ปัญหาสายตาเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยค่ะ ในบางคนนั้นปัญหาสายตาอาจจะเกิดจากกรรมพันธ์ุ เกิดจากวิถีชีวิตส่วนตัวหรือเกิดจากการที่มีอายุมากขึ้น ดังนั้นวิธีการแก้ไขปัญหาสายตาที่ดีที่สุดคือการสวมใส่ “คอนแทคเลนส์หรือสวมใส่แว่นตา” ค่ะ คอนแทคเลนส์นั้นเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการปรับปรุงบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้นเพราะการใส่แว่นอาจจะไม่เหมาะกับบางกิจกรรมเช่น การถ่ายรูป เดินแบบหรือการต้องไปออกงาน หากสวมใส่แว่นไม่ได้จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำรองอย่างคอนแทคเลนส์ค่ะ ส่วนแว่นตานั้นเป็นสิ่งที่มีมานานมากแล้วค่ะอย่างที่เราบอกว่ามันสามารถปรับปรุงและแก้ปัญสายตาได้และการสวมแว่นตาเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนหลายคนค่ะ บางคนนั้นไม่สามารถสวมใส่คอนแทคเลนส์ได้หรือนั่งหน้าคอมนานอาจจะทำให้ตาแห้งหรือระคายเคืองตาและไม่อยากที่จะต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ เมื่อใส่คอนแทคเลนส์เลยต้องการที่จะหาแว่นตาดี ๆ ซักอันเพื่อที่จะทำให้การมองเห็นนั้นดีขึ้นแต่แน่นอนค่ะแว่นกรองแสงและแว่นตากันแดดก็สามารถใส่ได้เวลาเราต้องออกแดด ทำงานตอนกลางคืนหรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้การเลือกกรอบแว่นที่ดีก็จะช่วยปรับปรุงบุคลิกภาพของเราด้วย
เมื่อเราไปร้านตัดแว่นสิ่งแรกที่เราต้องทำเลยก็คือต้องตรวจวัดสายตาค่ะ บางคนอาจจะมีปัญหาสายตายาว สายตาสั้นหรือสายตาเอียงที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะมีสายตา 2 รูปแบบ จึงทำให้ต้องตัดแว่นตา 2 รูปแบบในแว่นตาอันเดียว เมื่อตรวจวัดสายตาแล้วเราจำเป็นต้องเลือกเลนส์ค่ะ เลนส์ของแว่นตาก็มีหลายแบบค่ะ เช่น เลนส์ Blueblock, เลนส์ Multicoat, เลนส์ Auto และ เลนส์ Auto+Blueblock ซึ่งคุณสมบัติแต่ละเลนส์ก็จะแตกต่างกันค่ะซึ่งคุณเองสามารถศึกษาได้ตอนที่ไปร้านแว่นและเขาจะแนะนำทุกท่านได้เองค่ะและหลังจากเลือกเลนส์แล้วขั้นตอนที่สำคัญมากคือการเลือกกรอบของแว่นค่ะ หากคุณถามว่ากรอบของแว่นสำคัญอย่างไร ? เราขอตอบเลยว่ามันจะสามารถกำหนดความทนทานของแว่นตาได้ อีกทั้งยังกำหนดอีกว่าแว่นตาที่คุณเลือกนั้นจะเหมาะสมแล้วเข้ากับรูปหน้าของคุณหรือไม่ด้วยค่ะ แล้วเราจะเลือกกรอบและแว่นตาให้เหมาะสมกับรูปหน้าได้อย่างไร ? วันนี้เรามีคำตอบค่ะ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย
วิธีเลือกแว่นตาให้เหมาะกับรูปหน้า
เริ่มจากการสำรวจใบหน้า
1.เรียนรู้รูปแบบของใบหน้าแบบพื้นฐาน
ใบหน้าของทุกคนนั้นแตกต่างกันออกไปและมี 7 รูปแบบของใบหน้าแบบทั่วไป เช่น ใบหน้ากลม, ใบหน้ารูปหัวใจ ,ใบหน้ายาว,ใบหน้ารูปเพชร, ใบหน้าสี่เหลี่ยมและใบหน้าไข่
1.1 ใบหน้ากลม
ใบหน้ากลมมักมีแก้ม หน้าผากและคางแบบเต็มรูปแบบหน้าจะดูเป็นรูปแบบคล้าย ๆ วงกลม ส่วนคนดังที่มีใบหน้ากลม ได้แก่ ออม สุชาร์, มิว นิษฐา และ แพนเค้ก เขมนิจ
1.2 ใบหน้ารูปหัวใจ
ใบหน้ารูปหัวใจคล้ายกับรูปสามเหลี่ยมคว่ำโดยมีหน้าผากกว้างที่แคบไปจนถึงคางแหลม ใบหน้ารูปหัวใจอาจจะยาวหรือมีความโค้งมนมากขึ้น แต่มักจะมีโหนกแก้มที่มีมุมสูง คนดังที่มีใบหน้ารูปหัวใจ ได้แก่ ปู ไปรยา, แอน ทองประสม และ มิ้นท์ ชาลิดา
1.3 ใบหน้ารูปเพชร
ใบหน้ารูปเพชรมักจะมีหน้าผากแคบและคางที่แคบ ตัวอย่างของดาราที่มีใบหน้ารูปเพชร ได้แก่ วุ้นเส้น วิริฒิพา, เบลล่า ราณี, ชมพู่ อารยา และ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ
1.4 ใบหน้าสามเหลี่ยม
ใบหน้าสามเหลี่ยมคือผู้ที่มีใบหน้าที่เล็ก หน้าผากเล็กหรือแคบ ส่วนช่วงคางจะค่อนข้างกลม ตัวอย่างของดาราที่มีใบหน้ารูปสามเหลี่ยมได้แก่ ใหม่ ดาวิกา, เป้ย ปาดวาด, เก้า สุภัสราและนัท มีเรีย
1.5 ใบหน้าสี่เหลี่ยม
ใบหน้าสี่เหลี่ยมคือมีหน้าผากที่กว้างและมีคางที่กว้างด้วยเช่นกัน มันเป็นรูปหน้าที่ได้สัดส่วนในความยาวและความกว้างของใบหน้าอีกทั้งยังเห็นกรมหรือโหนกแก้มได้ชัดมาก คนดังที่มีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมได้แก่ หญิง รฐา,โอปอลล์ ปณิสรา และ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ
1.6 ใบหน้ารูปไข่
ใบหน้ารูปไข่และใบหน้ายาวมีความคล้ายคลึงกันเช่นกัน ทั้งสองรูปแบบใบหน้ากลมและเป็นสัดส่วน แต่ใบหน้ารูปวงไข่มีคางแหลมขึ้น ตัวอย่างของเซเลบที่มีใบหน้ายาวได้แก่ ณเดชน์ คูกิมิยะ, เก้า จิรายุ และ บี น้ำทิพย์ และตัวอย่างของดาราใบหน้ารูปไข่ได้แก่ นุ่น วรนุช , อั้ม พัชราภา ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ และ Kim Kardashian
2. มองกระจกเพื่อสังเกตใบหน้าของคุณ
มองในกระจกเพื่ดรูปร่างใบหน้าของคุณ เอาผมออกจากใบหน้าเพื่อให้สามารถมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจน ใบหน้าจำนวนมากไม่เหมาะกับประเภทที่เราระบุไว้ด้านบนเพียงอย่างเดียวอย่าง แต่มีคุณสมบัติที่มีลักษณะคล้ายกับ 2 ประเภทหรือมากกว่านั้น ในกรณีนี้คุณเป็นผู้โชคดีเพราะคุณจะมีตัวเลือกมากขึ้นเมื่อคุณมองหากรอบแว่นตา
3. ตรวจสอบกรอบของใบหน้า
ส่วนนี้สำคัญกว่ารูปร่างที่แน่นอนของใบหน้าเมื่อพูดถึงการเลือกแว่นตาคุณต้องสสังเกตว่าใบหน้าของคุณมีขอบและมุมที่แบบชัดหรือแบบป้าน หากคุณมีกรามที่หน้ามากเป็นไปได้ว่าคุณจะมีรูปหน้าเป็นใบหน้าสามเหลี่ยมหรือใบหน้าแบบสี่เหลี่ยม แต่หากมีคางแหลมที่แหลมมากไม่ค่อยเห็นกรามใบหน้าของคุณอาจจะเป็นใบหน้ายาว ใบหน้าหัวใจหรือใบหน้ารูปไข่
ทำการเลือกกรอบแว่นให้เข้ากับใบหน้า
1. เลือกกรอบแว่นที่เสริมรูปทรงใบหน้าของคุณ
โดยทั่วไปแล้วกรอบหรือเฟรมของแว่นจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับบุคลิกภาพของคุณมากที่สุด หลังจากการสำรวจรูปแบบของใบหน้าแล้วเราไปดูกันว่ากรอบแว่นแบบไหนที่จะเหมาะกับใบหน้าของคุณ
1.1 ใบหน้ากลม
หากคุณมีใบหน้ากลมคุณจะดูดีที่สุดหากสวมแว่นที่มีกรอบสี่เหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า กรอบแว่นนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้นและทำให้ใบหน้านุ่มนวลขึ้น หากคุณมีใบหน้าที่กลมมากคุณอาจพิจารณารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบแนวนอนซึ่งทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
1.2 ใบหน้าแบบสี่เหลี่ยม
หากคุณมีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมจะดูดีด้วยกรอบแว่นที่ช่วยปรับความสมดุลของใบหน้า ดังนั้นมองหากรอบแบบกลมหรือวงรี เพื่อลดลักษณะที่ปรากฏของกราม อย่าลืมเลือกแว่นตาที่กว้างกว่าโหนกแก้มเล็กน้อยเพื่อให้พอดีกับใบหน้า
1.3. ใบหน้ารูปหัวใจ
ใบหน้ารูปหัวใจมักจะดูดีด้วยกรอบที่มีฐานกว้างที่ด้านล่างหรือกรอบแว่นแบบสี่เหลี่ยม ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรอบแว่นนั้นกว้างกว่าหน้าผากเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับรูปหน้า
1.4 ใบหน้ารูปสามเหลี่ยมและใบหน้ารูปเพชร
ใบหน้ารูปสามเหลี่ยมดูดีมากด้วยแว่นตาที่เน้นครึ่งบนของกรอบหรือเฟรม เช่น แว่นตาแบบครึ่งขอบหรือกรอบแว่นตาที่คล้ายตาของแมว หรือกรอบแว่นที่เป็นแบบ 2 Tone ที่ด้านบนมีสีเข้มและด้านล่างมีสีอ่อนก็ได้ เนื่องจากใบหน้ารูปสามเหลี่ยมมีแนวโน้มที่จะมีกรามเล็กน้อย เมื่อเห็นกรอบที่เหมาะสมแล้วให้สังเกตกรอบที่คุณเลือกโดยเลือกกรอบที่กว้างกว่ากรามของคุณเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความสมดุลของใบหน้า
1.5 ใบหน้ายาว
ใบหน้ายาวดูดีขึ้นได้ด้วยกรอบแว่นแบบกลมหรือกรอบแบบโค้งเล็กน้อย เลือกกรอบแว่นที่มีขอบบนและล่างที่เท่ากัน นี่เป็นการสลายความยาวของใบหน้า นอกจากนี้เลือกเฟรมที่มีก้านตรงจมูกต่ำซึ่งจะช่วยทำให้จมูกสั้นลง
1.6 ใบหน้ารูปไข่
ใบหน้ารูปไข่เป็นใบหน้าที่ดูดีและสมบูรณ์แบบได้ ดังนั้นสามารถเลือกใส่กรอบแว่นได้ทุกแบบอาจจะเลือกกรอบแว่นที่เหมาะกับบุคลิกของคุณ คุณสามารถเลือกกรอบแว่นที่มีสีและสไตล์ให้เหมาะกับคุณได้
2. เลือกขนาดของกรอบแว่นที่เหมาะกับขนาดใบหน้าของคุณ
ใบหน้ามีหลากหลายขนาดและแว่นตาควรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกับใบหน้าของคุณเพื่อหลีกเลี่ยงการเบี่ยงเบนความสนใจจากรูปลักษณ์ที่คุณไม่อยากให้ใครเห็นความบกพร่อง เมื่อเลือกแว่นให้แน่ใจว่ากรอบแว่นของคุณไม่ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไปแต่ควรจะพอดี แว่นตาที่มีขนาดใหญ่เกินไปอาจจะทำให้ขนาดใบหน้าโดยรวมของคุณดูอวบอิ่ม แว่นตาที่เล็กเกินไปอาจดูล้าสมัยหรือทำให้เราดูแปลกเกินไป เมื่อเลือกแว่นส่วนบนของกรอบแว่นควรอยู่ใต้คิ้ว ไม่ควรเกินคิ้วขึ้นไปมิฉะนั้นคนที่คุณคุยด้วยอาจจะไม่เห็นการแสดงออกทางสีหน้าของคุณ
3. เลือกสีของกรอบแว่นที่เหมาะกับคุณ
สีของกรอบแว่นที่แตกต่างกันอาจดูดีขึ้นสำหรับคุณและขึ้นอยู่กับสีของผิว สีตาและสีผมของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสีผิวของคุณมันอยู่ในโทนไหนอยู่ในโทนเย็นหรือโทนที่อบอุ่น ซึ่งเราได้บอกและแนะนำเกี่ยวกับกาารดูเฉดสีผิวและอันเดอร์โทนไว้ในบทความความ “คุชชั่น” แล้วค่ะ หากคุณมีโทนสีผิวที่เยือกเย็น คือ มีเส้นเลือดสีฟ้าในผิวหนัง กรอบแว่นสีเย็นจะเติมเต็มสีของคุณที่ดีที่สุด อาจจะเลือกเป็นสี อเมทิสต์, ทับทิม, มรกตหรือไพลิน หากคุณมีโทนสีผิวที่อบอุ่นมีเส้นเลือดเป็นสีเขียว คุณอาจดูดีที่สุดในกรอบแว่นสีอบอุ่น โทนสีอบอุ่นรวมถึงโทนสีทองและสีเอิร์ธโทน เช่น สีเบจ, ส้ม, เหลืองและมัสตาร์ด ส่วนโทนสีผิวกลางสามารถใช้กรอบสีอะไรก็ได้ค่ะ
วิธีแต่งหน้าเมื่อต้องสวมแว่นตา
1. ทำให้ใบหน้าของคุณสว่างขึ้น
กรอบแว่นตาบางยี่ห้อสามารถทำให้เห็นเงาดำรอบดวงตาได้ เพื่อต่อสู้กับเงาเหล่านี้ให้ผสมผสานรองพื้นที่มีน้ำหนักเบาลงใต้ตาและลงไปที่กึ่งกลางจมูก เทคนิคนี้มีชื่อว่า Contouring ทำให้คุณดูสดใสและอย่าลืมไฮไลท์ดวงตาและคุณสามารถปรับใบหน้าให้กลมกลืนได้อย่างเต็มที่โดยการบรอนเซอร์โหนกแก้มด้านบน หน้าผากและจมูกทั้งสองข้างได้ อย่าลืมเลือกสีของบรอนเซอร์ที่เข้ากับการแต่งหน้าและเข้ากับใบหน้าสีธรรมชาติของคุณ
2. หลีกเลี่ยงการเขียนคิ้วแบบหนา
ถ้าคุณใส่กรอบแว่นหนาอย่าเขียนคิ้วที่หนาไป เพราะการจัดแต่งคิ้วนั้นส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปร่างของแว่นตารวมถึงความหนาและความโค้งของคิ้ว หลีกเลี่ยงการแต่งคิ้วแบบหนาถ้าคุณใส่กรอบแว่นที่หนาและใหญ่ เช่นเดียวกันสำหรับผู้ที่มีคิ้วบาง คุณคงไม่ต้องการเติมคิ้วด้วยสีที่เข้มเกินไป แต่หากคุณใส่กรอบแว่นที่เล็กและบอบบางลองเติมคิ้วด้วยสีเป็นธรรมชาติของคุณ สิ่งนี้จะช่วยดึงดูดสายตาและเน้นรูปลักษณ์ของคุณ ใช้ดินสอเขียนคิ้วหรือฝุ่นปัดคิ้วและแปรงด้วยมาสคาร่าคิ้วแบบบาง ๆ เพื่อให้คิ้วของคุณเป็นธรรมชาติ
3. ใช้อายไลเนอร์
ลองใช้อายไลเนอร์เพื่อทำให้ดวงตาของคุณโดดเด่นและดึงดูดสายตาของคุณด้วยอายไลเนอร์และใช้อายแชโดว์ หากคุณเลือกสีอายแชโดว์ที่สดใสตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันดูดีหากคุณสวมแว่นอยู่ด้วย เราขอให้คุณหลีกเลี่ยงอายแชโดว์แบบกลิตเตอร์เพราะมันอาจจะเลอะติดแว่นได้
4. ใช้ลิปสติก
ใช้ลิปสติกที่สดใสเพื่อปรับสมดุลให้กับใบหน้าเป็นการดีที่สุดที่จะเน้นทั้งดวงตาและริมฝีปากของคุณ หากคุณมีสีแว่นตาที่สะดุดตาหรือลงอายแชโดว์อย่างหนักแล้วคุณอาจจะลองจับคู่กับลิปกลอสที่ไม่มีสีหรือลิปบาล์มสีอ่อน ๆ หากคุณต้องการดึงดูดความสนใจจากริมฝีปากมากกว่าดวงตาให้ลิปสติกที่มีสีสดใสและดูน่าค้นหา
วิธีการสวมแว่นตาอย่างปลอดภัย
1. สวมแว่นตาของคุณอย่างระมัดระวัง
ในการใส่แว่นตาคุณควรจับด้านหน้าของกรอบด้วยมือทั้งสองข้าง เลื่อนแขนไปที่หูของคุณและวางโครงเบา ๆ บนจมูกของคุณ จัดการกับแว่นตาของคุณด้วยสองมือเสมอเพื่อป้องกันอุบัติเหตุหรือความผิดพลาด อย่าดันแว่นตาเข้าไปในจมูกเพราะแรงกดที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดรอยบนจมูก
2. รักษาความสะอาดของเลนส์
เช็ดแว่นตาด้วยน้ำยาเช็ดแว่นตาด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ และอย่าลืมที่จะทำความสะอาดกรอบแว่นเป็นประจำด้วยสบู่อ่อน ๆ และน้ำเพื่อขจัดน้ำมันหรือสิ่งสกปรกที่อาจซึมซับเข้าสู่ผิวของคุณ หลีกเลี่ยงการเช็ดแว่นตาบนเสื้อผ้าของคุณเองเช่นการใช้เสื้อยืดหรือแจ็คเก็ต สิ่งนี้สามารถทิ้งคราบและทำให้แว่นเป็นรอยที่ยากต่อการเช็ดออก อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลนส์ด้วยนิ้วของคุณ สิ่งนี้จะทำให้รอยเปื้อนแว่นตาของคุณเต็มไปด้วยลายนิ้วมือและแบคทีเรีย
3. ถอดแว่นตาของคุณอย่างถูกวิธี
ยกขมับของคุณไปพร้อม ๆ กันแล้วเลื่อนแว่นตาไปข้างหน้าโดยใช้มือทั้งสองข้าง เมื่อคุณถอดแว่นตาออกแล้วให้แน่ใจว่าคุณพับมันอย่างถูกต้อง อย่าลืมเก็บมันในกล่องแว่นเพื่อความปลอดภัยและยืดระยะเวลาการใช้งาน
เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับคำแนะนำที่เราได้มอบให้กันในวันนี้ เราหวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์จากการแนะนำในครั้งนี้นะคะ หากคุณเลือกที่จะใส่แว่นตาร่วมกับคอนแทคเลนส์ อย่าลืมทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ด้วยเพราะมันจะช่วยกำจัดคราบสกปรกออกไปจากคอนแทคเลนส์ได้นั่นเองค่ะ หลายคนนั้นอาจจะสงสัยว่าเมื่อเลือกกรอบแว่นแล้วจะเลือกลวดลายได้อย่างไร ? ความเป็นจริงแล้วลวดลายนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของบุคคลด้วยค่ะ แต่หากคุณยังเป็นนักเรียน นักศึกษาหรือทำงานในสถานที่ราชการอื่น ๆ เราขอแนะนำให้เลือกกรอบแว่นสีสุภาพ สีพื้นและไม่มีลวดลายค่ะ แต่หากคุณทำงานสายแฟชั่นหรือที่ทำงานไม่ได้เคร่งครัดเรื่องสีของแว่นมากสามารถเลือกสีได้ตามใจชอบเลยค่ะ ไม่ว่าสีจะฉูดฉาดขนาดไหนก็เลือกได้ค่ะ และหากคุณเลือกใส่แว่นแล้วอย่าลืมไปตรวจวัดสายตาบ่อย ๆ เพื่อให้ได้แว่นที่เหมาะสมและเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนค่ะ