บราวนี่ แต่ละประเภท (เนื้อฟัดจ์ / กรอบ / เนื้อเค้ก / ชิววี่)

จริง ๆ แล้วบราวนี่เป็นขนมที่มีมานานมากแล้วค่ะ แต่เพิ่งมาเป็นกระแสนิยมได้ไม่นาน โดยขนมชนิดนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นหลังจากพ่อครัวของโรงแรมในชิคาโก้ได้รับโจทย์จากสตรีชั้นสูงนางหนึ่ง เธอต้องการขนมชนิดใหม่ที่มีลักษณะคล้ายเค้กแต่มีขนาดเล็กกว่า โดยขนมที่ว่าจะต้องรับประทานง่ายและไม่ทำให้เลอะเทอะ บราวนี่จึงถือกำเนิดขึ้นในที่สุด และนั่นก็เป็นเหตุผลที่มันมักจะมีชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ

บราวนี่
เราทำบราวนี่กินเอง โดยใช้แป้ง เนย น้ำตาล ไข่ไก่ ช็อกโกแลต และผงโกโก้ทำขนม

แต่ก็มีบางตำนานบอกว่าบราวนี่ถือกำเนิดขึ้นเพราะแม่ครัวที่ชื่อ ‘บราวนี่’ ลืมใส่ผงฟูลงในเค้ก ขนมจึงไม่ขึ้นฟูค่ะ แต่ไม่ว่าจะเป็นตำนานไหน ๆ บราวนี่ก็มักจะมีส่วนผสมของช็อกโกแลต, เนย, น้ำตาล, ไข่ไก่ และแป้งสาลีอเนกประสงค์ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ บราวนี่จึงกลายเป็นขนมสุดโปรดของใครหลาย ๆ คนมาจนถึงตอนนี้

หากเพื่อนๆ คนไหนอยากทำบราวนี่ทานเองแต่ยังกังวลว่าจะทำยังไงให้อร่อย แนะนำให้เริ่มทำด้วยการซื้อแป้งบราวนี่สำเร็จรูปมาลองทำทานดูก่อนค่ะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มชำนาญแล้วก็สามารถทำตามสูตรบราวนี่ที่เราชอบได้จ้า

บราวนี่ แต่ละประเภท ต่างกันอย่างไร ?

1. บราวนี่เนื้อฟัดจ์

บราวนี่เนื้อฟัดจ์เป็นประเภทที่หลายคนชื่นชอบค่ะ (รวมถึงตัวเราเองด้วย อิอิ) บราวนี่ประเภทนี้จะมีส่วนผสมของแป้งค่อนข้างน้อย มีโกโก้และช็อกโกแลตในปริมาณที่มากกว่า รสชาติมักจะหวานกำลังดีและไม่ขมจนเกินไป มักจะมาพร้อมหน้าฟิล์มเงา ๆ กรอบ ๆ เมื่อกัดลงไปก็จะเจอกับความหนุบหนับแอบติดฟันเล็กน้อย ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของเนื้อฟัดจ์เลยค่ะ แนะนำให้ทานพร้อมเครื่องดื่มหากคุณเป็นคนยิ้มเก่ง

2. บราวนี่กรอบ

บราวนี่กรอบก็จะกรอบตามชื่อเลยค่ะ ขนมจะเป็นแผ่นบางกรอบ รสชาติค่อนข้างเข้มข้น หวานขมผสมกันไป กัดเมื่อไหร่ก็จะได้ยินเสียงกร๊อบ ๆ ทานเพลิน ยิ่งหากมีการผสมช็อกโกแลตชิพเพิ่มมาด้วยนี่บอกเลยว่าอร่อยนัวจนหยุดทานไม่ได้แน่นอนค่ะ นอกจากความอร่อยแล้วบราวนี่กรอบยังเป็นประเภทที่สามารถเก็บได้นานมากที่สุดเพราะแทบจะไม่หลงเหลือความชื้นอยู่เลยจ้า

ประเภทของบราวนี่
ประเภทของบราวนี่

3. บราวนี่เนื้อเค้ก

บราวนี้เค้กจะมีลักษณะฟูสวยเหมือนเค้ก แต่ทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงความเป็นบราวนี่ ขนมประเภทนี้จะมีส่วนผสมของแป้งในปริมาณที่เยอะกว่าโกโก้และช็อกโกแลตรวมไปถึงมีการเพิ่มผงฟูเข้าไป นั่นเป็นเหตุผลที่บราวนี่เนื้อเค้กมีลักษณะฟูนุ่ม รสชาติไม่เข้มข้นมากนักแต่ทานได้อร่อยเพลิน ๆ ค่ะ

4. ชิววี่บราวนี่

ชิววี่บราวนี่จะมีความนุ่มเหมือนกับบราวนี่เนื้อเค้ก ขณะเดียวกันก็แอบหนุบหนับเบา ๆ คล้ายบราวนี่เนื้อฟัดจ์ นั่นเพราะบราวนี่ประเภทนี้จะมีแป้งผสมอยู่พอประมาณและมักจะผสมช็อกโกแลตชิปลงไปในแป้งก่อนเข้าอบ ความร้อนขณะอบจะทำให้ช็อกโกแลตละลายผสมอยู่ในเนื้อขนม เมื่อกัดเข้าไปก็จะเจอกับความนุ่ม,​หนุบหนับ และมีความฉ่ำเบา ๆ ค่ะ

ประวัติบราวนี่ (1)

บราวนี่ช็อกโกแลตเป็นขนมที่พัฒนาครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในศตวรรษที่ 19 โดยที่มาของขนมบราวนี่ ได้กล่าวไว้ว่ามีหญิงสาวท่านนึ่งนามว่า เบอร์ธา พ็อตเตอร์ พาล์มเมอร์ ที่ได้ร่วมงานเเสดงสินค้านานาชาติ ณ ชิคาโก ค.ศ 1893 ได้บอกกับพ่อครัวในโรงแรมพาล์มเมอร์เฮาส์ว่าเธอต้องการขนมหวานที่มีชิ้นเล็ก ลักษณะคล้ายเค้ก และสามารถบรรจุลงในกล่องอาหารกลางวันได้ พ่อครัวจึงได้คิดค้นสูตรบราวนี่ชนิดเเรกขึ้น โดยอบขนมเค้กช็อคโกแลตเนื้อเเน่น ที่มีส่วนผสมของแอพริตอลและโรยท็อปปิ้งวอลนัต ซึ่งกลายเป็นบราวนี่ที่มีการผสมผสานกันระหวางเค้กกับคุ้กกี้ และปัจจุบันโรงแรมยังทำบราวนี่สูตรดั้งเดิมขายอยู่ด้วยค่ะ

นอกจากนี้ก็มีการกล่าวถึงต้นกำเนิดของบราวนี่ในหลากหลายมุมอีกด้วยค่ะ บ้างก็ว่าพ่อครัวคนหนึ่งทำขนมโดยการใช้ช็อกโกแลตละลายในแป้งบิสกิตโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ บางที่มาเล่าว่าพ่อครัวได้ทำการตีส่วนผสมของช็อกโกแลตไว้เรียบร้อยเเล้วแต่ลืมเติมเเป้งลงไปก่อนนำไปอบ หรือจะเป็นเรื่องของแม่บ้านคนหนึ่งตั้งใจจะทำขนมเค้กเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า แต่ในขณะที่ทำนั้นได้ลืมเติมผงฟูและแป้งลงไปในส่วนผสมที่มีไข่ไก่ น้ำตาล ช็อกโลแลตที่ตีรวมกันอยู่เเล้ว จึงได้ขนมชนิดใหม่ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ เธอจึงตัดสินใจเสิร์ฟเค้กแบน ๆ ที่ได้ออกไปค่ะ เรื่องเล่าทั้งหมดนี้เป็นที่มาของขนมชื่อ “Brownie” ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในสหรัฐและแคนาดาก่อนที่จะแพร่หลายไปทั่วโลกค่ะ


Reference :

  1. บราวนี่ช็อคโกแลต
Next Post