แนะนำ เพลงสากลดิสโก(Disco) ที่เพราะและนิยมตลอดกาล

ดนตรีและเพลงในสาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Pop, Jazz, R&B, Hip-hop, Soul หรือ ‘Disco’ ล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์อยู่ในตัวเสมอครับ เพราะสาขาดนตรีทั้งหมดนี้มียุครุ่งเรืองเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นยุค 60 ที่เพลง Pop ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสังคม หรือยุค 80 ที่ R&B เข้ามามีบทบาทจนทำให้มีศิลปินชื่อดังอย่าง Madonna และ Michael Jackson ที่สร้างสีสรรค์ให้คนทั้งโลกได้สนุกกัน

เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10

แต่ในบทความนี้เราจะมาพูดคุยกันถึง ‘เพลง Disco’ ซึ่งเป็นสาขาเพลงที่รุ่งเรืองอย่างสุดขีดในยุค 70’s โดยจริง ๆ แล้วเพลง Disco คือการผสมผสานอันลงตัวระหว่างความสนุกสนานของ Jazz รวมไปถึงความลึกซึ้งสไตล์ Soul ดังนั้นหากลองตั้งใจฟังคุณจะสัมผัสได้ถึงความสนุก สามารถโยกหรือแดนซ์ไปได้ตลอดทั้งเพลง แต่ในขณะเดียวกันตัวเพลงก็จะทัชหัวใจ ทำให้เราอินเหมือนตกภวังค์ในเพลงแบบถอนตัวไม่ขึ้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไม Disco จึงเป็นเพลงอีกสาขาหนึ่งที่มีคนจำนวนมากเลือกฟังกันค่อนข้างเยอะ ถึงแม้ว่ายุ่งรุ่งเรืองของ Disco จะผ่านไปแล้วถึง 30 ปีก็ตาม

ดังนั้นวันนี้ผมจึงรวบรวม ‘เพลง Disco’ มาฝากสำหรับคนที่กำลังหาเพลย์ลิสต์เพราะ ๆ ไปฟังกันครับ

1. Dua Lipa – Don’t Start Now

Dua Lipa - Don't Start Now
Dua Lipa – Don’t Start Now
แนวเพลง Nu-disco
ค่ายเพลง Warner
ผู้แต่งเพลง Dua Lipa, Caroline Ailin, Emily Warren และ Ian Kirkpatrick
โปรดิวเซอร์ Ian Kirkpatrick
เพลงในปี 2019

‘Don’t Start Now’ ถือเป็น Disco ยุคใหม่ที่สามารถไต่ขึ้นชาร์จ Billboard Hot 100 ในอันดับที่ 2 ได้อย่างสมภาคภูมิ เพราะตัวเพลงจะมีการผสมผสานความเป็น Disco ซึ่งได้รับแรงบัลดาลใจจาก Bee Gees และใส่กลิ่นอายของ Pop ลงไปให้เพลงดูมีความทันสมัยยิ่งขึ้น ดังนั้นเพลงจะเหมือนลูกผสมระหว่างยุค 70 และ 2010 มีความโมเดิร์นและคลาสสิกไม่เหมือนใคร

อีกทั้งในด้านของเทคนิคการร้อง Dua เองก็ใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยถ้าหากเทียบกับในช่วงอัลบั้มก่อนอย่างเพลง New Rule คงต้องบอกว่า ‘Don’t Start Now’ ค่อนข้างจะละเมียดละไมมากกว่า มีการร้องที่คมขึ้นกว่าเดิมมาก จนทางวิจารณ์เพลงชื่อดังอย่าง Pitchfork และ Rolling Stone ต้องเอ่ยชมกันเลยทีเดียว หากเด็ก ๆ คนไหนยุค 2022 คนไหนอยากเปิดใจกับเพลงดิสโก้ ผมคิดว่า Dua Lipa เป็นช้อยส์ที่ตอบโจทย์มาก ๆ





2. Diana Ross – Love Hangover

Diana Ross - Love Hangover
Diana Ross – Love Hangover
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง Motown
ผู้แต่งเพลง Marilyn McLeod และ Pamela Sawyer
โปรดิวเซอร์ Hal Davis
เพลงในปี 1976

‘Love Hangover’ คือเพลง Disco อันดับ 1 ตลอดกาล เพราะตัวเพลงสามารถทำยอดขายได้ดี ทั้งยังการันตีด้วยการขึ้นอันดับสูงสุดบน Billboard Hot 100 ทั้งนี้เสน่ห์ของเพลงจะอยู่ที่การใส่คอรัสด้วยการฮัมเพลงหรือหัวเราะ ซึ่งตรงนี้จะทำให้เพลงมีความชิลลิ่งหรือฟังแล้วสบายมากขึ้น เหมาะมากสำหรับการเปิดวันหยุดหรือเปิดบนรถระหว่างเดินทาง ถือว่าเป็นเพลงระดับตำนานของทาง Diana Ross เนื่องจากเพลงนี้เป็นเพลงแรกที่เธอเปลี่ยนการร้องเพลงสาย Soul มาเป็น Disco ครั้งแรก


3. George Benson – Give Me The Night

George Benson - Give Me The Night
George Benson – Give Me The Night
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง Warner Bros.
ผู้แต่งเพลง Rod Temperton
โปรดิวเซอร์ Quincy Jones
เพลงในปี 1980

‘Give Me The Night’ เป็นการร่วมงานกันของสุดยอดนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มากความสามารถอย่าง Rod Temperton และ Quincy Jones ซึ่งต้องยอมรับในเรื่องของฝีมือการทำเพลงประณีตในทุกจังหวะ ยิ่งโดยเฉพาะเบสไลน์หรือแพทเทิร์นของโน๊ตที่ฟังครั้งแรกก็ติดหูได้ไม่ยาก แน่นอนว่าเพลงนี้สามารถขึ้นชาร์ต Hot Disco และ Hot 100 อย่างราบรื่น และทำให้ทาง George Benson มีเพลงฮิตติดตัว จนมีชื่อเสียงมาในทุกยุคทุกสมัย


4. Gloria Gaynor – I Will Survive

Gloria Gaynor - I Will Survive
Gloria Gaynor – I Will Survive
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง Polydor
ผู้แต่งเพลง Freddie Perren และ Dino Fekaris
โปรดิวเซอร์ Freddie Perren และ Dino Fekaris
เพลงในปี 1978

‘I Will Survive’ อาจมีภาพจำว่าเป็นเพลงชาติของชาว LGBTQ+ แต่หากลงลึกไปในดีเทลของเพลงและเปิดใจให้กว้างสักนิด ต้องบอกเลยว่าเพลงนี้คืออีกหนึ่งเพลงคุณภาพฃองยุค 70 อย่างแรกเลยคือเนื้อหาของเพลงค่อนข้างจะทัชและกินใจ สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนลุกขึ้นสู้กับปัญหา ส่วนเมโลดี้ก็สนุกไปตามสไตล์ Disco บอกเลยว่าถ้าเปิดขึ้นมาคงจะต้องมีลุกขึ้นเต้นกันบ้าง นอกจากนี้ I Will Survive ยังได้ถูกยกให้เป็นเพลง Disco และ 1 ใน 500 เพลงที่ดีที่สุดตลอดกาล เรียกว่าเป็นเพลงระดับ Icon ที่เมื่อพูดถึงช่วง Disco รุ่งเรือง จะต้องมีเพลงนี้อยู่ในลิสต์อย่างหรือมีคนนึกถึงอย่างแน่นอน


5. Jamiroquai – Hollywood Swinging

Jamiroquai - Hollywood Swinging
Jamiroquai – Hollywood Swinging
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง Edel Records
ผู้แต่งเพลง Bell, Bell, Brown, Mickens, Smith, Thomas และ Westfield
โปรดิวเซอร์ Jason Kay
เพลงในปี 2005

จริง ๆ แล้วเวอร์ชันเก่าของเพลงนี้ได้ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ในปี 1997 ซึ่งเวอร์ชันแรกตัวเพลงจะค่อนข้างออกไปในแนว R&B ผสมผสานกับความเป็น Funk แต่ในเวอร์ชันที่ร่วมงานกับทาง Jamiroquai ก็จะเปลี่ยนฟิลลิ่งเล็กน้อย มีการปรับให้ออกมาในสาย Disco เพิ่มขึ้น ทำให้เพลงนี้สนุกไปอีกแบบ สามารถขายได้ทั้งในอังกฤษ, สเปน, ญี่ปุ่น และประเทศในแถบยุโรป อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่า ‘Hollywood Swinging’ จะไม่ประสบความสำเร็จบนชาร์ตเพลงสักเท่าไหร่นัก แต่ยอดสตรีมในวิทยุถือว่าไม่แย่ และถ้าหากพูดถึงตัวเพลงต้องบอกว่ามันเป็น Disco คุณภาพอีกหนึ่งเพลงที่ผมอยากแนะนำให้ฟังกัน แล้วรับรองว่าคุณจะหลงรักไปโดยไม่รู้ตัว


6. If I Can’t Have You – Yvonne Elliman

If I Can't Have You - Yvonne Elliman
If I Can’t Have You – Yvonne Elliman
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง RSO และ Polydor
ผู้แต่งเพลง Barry, Robin และ Maurice Gibb
โปรดิวเซอร์ Freddie Perren
เพลงในปี 1977

เพลงสุดคลาสสิกที่ไม่ว่าฟังในยุคไหนก็ไม่เคยเก่าและยังตราตรึงใจจนถึงทุกวันนี้ ผมคงจะต้องยกให้ ‘If I Can’t Have You’ ครับ โดยถ้าหากย้อนไทม์แมชชีนกลับไป จริง ๆ แล้วเพลงนี้ได้ถูกเขียนจากวงชื่อดังอย่าง Bee Gees แต่ด้วยในช่วงเวลานั้นเพลงบัลลาดอย่าง ‘How Deep Is Your Love’ กำลังดัง เพลงนี้จึงตกมาถึง Elliman เพราะด้วยเสียงอันยูนีคและค่อนข้างมีพาวเวอร์ ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถอันเต็มเปี่ยมของเธอทำให้เพลง Disco สุดคลาสสิกเพลงนี้ฮิตไปแบบทั่วบ้านทั่วเมือง แม้ว่าเพลงจะปล่อยมานานกว่า 45 ปี แต่ยังคงได้ยินและมีคนเปิดกันอยู่บ่อย ๆ


7. Sister Sledge – He’s the Greatest Dancer

Sister Sledge - He's the Greatest Dancer
Sister Sledge – He’s the Greatest Dancer
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง Cotillion
ผู้แต่งเพลง Bernard Edwards และ Nile Rodgers
โปรดิวเซอร์ Bernard Edwards และ Nile Rodgers
เพลงในปี 1978

หากใครอยากฟัง Disco คลาสสิกหรือพูดง่าย ๆ ว่าดิสโก้จ๋า ๆ ในยุค 70 ผมแนะนำ ‘He’s the Greatest Dancer’ ครับ โดยเพลงนี้ถูกร้องโดยวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง Sister Sledge ที่ต้องบอกว่าในยุคนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะด้วยการประสานเสียงอันไพเราะและเสียงยูนีคของแต่ละคน เมื่อผสมแล้วออกมากลมกล่อมเหมือนต้มยำ ซึ่งครบเครื่องไปด้วยความเปรี้ยว, หวาน, เค็ม และเผ็ดร้อน แต่ไฮไลท์สำคัญของเพลงนี้คือเสียงเบสที่คลอไปตามจังหวะ เบลนเข้ากับเสียงร้องไปได้อย่าง Perfect! ทำให้เพลงนี้สนุกในทุกครั้งที่เปิด พร้อมให้คนฟังโยกตามไปได้จนจบเพลง


8. Bee Gees – Jive Talkin

Bee Gees - Jive Talkin
Bee Gees – Jive Talkin
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง RSO
ผู้แต่งเพลง Barry Gibb, Robin Gibb และ Maurice Gibb
โปรดิวเซอร์ Arif Mardin
เพลงในปี 1975

Jive Talkin ถูกปล่อยออกมาในช่วง 1975 ถือว่าเป็นเพลง Come back ของทางวง โดยเพลงสามารถไต่ขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ต Billboard Hot 100 (สหรัฐอเมริกา) ส่วนทางฟากฝั่งอังกฤษก็ไม่น้อยหน้า สามารถขึ้นได้ในระดับ Top5 เลยทีเดียว ซึ่งความกลมกล่อมของเพลงจะอยู่เสียงกีตาร์และความละมุนของพี่น้อง Gibb ทำให้เพลงออกมาหวานหอมเหมือนฮันนี่โทสต์ ถ้าได้ฟังตอนเช้าพร้อมไปกับการจิบชา คงจะเป็นอะไรที่ฟินสุด ๆ ส่วนเบื้องหลังก่อนจะมาเป็นเพลงฮิตก็น่าสนใจครับ เนื่องจากเมโลดี้ของเพลงผุดขึ้นมาในหัวระหว่างที่ Bee Gees กำลังขับรถผ่านทางหลวง Julia Tuttle เพื่อไปยังสตูดิโอในรัญไมอามี่ จนทุกคนในวงแทบจะคาดไม่คิดว่าเพลงจะประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้


9. Donna Summer – I Feel Love

Donna Summer - I Feel Love
Donna Summer – I Feel Love
แนวเพลง Euro Disco
ค่ายเพลง Casablanca
ผู้แต่งเพลง Donna Summer, Giorgio Moroder และ Pete Bellotte
โปรดิวเซอร์ Giorgio Moroder และ Pete Bellotte
เพลงในปี 1977

แค่เห็นชื่อโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงคงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความแล้วครับ เพราะ Giorgio Moroder ถือว่าเป็นนักดนตรีคนหนึ่งที่มิกซ์และทำเพลงเก่งที่สุดคนหนึ่งของอุตสาหกรรมเพลง โดย Giorgio ขึ้นชื่อในเรื่องการทำซาวด์สุดล้ำสมัย (แม้ว่าจะฟังในปี 2022 ก็รู้สึกไม่เก่าเลยแม้แต่น้อย) ให้อารมณ์เหมือนกับอยู่ในโลกอนาคต อีกทั้งตัวเพลงยังมีความเป็นซัมเมอร์ คือเมื่อฟังแล้วจะรู้สึกรีแลกซ์ สามารถฟังวนไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู่สึกเบื่อ เหมาะมากสำหรับการเปิดในคลับหรือปาร์ตี้ที่ต้องการเพลง Disco ไปแดนซ์กันในงานให้ม่วน ๆ จอย ๆ


10. the Whispers – And the Beat Goes On

the Whispers - And the Beat Goes On
the Whispers – And the Beat Goes On
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง SOLAR
ผู้แต่งเพลง Leon Sylvers, Stephen Shockley และ William Shelby
โปรดิวเซอร์ Dick Griffey และ The Whispers
เพลงในปี 1979

‘And the Beat Goes On’ ดังมากทั้งในประเทศอังกฤษและแคนาดา ซึ่งจุดเด่นของเพลงคือดนตรีอย่างเปียโนและกีตาร์ ที่มีจังหวะดิสโก้สุดยูนีคแมตช์เข้ากับเสียงหล่อ ๆ ของทาง the Whispers ได้แบบสมูท ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพลงถึงออกมามีความดิสโก้คลาสสิก คือตัวเพลงจะค่อนข้าง Timeless ไม่ว่าฟังในยุคสมัยไหนก็ไม่เคยเก่า กล้ารับประกับเลยครับว่าละมุนตั้งแต่โน๊ตแรกไปจนถึงโน๊ตสุดท้ายของเพลง


11. Labelle – Lady Marmalade

Labelle - Lady Marmalade
Labelle – Lady Marmalade
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง Epic
ผู้แต่งเพลง Bob Crewe และ Kenny Nolan
โปรดิวเซอร์ Allen Toussaint และ Vicki Wickham
เพลงในปี 1974

เด็กยุคใหม่หรือวัยรุ่นยุค 90 คงจะรู้จักเพลง ‘Lady Marmalade’ ในเวอร์ชันของคริสตินา อากีเลรา แต่จริง ๆ แล้วเวอร์ชันออริจินอลที่ปูทางให้เพลงมีโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้คือวง ‘Labelle’ ซึ่งมีนักร้องชื่อดังอย่าง ‘Patti Labelle’ เป็นเสียงหลัก โดยถ้าหากได้ติดตามวงการเพลงอเมริกาหรือชอบฟังเพลงในยุค 70 จะทราบกันดีว่า Patti เป็นหนึ่งในดีว่าแห่งยุค ดังนั้นเพลงนี้จึงโดดเด่นมากในเรื่องของเทคนิคการร้องอันแสบทรวง ผสมกับความเป็นดนตรีดิสโก้ลงไปให้สนุกยิ่งขึ้น จนเพลงนี้ทำยอดขายได้ในหลักล้านและยังเป็นเพลงระดับตำนานที่ยังมีลมหายจนถึงทุกวันนี้


12. Prince – I Wanna Be Your Lover

Prince - I Wanna Be Your Lover
Prince – I Wanna Be Your Lover
แนวเพลง Disco
ค่ายเพลง Warner Bros.
ผู้แต่งเพลง  Prince
โปรดิวเซอร์  Prince
เพลงในปี 1979

‘I Wanna Be Your Lover’ อาจไม่ใช่เพลงขึ้นหิ้งหรือเพลงระดับตำนานของทาง Prince แต่ต้องปฎิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งเนื้อเพลงและดนตรีทั้งหมดทำออกมาได้อย่างประณีตในทุกรายละเอียด ถือเป็นงานศิลปะของ Prince ที่เขาลงมือทำด้วยตัวเองแบบ 100% เสียงร้อง, เปียโน, กีตาร์ ไปจนถึงการอัดเสียงในสตูดิโอ ดังนั้นถ้าลองเปิดใจฟังบอกได้เลยครับว่าคุณจะอินตั้งแต่คำแรกไปจนถึงคำสุดท้าย





ทั้งนี้เนื้อเพลงจะบอกเล่าจะประสบการณ์ของ Prince ที่เขาตกหลุมรักนักร้องสาวมากความสามารถอย่าง Patrice Rushen โดยถึงแม้ว่าในตอนนั้นเขาจะตกหลุมรักเธอเพียงข้างเดียว แต่ด้วยความรักอันบริสุทธิ์ทำให้เพลงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีเสน่ห์และคงโดนใจใครหลายคนอยู่ไม่น้อย ส่วนดนตรีก็จะมีความเป็นลูกครึ่งระหว่าง Disco และ Funk ที่ฟังแล้วเพลินจน Replay กี่รอบก็ไม่พอ

Gun Natchapon

Gun Natchapon

สวัสดีครับชื่อ ณัชพล ชนะสิทธิ์ จบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาวารสารศาสตร์ งานถนัดที่สุดคือการกินและเขียนคอนเทนต์ เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการฟังเพลงและเต้นคร่อมจังหวะ

Next Post