับระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งตอบสนองไวและให้ความนุ่มนวลในทุก ๆ การขับขี่ โดยมีความจุน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 48.5 ลิตร สามารถรองรับน้ำมันได้สูงสุดถึง E85 ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างดีเยี่ยม

Honda BR-Vส่วนภายในมาในดีไซน์แบบสปอร์ต โดยผสานพื้นที่ใช้สอยไว้อย่างลงตัว มาพร้อมอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ แบบครบครัน มีทั้ง กุญแจ Honda Smart Key พร้อมปุ่มสตาร์ท, เบาะนั่งปรับพับได้, หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ iOS และ Android, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติทั้ง ตอนหน้า และตอนหลัง และอื่น ๆ เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ส่วนระบบความปลอดภัยจัดมาเต็มที่ครับ ซึ่งมีทั้ง ถุงลมนิรภัย, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเบรก ABS/ EBD, กล้องมองหลัง เป็นต้น แต่น่าเสียดายที่ Honda BR-V รุ่นเริ่มต้นจะเป็นเบาะ 5 ที่นั่ง เท่านั้น ส่วนรุ่นท๊อปจะเป็น 7 ที่นั่ง ซึ่งต่างจากคู่แข่ง อย่างไรก็ตามการขับขี่ของ BR-V นั้น ทำได้ยอดเยี่ยมตามแบบฉบับฮอนด้าอยู่แล้ว ที่เน้นขับสนุก มีอัตราเร่ง และมีอัตราประหยัดเชื้อเพลิงที่ดี


5. Honda Mobilio

Honda Mobilio

Honda Mobilio มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้

รุ่น ราคา
S (5 ที่นั่ง) 659,000 บาท
V (7 ที่นั่ง) 699,000 บาท
RS (7 ที่นั่ง) 765,000 บาท

มาต่อกันที่ Honda อีกหนึ่งรุ่นครับ กับเจ้า Honda Mobilio (ฮอนด้า โมบิลิโอ) เป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมมิติตัวรถที่เล็กใกล้เคียงกับรถมินิแวน มีดีไซน์ที่สปอร์ต ดูโฉบเฉี่ยว ถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยตัวรถที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด ทำให้มีความคล่องตัวสูง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมกันชนหน้า และกันชนหลังดีไซน์สปอร์ต ไฟหน้าใช้แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ พร้อมไฟหรี่ LED และไฟตัดหมอกคู่หน้า ติดตั้งปลอกท่อไอเสียสเตนเลส นอกจากนี้สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED โดยในรุ่นท็อปสุดจะตกแต่งแบบสปอร์ต ตามสไตล์ RS ของฮอนด้า ส่วนรุ่นย่อยอื่น ๆ จะมีความเรียบง่าย สไตล์รถครอบครัวครับHonda Mobilio

Honda Mobilio ใช้ขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน i-VTEC รหัส L15Z1 แบบ SOHC 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร 16 วาล์ว ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด PGM-FI สามารถทำกำลังสูงสุดได้ 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และทำแรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที ทำงานผสานกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT มีความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 48.5 ลิตร และรองรับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง E85Honda Mobilio

 

ภายในตกแต่งเพิ่มความล้ำสมัย ด้วยแผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ พร้อมอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ แบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบกุญแจ Honda Smart Key พร้อมปุ่มสตาร์ท, มาตรวัดเรืองแสง พร้อมหน้าจอแสดง ข้อมูลการขับขี่ MID, ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ บนพวงมาลัย, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสที่รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เบาะนั่งปรับพับได้, มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติทั้งตอนหน้าและตอนหลัง และอื่น ๆ (แล้วแต่รุ่นย่อย) ในส่วนของระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ให้มาเช่นเดียวกับเจ้า BR-V ครับ ซึ่งมีทั้ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเบรก ABS/EBD เป็นมาตรฐาน และอื่น ๆ แล้วแต่รุ่นย่อย ถือเป็นรุ่นที่เหมาะมาก ๆ กับคนที่กำลังมองหารถครอบครัวขนาดเล็ก เน้นขับง่าย ขับสนุก มีความคลองตัวสูง


6. Suzuki XL7

 

Suzuki XL7Suzuki XL7 มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้

รุ่น ราคา
GLX 779,000 บาท

Suzuki XL7 ดีไซน์ตัวรถมาพร้อมกับความเป็นสปอร์ตเข้ม ดูดุดันมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการต่อยอดมาจาก Suzuki Ertiga เดิมแต่ถูกดีไซน์ออกมาให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ดูสมบุกสมบันมากขึ้น มีการเพิ่มออฟชั่นต่าง ๆ เข้าไปเพิ่มความสะดวกสบาย มาพร้อมไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์, ไฟตัดหมอกคู่หน้า, กระจังหน้าขนาดใหญ่, กันชนหน้าและกันชนหลัง มีการออกแบบมาให้มีความสมบุกสมบันมากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะพาครอบครัวลุยไปทุกที่

Suzuki XL7สำหรับ Suzuki XL7 ใช้ขุมพลังจาก เครื่องยนต์ K15B ที่ยกมาจาก Ertiga เช่นกันขนาด 1.5 ลิตร ที่สามารถมอบพละกำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และสามารถให้แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ทำงานผสานระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ มีการปรับอัตราทดเฟืองท้าย และกล่องควบคุมเครื่องยนต์ เพื่อรองรับมิติตัวรถที่ใหญ่ขึ้นจากเดิม จะใช้งานในเมืองก็เหลือเฟือ หรือจะขับไปแอดเวนเจอร์ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม

Suzuki XL7ส่วนของระบบความปลอดภัย มาพร้อมกับ ระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer, ระบบเบรค ABS และระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก, ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถในการทรงตัว, ระบบกล้องหลัง, เซ็นเซอร์ถอยหลัง 2 จุด และยังมีระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันด้วย ส่วนอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ก็ให้มาอย่างครบครัน เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่เป็นสายลุย ๆ สมบุกสมบัน และแน่นอนครับ Suzuki ชื่อนี้คุ้มค่ากับราคาอยู่แล้ว


บทส่งท้าย

ก็จบกันไปแล้วครับ สำหรับ รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ซึ่งมีทั้งหมด 6 รุ่น น่าสนใจ เหมาะกับทุก ๆ ครอบครัวเรือน แต่อย่างไรก็ตามเราคงบอกคุณไม่ได้ครับว่า รุ่นไหนดีกว่ากัน และรุ่นไหนน่าซื้อที่สุด ? เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณ ทั้ง งบประมาณ ความต้องการในการใช้งาน ดีไซน์ภายนอกและภายใน ฟิลลิ่งการขับขี่และปัจจัยอื่น ๆ อีกมายมาย ทางที่ดีคุณต้องหาเวลาว่างเพื่อที่จะได้ไปดูรถด้วยตนเองที่ศูนย์บริการ เพื่อที่จะได้ทดลองขับ ดูรายละเอียดต่าง ๆ และไม่แน่คุณอาจจะได้รับโปรโมชั่นดี ๆ ได้รับของแถมต่าง ๆ อาทิเช่น ประกันภัย, กล้องติดรถ, ส่วนลด, ชุดแต่ง, กล่องทิชชู่, ที่เก็บของในรถ, ชุดหุ้มพวงมาลัย หรือคูปองเติมน้ำมันเป็นต้น

สุดท้ายนี้เมื่อซื้อรถมาแล้ว คุณก็ควรหาซื้ออุปกรณ์ สำหรับทำความสะอาดและอุปกรณ์ดูแลรักษารถยนต์ของคุณด้วยนะครับ เช่น ผ้าไมโครไฟเบอร์, น้ำยาล้างรถ, แว็กเคลือบสี, เครื่องดูดฝุ่น และอื่น ๆ เพื่อให้รถสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานสีสันสดใสและเงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ เพื่อที่ราคาจะได้ไม่ตก เวลาจะเปลี่ยนคันใหม่จะได้ไม่เจ็บตัวมากเกินไปนะครับ


ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ :

  • Honda : www.honda.co.th
  • Toyota : www.toyota.co.th
  • Mitsubishi : www.mitsubishi-motors.co.th
  • Suzuki : www.suzuki.co.th
Previous Post

Bigbike Sport 1000cc มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ในปี 2020-21

Next Post

รถจักรยานยนต์ ออโตเมติก (เอที.) ไม่เกิน 6 หมื่น รุ่นไหนดี ปี 2023

Next Post

รถจักรยานยนต์ ออโตเมติก (เอที.) ไม่เกิน 6 หมื่น รุ่นไหนดี ปี 2023

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

กล้องติดรถยนต์ (Dash Cam)

รีวิว กล้องติดรถยนต์ รุ่นไหนดี ให้ภาพชัด ซื้อแล้วคุ้ม

June 5, 2026
ยานยนต์และอุปกรณ์

หมวกกันน็อค เต็มใบ รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี

June 5, 2026
ผลิตภัณฑ์สู้ฝุ่น PM 2.5

รีวิว เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ กรองฝุ่น PM 2.5

June 5, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.