ในปี 2021 ผมเชื่อว่าคนฟังเพลงที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นในยุคนี้คงจะคุ้นชิ้นกับดนตรีแนว Hip Hop หรือการร้องแบบแรปที่มีจังหวะบีทมันส์ ๆ เหมาะสำหรับการเปิดในงานปาร์ตี้ รวมไปถึงเพลงที่มีความเป็น R&B ที่ดนตรีจะผสมความเป็นอิเล็กโทรลงไป แต่ถ้าหากเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาสักเล็กน้อย คุณก็อาจจะคุ้นชินกับเพลงป็อปสนุก ๆ ในยุค 90 ที่จะมีนักร้องดังอย่าง Christina Aguilera, Mariah Carey หรือ Michael Jackson ซึ่งในแต่ละยุคหรือแต่ละสมัยก็จะมีกลิ่นอายของดนตรีที่แตกต่างกันออกไป
ในขณะที่ถ้าเราจะพูดถึง ‘เพลงสากลในยุค 70’ ผมคิดว่าวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี คงจินตนาการภาพหรือเสียงดนตรีไม่ออกว่ามันเป็นอย่างไร แต่ถ้าให้ย้อนอดีตและเจาะลึกลงไป บอกได้เลยว่าเพลงในยุค 70 คือขุมทรัพย์อันล้ำค่า อีกทั้งผมยังยงให้เป็นยุคทองของเพลงคุณภาพ เพราะศิลปิน นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ในยุคนั้นล้วนแล้วแต่อัดแน่นด้วยความสามารถแบบคุณภาพคับแก้ว หากลองเปิดใจฟัง คุณจะสัมผัสได้ถึงดนตรีและเนื้อหาของเพลงที่ปราณีต
โดยในยุคนั้นเพลงส่วนใหญ่จะมีความเป็น Soul, Disco, Funk และ Rock and Roll ที่มีความคลาสสิก หากมองไปรอบตัวเพลงเหล่านั้นยังคงเปิดอยู่และอาจจะเคยผ่านหูใครมาแล้วหลายคน ทั้งนี้อาจจะมีหลายคนที่ไม่รู้ด้วยว่า ศิลปินแนวหน้าของวงการโลกในตอนนี้ ก็ได้แรงบันดาลใจจากเพลงยุค 70 และซึมซับความสามารถจากศิลปินเหล่านั้นมาแทบจะทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Ariana Grande, Taylor Swift, Lady Gaga, Justin Bieber หรือ Bruno Mars
ทุกคนที่ผมเอยชื่อว่าให้ความเคารพถึงความสามารถของศิลปินในยุค 70 ทั้งหมด ซึ่งเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนก็คงอยากจะลองเปิดใจฟังเพลงสากลยุค 70 กันแล้วใช่มั้ยครับ ? ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการรอช้า เรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าว่าเพลย์ลิสต์ที่ผมจะแนะนำมีอะไรกันบ้างครับ
1. Ain’t No Mountain High Enough – Diana Ross

| แนวเพลง | Soul |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Motown |
| ผู้แต่งเพลง | Nickolas Ashford & Valerie Simpson |
| โปรดิวเซอร์ | Nickolas Ashford & Valerie Simpson |
| เพลงในปี | 1970 |
Ain’t No Mountain High Enough เป็นเพลงดังในช่วง 1970 และถือเป็นผลงานระดับตำนานของ Diana Ross ที่ใช้หากินได้จนถึงทุกวันนี้ โดยตัวเพลงจะสื่อสารเกี่ยวกับความรักระหว่างคนสองคน ที่ไม่ว่าผู้เขาจะสูงหรือแม่น้ำจะลึกขนาดไหน ทั้งคู่ก็ยังคงต้องมาหากันจนเจอ ซึ่งเนื้อเพลงนี้คือจุดขายที่ซึ้งกินใจมากในยุคนั้น อีกทั้งด้วยความเป็น R&B ผสม Soul ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูกลมกล่อมไปกว่าเดิม ส่วนเสียงของ Diana Ross ก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มาก เพราะเนื้อเสียงของเธอมีความหวาน เหมาะกับเพลงรักโรแมนติกอยู่แล้ว หากใครได้ฟังรับรองว่าคุณจะหลงใหลเพลงนี้ไปอย่างไม่รู้เลยละครับ
2. (They Long to Be) Close to You – The Carpenters

| แนวเพลง | Pop และ soft rock |
|---|---|
| ค่ายเพลง | A&M |
| ผู้แต่งเพลง | Burt Bacharach และ Hal David |
| โปรดิวเซอร์ | Jack Daugherty |
| เพลงในปี | 1970 |
อีกหนึ่งเพลงรักระดับตำนานที่ต้องมีใครหลายคนเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างในภาพยนตร์ หรืองานแต่งทั่วโลก เพราะความหวานจับใจของเนื้อเพลงที่โรแมนติก ซึ่งมีการเปรียบเปรยถึงความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน ทำให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จด้วยการไปยืนเป็นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 นานถึง 4 สัปดาห์ และมียอดขายในระดับ Gold หรือประมาณ 1 ล้านยูนิต รวมไปถึงการการันตีผลงานด้วยการชนะรางวัล Grammy Awards อีกด้วย หากใครอยากเพิ่มความโรแมนติกให้กับคู่ตัวเอง เพลงรักเพลงนี้คือช้อยส์ที่ใช่เลยครับ
3. I’ll Be There – The Jackson 5

| แนวเพลง | Soul |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Motown |
| ผู้แต่งเพลง | Berry Gordy, Bob West, Willie Hutch และ Hal Davis |
| โปรดิวเซอร์ | Hal Davis |
| เพลงในปี | 1970 |
The Jackson 5 เป็นวงที่โด่งดังมากในยุค 70’s ซึ่งหนึ่งในสมาชิกของวงที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดีคือ Michael Jackson ทั้งนี้เพลง ‘I’ll Be There’ เป็นซิงเกิ้ลที่ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้ม Third Album โดยหลังจากที่เพลงนี้ปล่อยออกสู่สาธารณะเพียงไม่นาน เพลงนี้ก็แมสและเปิดไปทั่วสหรัฐอเมริกา ชนิดที่สามารถทุบสถิติต่าง ๆ จนกลายเป็นซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในค่าย Motown เพราะสามารถทำยอดขายได้กว่า 4.2 ล้านก็อปปี้ และทำให้วง The Jackson 5 กลายเป็นวงที่ทำเพลงขึ้นอันดับ 1 มากที่สุดในวงการ ณ เวลานั้น แต่ความดังแบบฉุดไม่อยู่ก็ไม่ได้หยุดแต่เพียงเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นมีศิลปินหลายคนที่ได้ซื้อลิขสิทธิ์นำไปร้องใหม่ อย่างเช่น Mariah Carey ที่โคฟเวอร์จนเพลงกลับมาบูมอีกรอบในปี 1992 และขึ้นอันดับ 1 บนชาร์จ Billboard Hot 100 อีกรอบอย่างสมศักดิ์ศรี หากถามว่าในยุค 70 มีเพลงอะไรที่ดีและทำให้คนในยุคนั้นตราตรึงใจ แน่นอนว่า I’ll Be There คือหนึ่งในคำตอบของใครหลายคน
4. I Feel the Earth Move – Carole King

| แนวเพลง | Pop rock |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Ode |
| ผู้แต่งเพลง | Carole King |
| โปรดิวเซอร์ | Lou Adler |
| เพลงในปี | 1971 |
I Feel the Earth Move คือเพลงที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ไม่ว่าเขาจะทุกข์มากเพียงสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้เห็นหน้าคนที่เขารักทุกอย่างก็กลับมาเฟรชและสดชื่นอีกครั้ง ทั้งยังทำให้หัวใจสั่นไหวเหมือนโลกกำลังเคลื่อนตัว ซึ่งเนื้อหาเพลงนั้นเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายและตรงกับชีวิตใครหลายคน บวกรวมกับดนตรีแนว Pop Rock ที่ฟังได้ง่ายและฟังเพลินตลอด 3 นาที ทำให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็น จน RIAA หรือสมาคมเพลงอเมริกาประกาศให้เพลงนี้เป็นเพลงอันดับที่ 213 จากทั้งหมด 365 เพลงที่ดีที่สุดในศตวรรษเลยทีเดียวครับ หากใครยังไม่เคยได้ฟัง ผมอยากให้คุณเปิดใจกันสักครั้ง แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง
5. Killing Me Softly with His Song – Roberta Flack

| แนวเพลง | Soul |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Atlantic |
| ผู้แต่งเพลง | Charles Fox และ Norman Gimbel |
| โปรดิวเซอร์ | Joel Dorn |
| เพลงในปี | 1973 |
Killing Me Softly with His Song เป็นเพลงที่ทาง Rolling Stone ยกให้เป็น 1 ใน 500 เพลงระดับตำนาน ทั้งนี้ Grammy Awards ก็ให้เพลงนี้ถูกบรรจุใน Grammy Hall of Fame อีกด้วย อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าเวอร์ชันของ Roberta จะไม่ใช่เวอร์ชันแรกของเพลงนี้ แต่มีนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และนักวิจารณ์บอกว่าเธอสร้างความแตกต่างให้กับเพลง ยิ่งแนวเพลงแบบ Soul นั้นก็เป็นแนวทางที่เธอถนัดและร้องได้อย่างเพอร์เฟค หากใครอยากเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงจิตวิญญาณแบบ Soul พร้อมไปกับการจิบชาในยามเช้า เพลงนี้ถือว่าเหมาะกับคุณมาก ๆ
6. Tonight’s the Night (Gonna Be Alright) – Rod Stewart

| แนวเพลง | Soft rock |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Riva และ Warner Bros. |
| ผู้แต่งเพลง | Rod Stewart |
| โปรดิวเซอร์ | Tom Dowd |
| เพลงในปี | 1975 |
เพลงนี้ได้รับแรงบันดาล Today’s the Day ซึ่งเป็นเพลงฮิตในอเมริกาและอังกฤษในช่วงนั้น แต่หลังจากที่ทาง Steward ได้แต่งขึ้นมาใหม่เป็นเพลง Tonight’s the Night แล้วปล่อยให้คนแฟนเพลงฟัง เพลงนี้ก็ดังเป็นพลุแตกมากกว่าเดิม เพราะดนตรีที่เป็น Soft Rock และ เสียงของ Steward ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้เนื้อหาของเพลงที่เขาแต่งให้กับภรรยาโดยตรง ก็ทำให้คนฟังรับความรู้สึกและอินเข้าไปในตัวเพลงได้อย่างไม่ยาก ดังนั้นถ้าใครได้ไปดินเนอร์หรือฮันนีมูนกับแฟน แล้วอยากสร้างบรรยากาศดี ๆ เพลงนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ควรอยู่ในเพลย์ลิสต์ของคุณครับ
7. Shadow Dancing – Andy Gibb

| แนวเพลง | Disco |
|---|---|
| ค่ายเพลง | RSO Records |
| ผู้แต่งเพลง | Barry, Robin & Maurice Gibb และ Andy Gibb |
| โปรดิวเซอร์ | Gibb-Galuten-Richardson |
| เพลงในปี | 1978 |
เพลงนี้ถูกเขียนขึ้นในลอสแอนเจลิส โดยทาง Andy ได้แต่งร่วมกันกับพี่ชายในขณะทำภาพยนตร์ ซึ่งเบื้องหลังความพิเศษคือทุกคนช่วยกันร้องทำนองคอรัสเพียงแค่ 10 นาที ก็ได้ไอเดียการเขียนเพลงทันที ทั้งนี้เนื้อหาของเพลงจะเกี่ยวกับผู้ชายที่หลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง โดยเขาพยายามทำดีและปกป้องเธอ ถึงแม้จุดหมายปลายทางจะไม่สมหวัง แต่การทำสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่หลงรักก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นด้วยความโรแมนติกของเพลงและดนตรีสุดปราณีต ก็ทำให้เพลงขึ้นอันดับ 1 และมียอดขายกว่า 2.5 ล้านก็อปปี้เลยทีเดียวครับ
8. I Will Survive – Gloria Gaynor

| แนวเพลง | Disco |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Polydor |
| ผู้แต่งเพลง | Freddie Perren และ Dino Fekaris |
| โปรดิวเซอร์ | Dino Fekaris |
| เพลงในปี | 1978 |
สื่อยักษ์ใหญ่ที่มีการวิจารณ์เพลงเกือบทุกสำนักได้ยกเพลง I Will Survive ให้เป็นเพลงคุณภาพตลอดกาล อีกทั้งเพลงนี้ยังเป็นเพลงชาติของชาว LGBTQ ที่เมื่อเปิดขึ้นมาเมื่อไหร่ละก็ต้องลุกจากโต๊ะขึ้นมาเต้นทันที เพราะความเป็นดนตรี Disco ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันสนุกชวนเต้นอยู่เสมอ นอกจากนี้ด้วยเนื้อหาเพลงที่เกี่ยวกับการอกหักจากความรัก แต่ก็มูฟออนและเดินหน้าต่อทิ้งความเสียใจเอาไว้ข้างหลัง ก็ทำให้สะกิดต่อม สร้างแรงบันดาลใจและถูกใจใครหลายคน จนทำให้เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 และคว้ารางวัล Grammy Awards ได้ในที่สุด
9. Le Freak – Chic

| แนวเพลง | Disco และ funk |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Atlantic |
| ผู้แต่งเพลง | Bernard Edwards และ Nile Rodgers |
| โปรดิวเซอร์ | Bernard Edwards และ Nile Rodgers |
| เพลงในปี | 1978 |
Le Freak เป็นดนตรีลูกผสมระหว่าง Disco และ Funk ซึ่งทั้งสองสายนี้มีความสนุกอยู่แล้ว ดังนั้นใครเป็นสายปาร์ตี้หรืออยากได้วินเทจยุค 70s ที่สนุก ๆ Le Freak คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาดเลยละครับ บอกได้เลยว่าสนุกจนฉุดไม่อยู่ ส่วนด้านการประสบความสำเร็จของตัวเองเพลง ก็ต้องบอกว่าเพลงนี้คือระดับตำนานในยุค 70s เพราะเพลงนี้สามารถขึ้นอันดับ 1 ในทั้งอังกฤษและอเมริกา รวมไปถึง Billboard ได้จัดอันดับให้ La Freak เป็นเพลงอันดับ 3 ที่ดีที่สุดในปี 1979 ด้วยครับ
10. How Deep Is Your Love – Bee Gees

| แนวเพลง | Soft rock |
|---|---|
| ค่ายเพลง | RSO |
| ผู้แต่งเพลง | Barry Gibb, Robin Gibb และ Maurice Gibb |
| โปรดิวเซอร์ | Bee Gees, Karl Richardson และ Albhy Galuten |
| เพลงในปี | 1977 |
Bee Gees เป็นศิลปินกลุ่มที่โด่งดังมากที่สุดในยุค 70 เพราะไม่ว่าจะปล่อยเพลงอะไรออกมา ยอดขายของเพลงก็ถล่มทลายอยู่เสมอ ซึ่งเพลง How Deep Is Your Love คือหนึ่งในเพลงที่ทำให้วงนี้สามารถยืนหยัดในวงการเพลงได้อย่างเหนียวแน่น เพราะเมื่อปล่อยออกมาแล้ว เพลงสามารถยืนอยู่บนอันดับ 1 นานต่อเนื่องถึง 6 สัปดาห์ ทั้งนี้เนื้อหาของเพลงจะเกี่ยวกับความรักที่ผู้ชายคนหนึ่งมีให้ผู้หญิงที่รัก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่แน่ใจว่าเธอรักเขามากเท่าที่เขารักเธอหรือไม่ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ความรักที่เขามีให้ก็ไม่เคยลดลง อีกทั้งดนตรีที่เป็น Soft rock ก็ทำให้มันดูละมุนและอินมากกว่าเดิม ใครชอบเพลงรักช้า ๆ เพลงนี้ถือว่าเหมาะกับคุณมากเลยครับ
11. You Light Up My Life – Debby Boone

| แนวเพลง | Soft rock |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Warner Bros.-Curb |
| ผู้แต่งเพลง | Joe Brooks |
| โปรดิวเซอร์ | Joe Brooks |
| เพลงในปี | 1977 |
You Light Up My Life ที่เป็นเวอร์ชันของ Debby Boone ถือเป็นเพลงที่ดังมาก ๆ ในปี 1977 เพราะด้วยดนตรีและเนื้อเพลงที่ประณีตในทุกคีย์และทุกท่อน ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับ Joe Brooks ที่ทำเพลงออกมาได้อย่างลงตัว อีกทั้งเสียงของ Debby Boone ที่ร้องออกมาก็ทำให้ทุกอย่างสมบูรณืแบบ สามารถถ่ายทอดความโรแมนติกได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งด้วยคุณภาพเพลงในระดับนี้ทำให้เธอได้รางวัลแกรมมี่ในฐานะศิลปินหน้าใหม่ หากใครกำลังหาเพลงฟังสบาย ๆ ในวันหยุด You Light Up My Life ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมาก
12. 50 Ways to Leave Your Lover – Paul Simon

| แนวเพลง | Soft rock และ folk rock |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Paul Simon |
| โปรดิวเซอร์ | Paul Simon และ Phil Ramone |
| เพลงในปี | 1975 |
เพลงนี้เป็นการถ่ายทอดความเจ็บปวดของผู้ชายคนหนึ่งที่โดนคนที่รักทิ้ง แต่ความรักและความอาลัยที่มีให้เธอ ยังคงทำให้เขาจมปลักและหาทางออกไม่เจอ ถึงแม้ว่าพยายามหาเหตุผลมาแล้วก็ตาม ซึ่งความเจ็บปวดที่ Paul Simon ได้เขียน โปรดิวซ์ และร้องด้วยตนเอง ทำให้คนฟังสามารถสัมผัสความรู้สึกของเขาได้แบบเต็ม ๆ ยิ่งการใช้ดนตรีแนว Folk rock หรือ Soft rock ก็ทำให้เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม ถึงขนาดที่ Billboard ออกมาชื่นชมว่าเพลงนี้เป็น Exellent Song หรือเพลงที่ยอดเยี่ยมเพลงหนึ่งที่เขาเคยทำมา และการขึ้นอันดับ 1 บนชาร์จก็เป็นการการันตีได้ดีว่าเพลงนี้ดีงามมากขนาดไหน
13. Crocodile Rock – Elton John

| แนวเพลง | Rock and roll, glam rock และ pop rock |
|---|---|
| ค่ายเพลง | MCA และ DJM |
| ผู้แต่งเพลง | Elton John และ Bernie Taupin |
| โปรดิวเซอร์ | Gus Dudgeon |
| เพลงในปี | 1972 |
Elton John เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่มีอิทธิพลมาในยุค 70 ความโด่งดังและความสามารถของเขาถือเป็นแบบอย่างของศิลปินหลายคนในยุคนี้ ซึ่งถ้าจะให้แนะนำเพลงสุดปังในยุคสุดรุ่งเรืองของเขา ผมคิดว่าคงจะหนีไม่พ้นเพลง Crocodile Rock โดยเพลงนี้ถือเป็นการฉีกแนวของเอลตัน เพราะที่ผ่านมาเขาจะเน้นการร้องบัลลาดซะส่วนใหญ่ แต่เพลงนี้กลับเป็น Rock ที่มีความสนุกชวนเต้น ทั้งนี้ถ้าหากใครวิเคราะห์ว่าทำไมเพลงนี้ถึงดังคงเป็นเพราะแนวเพลงแบบ Rock and Roll กำลังเป็นเทรนต์ บวกกับแรงบันดาลใจที่ดีจากซิงเกิ้ล Eagle Rock ของวง Daddy Cool หลอมรวมเข้ากับความสามารถของเอลตัน ทำให้เพลงนี้ออกมาเพอร์เฟคจนทำให้คนร้องตามกันทั้งหมด ยิ่งท่อนที่ร้อง ‘Laaaa Laaaaa’ ที่เปิดขึ้นมาเมื่อไหร่ละก็จะต้องตามทันที
14. Fame – David Bowie

| แนวเพลง | Funk และ funk rock |
|---|---|
| ค่ายเพลง | RCA |
| ผู้แต่งเพลง | David Bowie, Carlos Alomar และ John Lennon |
| โปรดิวเซอร์ | Harry Maslin และ David Bowie |
| เพลงในปี | 1975 |
David Bowie มีความสามารถในทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการร้อง แต่งเพลง หรือโปรดิวซ์เพลง ดังนั้นเพลงฮิตของเขาที่ปล่อยออกมาทั้งหมด ล้วนแล้วแต่ผ่านการเจียระไนด้วยสมองและมือของเขาทั้งสิ้น โดยผลงานเพลงที่ประจักษ์และอยู่ในใจใครหลายคนคือ Fame ซึ่งเนื้อหาภายในเพลงเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกของเขาเกี่ยวกับการเป็นคนมีชื่อเสียง ที่ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีด้านมืดและด้านขาว มันสามารถพาคุณให้ตกอยู่ในมายา แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คุณรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่มีคนรู้จัก แน่นอนว่าการปลดปล่อยตัวตนและประสบการณ์นี้ ทำให้หลายคนถูกอกถูกใจ รวมไปถึงดนตรีที่เป็น Funk Rock ก็สนุกและมีอิทธิพลต่อคนฟังมากในช่วงนั้น ทำให้ Fame เป็นใบเบิกทางหรือเป็นเพลงแรกที่ David ได้ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์จ Billboard Hot 100
15. Best of My Love – The Emotions

| แนวเพลง | Disco, R&B, funk และ soul |
|---|---|
| ค่ายเพลง | Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Maurice White และ Al McKay |
| โปรดิวเซอร์ | Maurice White และ Clarence McDonald |
| เพลงในปี | 1977 |
Best of My Love เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของวง The Emotions เพราะเพลงนี้สามารถขึ้นชาร์จได้ในประเทศยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, แคนาดา หรือออสเตรเลีย ซึ่งนอกจากที่จะมียอดขายนับล้านยูนิตทั่วโลกแล้ว ทางนิวิจารณ์เพลงยังได้เคลมอีกว่าเพลงนี้คือเพลงคุณภาพระดับตำนาน และเป็นหนึ่งในเพลงเกิร์ลกรุ๊ปที่ดีที่สุดอีกด้วย หากใครชื่นชอบเพลงแนว R&B โชว์เสียงและเทคนิคเพราะ ๆ แต่ยังคงมีความสนุกแบบ Funk และ Disco ปนอยู่ ผมแนะนำเลยละครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับ 15 เพลงสากลยุค 70 ที่ยังคงเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ เรียกว่ามีหลากหลายอารมณ์กันมากเลยนะครับ สำหรับใครที่กำลังมองหาความเพลงสากลความหมายดี ๆ อย่างเพลงรักวันวาเลนไทน์, เพลงสากลน่ารัก ๆ สำหรับการจีบคนที่ชอบหรือจะเป็นเพลงรักแนวโรแมนติกลึกซึ้งก็มีมาแนะนำกันเยอะมากเลยครับ คุณสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้จากลิ้งก์ที่ให้ได้เลย