อุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคปัจจุบันได้มีการพัฒนารถยนต์ออกมาหลายรุ่นมาก ๆ ครับ ซึ่งหากเราแบ่งโดยใช้เกณฑ์จากขนาด มันก็จะมีการแบ่งออกเป็น คลาส (Segment) ต่าง ๆ ซึ่งหลัก ๆ ก็จะมีรถยนต์ขนาดเล็ก (B-Segment), รถยนต์ขนาดกลาง (C-Segment) และรถยนต์ขนาดใหญ่ (D-Segment) โดยแต่ละขนาด ก็จะมีการแยกย่อยเป็นประเภทต่าง ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น อีโค่คาร์, รถครอสโอเวอร์, รถ SUV, รถ PPV, รถตู้ MPV, รถสมรรถนะสูง และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแน่นอนครับว่ารถยนต์ทุก ๆ ประเภท ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อให้มันสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละกลุ่มโดยเฉพาะ ดังนั้นมันจึงส่งผลให้ผู้ใช้อย่างเรามีตัวเลือกรองรับมากขึ้น
หากย้อนกลับไปในอดีต คนที่มีครอบครัวขนาดใหญ่ มีสมาชิกประมาณ 5-7 คน การจะหารถที่ตอบโจทย์การใช้งานนั้น เป็นเรื่องค่อนข้างยากครับ เพราะในอดีต รถยนต์ที่มีหลายที่นั่ง มักจะอยู่ในรถที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น ทำให้มันมีราคาที่สูงมาก ๆ ส่วนรถคันเล็ก ๆ ที่มีความคล่องตัวสูงและมีราคาประหยัด มันก็เล็กเกินไป ทำให้ต้องนั่งแบบเบียดเสียดกัน สิ่งนี้จึงสร้างความลำบากอยู่พอสมควรครับ อีกทั้งมันยังแฝงความอัตรายอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันด้วยความที่ผู้ใช้มีตัวเลือกมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถจะเลือกรถที่เหมาะสมได้ไม่ยากครับ โดยมีรถอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่มีหลายที่นั่ง มาในบอดี้ขนาดเล็ก มีความคล่องตัวสูง และแถมยังมีราคาประหยัดอีกด้วย นั่นก็คือ “รถครอบครัว 7 ที่นั่ง” ครับ
สำหรับในวันนี้ เราขอแนะนำ รถยนต์ 7 ที่นั่ง ราคาประหยัด หรือที่หลาย ๆ คนมักจะเรียกสั้น ๆ ว่า รถครอบครัว (Mini MVP) ครับ ซึ่งถูกออกแบบขึ้น เพื่อให้มันตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการรถยนต์นั่งแบบครอบครัวโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้าง ? มีรายละเอียดเป็นอย่างไร ? ตามไปดูกันเลยครับ
1. Mitsubishi Xpander
Mitsubishi Xpander มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้
| รุ่น | ราคา |
| GLS LTD | 789,000 บาท |
| GT | 863,000 บาท |
| Cross | 919,000 บาท |
สำหรับ Mitsubishi Xpander ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงมากๆ ในปัจจุบัน มาพร้อมกับดีไซน์อันล้ำสมัย โดยใช้กระจังหน้าแบบ Advanced Dynamic Shield ดูโฉบเฉี่ยวมีเอกลักษณ์ ไฟหน้า LED และไฟท้าย LED L-ILLUMINATION TUBE ดีไซน์สปอร์ต พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ทำให้มันที่สอดรับกับเส้นสายรอบ ๆ ตัวรถ บวกกับมีมิติตัวรถ ที่มีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่ง ทำให้ภายในมีความกว้างขวาง โปร่งโล่งสบาย โดยมีคอนเซ็ปต์ในการออกแบบตามหลัก Omotenashi ซึ่งครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้ง ระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศที่มีแผงควบคุมสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง แบบอิสระ ให้ความเย็นทั่วห้องโดยสาร และอื่น ๆ อีกทั้งด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยก็ใส่มาให้แบบจัดเต็มครับ คุ้มค่ากับราคาอย่างแน่นอน
![]() |
![]() |
Mitsubishi Xpander ได้รับขุมพลังมาจากเครื่องยนต์เบนซินรหัส 4A91 ความจุ 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี. 4 สูบเรียง มอบพละกำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันไอดี MIVEC ทำงานจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด โดยมีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 ม. เท่านั้น ช่วยให้คุณสามารถเลี้ยวกลับรถ และถอยจอดได้อย่างง่ายดาย ขนาดถังน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 45 ลิตร ซึ่งสามารถรองรับน้ำมันสูงสุด E20 ถือว่าการตอบสนองเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป มีความโดดเด่นด้วยช่วงล่างที่หนึบ การซับแรงกระแทกทำได้ดี อีกทั้งยังสามารถเก็บเสียงจากภายนอกได้ดีดีด้วย
ในส่วนของความปลอดภัยมาพร้อมระบบพื้นฐานครบครัน อาทิเช่น ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเบรก ABS/EBD และอื่นๆ ในด้านอุปกรณ์มาตรฐานก็มีทั้ง มาตรวัดการขับขี่ High Contrast, หน้าจอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว, กล้องมองภาพด้านหลัง, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศของผู้โดยสารตอนหลัง, ช่องจ่ายกระแสไฟฟ้า DC 12V มากถึง 3 ตำแหน่ง และอื่น ๆ อีกมากมาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคุณด้วย “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์”…การเดินทางครั้งใหม่ สู่จุดหมายที่ไกลกว่า
2. Toyota Sienta CHIC CLICKS

Toyota Sienta CHIC CLICKS มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้
| รุ่น | ราคา |
| 1.5 G | 775,000 บาท |
| 1.5 V | 836,700 บาท (ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 52,300 บาท) |
New Toyota Sienta 2022 รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ขนาดเล็ก รุ่นปรับปรุงใหม่ ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ใหม่ “Chic Clicks ชิค & คลิกกับดีไซน์ที่แตกต่าง” รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับประตูสไลด์ โดยยังคงเป็นรุ่นเดียว ในราคาต่ำกว่า 1 ล้าน ที่ให้ประตูสไลด์ไฟฟ้ามาให้ (ซึ่งรุ่น 1.5V เป็นสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 บาน ส่วน 1.5G สไลด์ไฟฟ้าเฉพาะด้านซ้ายครับ) ใช้กระจังหน้าดีไซน์แบบสปอร์ต โฉบเฉี่ยว พร้อมติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง กระจกข้างพับและปรับไฟฟ้า ไฟหน้าเป็นโปรเจคเตอร์ Bi-Beam LEED และไฟท้ายใช้ LED แบบ Light Guiding ดีไซน์เฉียบคม ส่วนภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบหรูสะดวกสบายทุกที่นั่ง ทั้งหมดนี้อยู่ในมิติตัวรถที่กะทัดรัด ทำให้คุณรู้สึกแทบไม่ต่างกับ Eco Car เลย เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก ๆ ครับ
![]() |
![]() |
สำหรับ Toyota Sienta ใช้ขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2NR-FE Dual VVT-i 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ความจุ 1.5 ลิตร ที่สามารถมอบกำลังสูงสุด 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที ทั้งหมดส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ 7 สปีด เร่งแซงได้อย่างมั่นใจ แรงต่อเนื่อง โดยมีความจุถังน้ำมันเชื่อเพลิงที่ 42 ลิตร และสามารถรองรับเชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง E20 ได้อีกด้วย
ด้านระบบความปลอดภัยให้อุปกรณ์มาใกล้เคียงกันในทุกรุ่นย่อยครับ อาทิเช่น ระบบป้องกันการออกตัวผิดวิธี, ระบบการควบคุมเสถียรภาพ, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเบรก ABS/EBD, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา, กล้องบันทึกภาพหน้าและหลัง และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนอุปกรณ์พื้นฐานก็ครบถ้วนเช่นกันครับ มีทั้งประตูสไลด์ทั้งสองบาน พร้อมระบบปิดประตูแบบไฟฟ้า (Easy Closer) ซึ่งในรุ่น 1.5V จะให้มาทั้งสองบาน ส่วนรุ่น 1.5G เป็นไฟฟ้าบานซ้ายเพียงบานเดียว โดยที่สามารถสั่งงานได้จากสวิตซ์ที่คนขับ และรีโมทฯ, ระบบปรับอากาศทั้งตอนหน้าและตอนหลัง, ระบบความบันเทิงให้จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่รองรับ Apple Carplay และ Android Auto พร้อมพอร์ต USB โดยในรุ่นท็อป จะมีหน้าจอ LED ขนาด 8 นิ้ว ให้ผู้โดยสารแถวหลังด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สัมภาระท้ายขนาดใหญ่ที่พับได้ 4 รูปแบบ ส่งผลให้เก็บสัมภาระได้เยอะขึ้น
3. All New Toyota Veloz (Avanza)

All New Toyota Veloz มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้
| รุ่น | ราคา |
| Smart | 795,000 บาท |
| Premium | 875,000 บาท |
Toyota Avanza หนึ่งในรถครอบครัว 7 ที่นั่ง รุ่นแรก ๆ ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากครับ ซึ่งหลังจากที่ใช้โฉมเจเนอเรชันที่ 2 มาอย่างยาวนาน ในปีนี้ Toyota ได้มีการเปิดตัว All New Toyota Veloz ซึ่งเป็นการนำเจ้า Avanza มาปัดฝุ่น ปรับโฉมใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนชื่อเป็น Toyota Veloz ซึ่งนับเป็นเจเนอเรชันที่ 3 แล้ว โดยภายนอกมาพร้อมดีไซน์ที่สปอร์ต แบบพรีเมี่ยม โดดเด่นด้วยกระจังขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาในทรงหกเหลี่ยม ด้านในเสริมความพรีเมี่ยม ด้วยลายสามเหลี่ยมแบบสามมิติ ช่วยเพิ่มความเฉียบคม ทำให้มันดูแข็งแกร่ง และบึกบึนมากขึ้น ชุดไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ LED เต็มระบบ พร้อมกับไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED Light Guiding ไฟเลี้ยว Sequential และไฟท้าย LED Light Guiding ที่ลากมาเชื่อมต่อกัน และมีการเสริมหล่อด้วยสปอยเลอร์หลัง และขอบโครเมียม ทำให้มันดูสอดรับกับเส้นสายของตัวรถอย่างลงตัว

ในด้านสรรถนะได้รับขุมพลังมาจากเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i ความจุ 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ที่มีความแม่นยำ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมกับ Sequential Shift ขับเคลื่อนล้อหน้า (ต่างจาก Avanza ที่ขับเคลื่อนล้อหลัง) โดยให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที โดย Toyota ได้เครมอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไว้ที่ 17.9 ก.ม./ลิตร และยังรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดที่ E20 ครับ ทำให้มันเป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่มีทั้ง ความสปอร์ต ขับสนุกเร้าใจ ความสะดวกสบาย และความประหยัด

Toyota Veloz โดดเด่นด้วยภายในที่กว้างขวาง ให้ความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ภายในตกแต่งด้วยสีดำทูโทน ตัวเบาะนั่งดีไซน์กระชับ หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์และผ้า โดยเบาะนั่งปรับเปลี่ยนได้มากถึง 7 รูปแบบ เลยทีเดียว รอบรับทุกการใช้งาน พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมหน้าปัดดิจิทัล TFT ขนาด 7 นิ้ว ที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 4 แบบ หน้าจออินโฟเทนเมนท์ระบบสัมผัส 9 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลาย เสริมความหรู ด้วยแสงไฟ Ambient Light เพื่อสร้างบรรยากาศ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ทั้ง ตอนหน้า และตอนหลัง พร้อมปุ่มปรับแรงลม (บนเพดาน) อีกทั้งยังมีโหมดการขับขี่ ทีให้คุณสนุกถึง 3 แบบ ทั้ง ECO, Normal และ Power ครับ ส่วนอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานใส่มาให้ครบ ถือเป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่ง อีกรุ่นที่สามารถตอบโจทย์คนเมืองได้เป็นอย่างดีครับ
4. Honda BR-V

Honda BR-V มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้
| รุ่น | ราคา |
| V (5 ที่นั่ง) | 765,000 บาท |
| SV (7 ที่นั่ง) | 835,000 บาท |
สำหรับ Honda BR-V เป็นยนตกรรมแอคทีฟสปอร์ต ครอสโอเวอร์แบบ 7 ที่นั่ง อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมากครับ สำหรับรถ 7 ที่นั่ง โดยเป็นการไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีการปรับเปลี่ยนทั้งภายนอกและภายใน โดยโดดเด่นด้วยกระจังหน้ารูปแบบใหม่ มาในดีไซน์ที่ดูสปอร์ตขึ้น และกันชนหลังดีไซน์ใหม่ ทำให้มันดูแข็งแกร่ง ในทุกมิติ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่ LED และไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED เพิ่มความปลอดภัยด้วยไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ และกระจกมองข้าง พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
ส่วนสมรรถนะ Honda BR-V ใช้ขุมพลังจาก เครื่องยนต์เบนซิน รหัส L15Z1 ความจุ 1.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง แบบ i-VTEC ทำกำลังสูงสุดถึง 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดได้สูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที จับคู่กับระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งตอบสนองไวและให้ความนุ่มนวลในทุก ๆ การขับขี่ โดยมีความจุน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 48.5 ลิตร สามารถรองรับน้ำมันได้สูงสุดถึง E85 ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างดีเยี่ยม
ส่วนภายในมาในดีไซน์แบบสปอร์ต โดยผสานพื้นที่ใช้สอยไว้อย่างลงตัว มาพร้อมอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ แบบครบครัน มีทั้ง กุญแจ Honda Smart Key พร้อมปุ่มสตาร์ท, เบาะนั่งปรับพับได้, หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ iOS และ Android, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติทั้ง ตอนหน้า และตอนหลัง และอื่น ๆ เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ส่วนระบบความปลอดภัยจัดมาเต็มที่ครับ ซึ่งมีทั้ง ถุงลมนิรภัย, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเบรก ABS/ EBD, กล้องมองหลัง เป็นต้น แต่น่าเสียดายที่ Honda BR-V รุ่นเริ่มต้นจะเป็นเบาะ 5 ที่นั่ง เท่านั้น ส่วนรุ่นท๊อปจะเป็น 7 ที่นั่ง ซึ่งต่างจากคู่แข่ง อย่างไรก็ตามการขับขี่ของ BR-V นั้น ทำได้ยอดเยี่ยมตามแบบฉบับฮอนด้าอยู่แล้ว ที่เน้นขับสนุก มีอัตราเร่ง และมีอัตราประหยัดเชื้อเพลิงที่ดี
5. Honda Mobilio

Honda Mobilio มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้
| รุ่น | ราคา |
| S (5 ที่นั่ง) | 659,000 บาท |
| V (7 ที่นั่ง) | 699,000 บาท |
| RS (7 ที่นั่ง) | 765,000 บาท |
มาต่อกันที่ Honda อีกหนึ่งรุ่นครับ กับเจ้า Honda Mobilio (ฮอนด้า โมบิลิโอ) เป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมมิติตัวรถที่เล็กใกล้เคียงกับรถมินิแวน มีดีไซน์ที่สปอร์ต ดูโฉบเฉี่ยว ถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยตัวรถที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด ทำให้มีความคล่องตัวสูง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมกันชนหน้า และกันชนหลังดีไซน์สปอร์ต ไฟหน้าใช้แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ พร้อมไฟหรี่ LED และไฟตัดหมอกคู่หน้า ติดตั้งปลอกท่อไอเสียสเตนเลส นอกจากนี้สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED โดยในรุ่นท็อปสุดจะตกแต่งแบบสปอร์ต ตามสไตล์ RS ของฮอนด้า ส่วนรุ่นย่อยอื่น ๆ จะมีความเรียบง่าย สไตล์รถครอบครัวครับ
Honda Mobilio ใช้ขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน i-VTEC รหัส L15Z1 แบบ SOHC 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร 16 วาล์ว ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด PGM-FI สามารถทำกำลังสูงสุดได้ 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และทำแรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที ทำงานผสานกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT มีความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 48.5 ลิตร และรองรับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง E85
ภายในตกแต่งเพิ่มความล้ำสมัย ด้วยแผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ พร้อมอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ แบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบกุญแจ Honda Smart Key พร้อมปุ่มสตาร์ท, มาตรวัดเรืองแสง พร้อมหน้าจอแสดง ข้อมูลการขับขี่ MID, ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ บนพวงมาลัย, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสที่รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เบาะนั่งปรับพับได้, มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติทั้งตอนหน้าและตอนหลัง และอื่น ๆ (แล้วแต่รุ่นย่อย) ในส่วนของระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ให้มาเช่นเดียวกับเจ้า BR-V ครับ ซึ่งมีทั้ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเบรก ABS/EBD เป็นมาตรฐาน และอื่น ๆ แล้วแต่รุ่นย่อย ถือเป็นรุ่นที่เหมาะมาก ๆ กับคนที่กำลังมองหารถครอบครัวขนาดเล็ก เน้นขับง่าย ขับสนุก มีความคลองตัวสูง
6. Suzuki XL7
Suzuki XL7 มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้
| รุ่น | ราคา |
| GLX | 779,000 บาท |
Suzuki XL7 ดีไซน์ตัวรถมาพร้อมกับความเป็นสปอร์ตเข้ม ดูดุดันมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการต่อยอดมาจาก Suzuki Ertiga เดิมแต่ถูกดีไซน์ออกมาให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ดูสมบุกสมบันมากขึ้น มีการเพิ่มออฟชั่นต่าง ๆ เข้าไปเพิ่มความสะดวกสบาย มาพร้อมไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์, ไฟตัดหมอกคู่หน้า, กระจังหน้าขนาดใหญ่, กันชนหน้าและกันชนหลัง มีการออกแบบมาให้มีความสมบุกสมบันมากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะพาครอบครัวลุยไปทุกที่
สำหรับ Suzuki XL7 ใช้ขุมพลังจาก เครื่องยนต์ K15B ที่ยกมาจาก Ertiga เช่นกันขนาด 1.5 ลิตร ที่สามารถมอบพละกำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และสามารถให้แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ทำงานผสานระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ มีการปรับอัตราทดเฟืองท้าย และกล่องควบคุมเครื่องยนต์ เพื่อรองรับมิติตัวรถที่ใหญ่ขึ้นจากเดิม จะใช้งานในเมืองก็เหลือเฟือ หรือจะขับไปแอดเวนเจอร์ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม
ส่วนของระบบความปลอดภัย มาพร้อมกับ ระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer, ระบบเบรค ABS และระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก, ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถในการทรงตัว, ระบบกล้องหลัง, เซ็นเซอร์ถอยหลัง 2 จุด และยังมีระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันด้วย ส่วนอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ก็ให้มาอย่างครบครัน เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่เป็นสายลุย ๆ สมบุกสมบัน และแน่นอนครับ Suzuki ชื่อนี้คุ้มค่ากับราคาอยู่แล้ว
บทส่งท้าย
ก็จบกันไปแล้วครับ สำหรับ รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ซึ่งมีทั้งหมด 6 รุ่น น่าสนใจ เหมาะกับทุก ๆ ครอบครัวเรือน แต่อย่างไรก็ตามเราคงบอกคุณไม่ได้ครับว่า รุ่นไหนดีกว่ากัน และรุ่นไหนน่าซื้อที่สุด ? เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณ ทั้ง งบประมาณ ความต้องการในการใช้งาน ดีไซน์ภายนอกและภายใน ฟิลลิ่งการขับขี่และปัจจัยอื่น ๆ อีกมายมาย ทางที่ดีคุณต้องหาเวลาว่างเพื่อที่จะได้ไปดูรถด้วยตนเองที่ศูนย์บริการ เพื่อที่จะได้ทดลองขับ ดูรายละเอียดต่าง ๆ และไม่แน่คุณอาจจะได้รับโปรโมชั่นดี ๆ ได้รับของแถมต่าง ๆ อาทิเช่น ประกันภัย, กล้องติดรถ, ส่วนลด, ชุดแต่ง, กล่องทิชชู่, ที่เก็บของในรถ, ชุดหุ้มพวงมาลัย หรือคูปองเติมน้ำมันเป็นต้น
สุดท้ายนี้เมื่อซื้อรถมาแล้ว คุณก็ควรหาซื้ออุปกรณ์ สำหรับทำความสะอาดและอุปกรณ์ดูแลรักษารถยนต์ของคุณด้วยนะครับ เช่น ผ้าไมโครไฟเบอร์, น้ำยาล้างรถ, แว็กเคลือบสี, เครื่องดูดฝุ่น และอื่น ๆ เพื่อให้รถสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานสีสันสดใสและเงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ เพื่อที่ราคาจะได้ไม่ตก เวลาจะเปลี่ยนคันใหม่จะได้ไม่เจ็บตัวมากเกินไปนะครับ
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ :
- Honda : www.honda.co.th
- Toyota : www.toyota.co.th
- Mitsubishi : www.mitsubishi-motors.co.th
- Suzuki : www.suzuki.co.th




Suzuki XL7 มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้