Maroon 5 – เปิดประวัติ และผลงานเพลง [อัปเดต ม.ค. 64]

แฟนเพลงหลายคนอาจจะคุ้นชินกับการฟังนักร้องเดี่ยวกันซะเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งโดยเฉพาะวงการเพลงในสหรัฐอเมริกาแล้วนั้น นักร้องเดี่ยวถือว่าเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จได้มากกว่ากลุ่ม ซึ่งเมื่อพูดถึงศิลปินนักร้องในอเมริกาแล้ว หลายคนอาจนึกถึง จัสติน บีเบอร์, อารีอานา กรานเด, เทย์เลอร์ สวิฟต์, บียอนเซ่, มารายห์ แครี หรือ คริสตินา อากีเลรา กันใช่ไหมครับ แต่เมื่อพูดถึงศิลปินที่เป็นวงหลายคนอาจจะใช้เวลาคิดกันสักเล็กน้อยว่ามีวงไหนบ้างที่มีชื่อเสียงและโด่งดังในสหรัฐ

ซึ่งแน่นอนว่าหวยหรือรายชื่อแรก ๆ จะต้องไปลงที่ Maroon 5 อย่างแน่นอน เพราะวงนี้ถือเป็นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศเท่านั้น แต่เรียกได้ว่าดังไปทั่วโลก ทั้งนี้คนไทยเองก็เป็นแฟนคลับวงนี้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาทางวงก็เคยจัดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพอยู่หลายรอบด้วย โดยวง Maroon 5 มีเพลงฮิตติดหูอยู่หลายเพลง ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมผลงานน่าสนใจของวงและประวัติความเป็นมาว่าอะไรถึงทำให้วงสามารถยืนอยู่ในวงการได้จนถึงทุกวันนี้

ประวัติของ Maroon 5

จุดเริ่มต้นของวง Maroon 5 เกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า “เบรนต์วูด” ในเมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งในตอนแรกสมาชิกมีเพียงแค่ 4 คนเท่านั่นคือ แอดัม เลอวีน, มิกกี แมดเดน, ไรอัน ดูซิก และเจสซี คาร์ไมเคิล โดยทั้ง 4 คนในเวลานั้นมีอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น ทั้งนี้เริ่มแรกเดิมทีวงนั้นได้ถูกตั้งชื่อว่า “Kara’s Flowers” ซึ่งเป็นการตั้งโดยสาว ๆ ภายในโรงเรียนที่ชื่นชอบวงนี้

หลังจากนั้นไม่นานนักด้วยความที่วงของพวกเขามีความสามารถมาก จึงได้ถูกรับเชิญไปเล่นในงานปาร์ตี้หลากหลายแห่ง แน่นอนว่าคนเก่งและมีพรสวรรค์ย่อมเป็นเหมือนประตูเปิดทางให้พวกเขาประสบความสำเร็จ โดยมีอยู่งานหนึ่งในมาลิบู ที่พวกเขาได้ถูกรับเชิญให้ไปเล่น ซึ่งในระหว่างที่พวกเขาโชว์อยู่ก็ไปเข้าตากับ ทอมมี อัลเลน จากนั้นเขาจึงได้ชวนทางวงเข้าวงการเพลงและพาไปรู้จักโปรดิวเซอร์ จนในที่สุดก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Reprise Records แต่แน่นอนว่าก่อนที่จะดังทางวงก็ต้องเจอเส้นหนามขวางกั้น ซึ่งเป็นแพทเทิร์นชีวิตของศิลปินหลายคนที่ต้องพบเจอกัน เพราะยอดขายของอัลบั้มในตอนนั้นสามารถขายได้เพียง 5,000 ก็อปปี้เท่านั้น

อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าวงจะดูกระท่อนกระแท่นไปเรื่อย ๆ แต่ทุกคนก็ยังคงไม่หยุดความฝันที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย โดยทุกคนในวงต่างเปลี่ยนแนวเปลี่ยนสไตล์เพื่อปรับดนตรีให้เหมาะกับวงและเข้าถึงคนฟังได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในวงการอีกหลายคน ซึ่งหนึ่งในคนที่มองออกว่าทางวงขาดจิ๊กซอว์สำคัญนั่นคือ “Berkman” ที่คิดว่าจะต้องเพิ่มสมาชิก หลังจากนั้นทางวงก็ได้รับสมาชิกใหม่เข้ามานั่นคือ เจมส์ วาเลนไทน์

เมื่อวงได้สมาชิกที่มีความสามารถมาเพิ่มจึงทำให้วงดูมีความลงตัวมากกว่าเดิม และความฝันก็เป็นจริงเมื่อผู้คนในสหรัฐเปิดอัลบั้มของพวกเขาไปทั่วประเทศ จนประสบความสำเร็จและชนะรางวัลศิลปินยอดเยี่ยมในปี 2005 และโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้

1. Girls Like You ft. Cardi B

Girls Like You ft. Cardi B
Girls Like You ft. Cardi B
แนวเพลง Pop และ pop rock
ค่ายเพลง 222 และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Adam Levine, Henry Walter, Belcalis Almanzar, Brittany Talia Hazzard, Jason Evigan และ Gian Stone
โปรดิวเซอร์ Cirkut และ Jason Evigan
เพลงในปี 2018

การร่วมงานกันระหว่างวง Maroon 5 และแรปเปอร์ดาวรุ่งชื่อดังอย่าง Cardi B ในปี 2018 ถือเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและเป็นกระแสมากในช่วงนั้น โดยเพลง Girls Like You เป็นเสมือนเพลงที่ Empower Women ซึ่งอดัมต้องการจะสื่อและให้เกียรติภรรยาของเขา ทั้งนี้ดนตรีจะออกไปทาง Pop ที่ฟังสบายหูและเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งการใส่ท่อนแรปของคาร์ดี้ลงไปก็ทำให้เพลงดูมีรสชาติความแซ่บที่เพิ่มเติมเข้ามา เมื่อผสมรวมเข้ากันแล้วกลายเป็นเพลงหนึ่งที่กลมกล่อมมาก ๆ โดยมีนักวิจารณ์หลายคนต่างบอกกันว่าท่อนของคาร์ดี้ยกระดับเพลงให้น่าสนใจขึ้นกว่าเดิมมาก ซึ่งถือว่าอดัมทำการบ้านและมีไอเดียที่ดีในการดึงคาร์ดี้เข้ามาร่วมงาน ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเพลงนี้ถึงสามารถไต่อันดับขึ้นมาถึงที่ 1 และเข้าชิงรางวัลใหญ่อย่าง Grammy Awards ได้


2. Moves Like Jagger ft. Christina Aguilera

Moves Like Jagger
Moves Like Jagger
แนวเพลง Disco และ electropop
ค่ายเพลง A&M Octone
ผู้แต่งเพลง Adam Levine, Benny Blanco, Ammar Malik และ Shellback
โปรดิวเซอร์ Shellback และ Benny Blanco
เพลงในปี 2011

การได้ร่วมงานกับดีว่าเสียงทรงพลังอย่างคริสติน่าอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครก็สามารถร่วมงานได้ แต่วงในระดับ Maroon 5 ไม่มีอะไรที่พวกเขาทำไม่ได้ อีกทั้งอดัมและคริสติน่าก็เคยได้ร่วมงานกันใน The Voice สหรัฐอเมริกา ดังนั้นการดีลงานจึงไม่ใช่เรื่องยาก แน่นอนว่าการร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นกระแสมากเลยทีเดียว เพราะแนวดนตรีทำให้เหมือนเราหลงเข้าไปในยุคคลาสสิกช่วง 70’s เพราะเพลงเป็นแนว Disco ผสมกับ Electropop สมัยใหม่ ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวมาก ๆ ยิ่งการได้เสียงคริสติน่าเข้ามาในเพลง ยิ่งทำให้เพลงนี้คลาสสิกเหนือกาลเวลา เปิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกเบื่อ เผลอ ๆ จะลุกขึ้นมาเต้นไปตามเพลงโดยไม่รู้ตัว





3. One More Night

One More Night
One More Night
แนวเพลง Pop
ค่ายเพลง A&M Octone
ผู้แต่งเพลง Adam Levine, Shellback, Max Martin และ Savan Kotecha
โปรดิวเซอร์ Shellback และ Max Martin
เพลงในปี 2012

One More Night ถูกเขียนโดยนักแต่งเพลงมือทองอย่าง Max Martin, Shellback, Savan Kotecha และ Adam Levine ซึ่งโดดเด่นในสาขาเพลง Pop อยู่แล้ว ดังนั้นใครอยากฟังดนตรีป๊อปเพราะ ๆ และมีไอเดียที่ทำเพลงอย่างปราณีตทุกโน้ต ผสมความเป็นเรกเก้สนุก ๆ เพลงนี้ถือเป็นหนึ่งเพลงที่ควรฟังเป็นอย่างยิ่งครับ นอกจากนี้ในแง่ของนักวิจารณ์เพลงยังลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าเพลงนี้คือหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของ Maroon 5 ทั้งด้วยดนตรีที่ดีและเสียงของ Adam ที่โชว์ให้เห็นว่าเขาคือนักร้องชายที่เสียงดีอีกคนในวงการเพลงปัจจุบัน


4. Makes Me Wonder

Makes Me Wonder
Makes Me Wonder
แนวเพลง Alternative dance
ค่ายเพลง A&M Octone
ผู้แต่งเพลง Adam Levine, Jesse Carmichael และ Mickey Madden
โปรดิวเซอร์ Mark Endert และ Maroon 5
เพลงในปี 2007

Makes Me Wonder เป็นหนึ่งในเพลงที่อยู่ในอัลบั้มของ Maroon 5 ที่ชื่อว่า “It Won’t Be Soon Before Long” โดยเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่สร้างเครดิตให้กับวงได้เป็นอย่างดี เพราะหลังจากปล่อยออกมาเพลงนี้สามารถกระโดดขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต Billboard Hot 100 ซึ่งเป็นชาร์ตที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในอเมริกาและของโลกก็ว่าได้ ไม่ใช่ชาร์ตที่สามารถขึ้นกันได้ง่าย ๆ ทั้งนี้แนวเพลงของ Makes Me Wonder เป็น Alternative dance ก็เป็นจังหวะแดนซ์สนุก เหมาะกับการเปิดผ่อนคลายในช่วงวันหยุดเป็นอย่างมาก หากใครกำลังหาเพลงไปเปิดในงานปาร์ตี้ เพลงนี้คือหนึ่งในเพลงที่ควรอยู่ในลิสต์


5. Sugar

Maroon 5 Sugar
Maroon 5 Sugar
แนวเพลง Disco, funk-pop และ soul
ค่ายเพลง 222 และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Mike Posner, Adam Levine, Joshua Coleman, Lukasz Gottwald, Jacob Kasher Hindlin และ Henry Walter
โปรดิวเซอร์ Ammo และ Cirkut
เพลงในปี 2015

Sugar น่าจะเป็นเพลงที่ทำให้หลายคนรู้จัก Maroon 5 เยอะขึ้น เพราะเพลงนี้ได้เลือกใช้เปิดในงานแต่งงานทั่วโลก อีกทั้งยังมีการจัดอันดับหลายเว็บไซต์ว่าเพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงที่โรแมนติกซ์ที่สุดตลอดกาลอีกด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเพลงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ประสบความสำเร็จมาก นอกจากนี้แนวดนตรีที่เป็น Disco ชวนเต้น ผนวกรวมเข้ากับความเป็น Funk-pop และ Soul ก็เบลนเข้ากันได้อย่างลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ ซึ่งใครที่กำลังหาเพลงสนุก ๆ เนื้อหาโรแมนติกเปิดฟังคู่กับแฟน เพลงนี้ถือว่าตอบโจทย์คุณมากเลยครับ


6. Memories

Maroon 5 Memories
Maroon 5 Memories
แนวเพลง Soft rock
ค่ายเพลง 222 และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Adam Levine, Michael Pollack, Jacob Kasher Hindlin, Jonathan Bellion, Vincent Ford, Stefan Johnson และ Jordan Johnson
โปรดิวเซอร์ Adam Levine และ The Monsters and the Strangerz
เพลงในปี 2019

Memories เป็นเพลงซึ่งได้แซมเปิ้ล Pachelbel’s Canon ซึ่งเป็นที่รู้จักกันมากในเยอรมัน โดยเพลงนี้ถือเป็นหนึ่งเพลงที่ทัชจนคนฟังเป็นอย่างมาก เนื่องจากเนื้อหานั้นเกี่ยวกับความทรงจำดี ๆ ในอดีตกับคนที่รัก ซึ่งก็สูญเสียเขาไปโดยไม่มีวันหวนกลับ แน่นอนว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนจะต้องพบเจอไม่วันใดก็วันหนึ่ง ทั้งนี้การได้โปรดิวเซอร์และทีมแต่งเพลงดี ก็ยิ่งทำให้เพลงนี้ลงตัวเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเพลงนี้สามารถไต่อันดับได้ดีบนชาร์ตเพลง เพราะสามารถไต่ได้ถึงอันดับ 2 บน Billboard Hot 100


7. Payphone ft. Wiz Khalifa

Payphone ft. Wiz Khalifa
Payphone ft. Wiz Khalifa
แนวเพลง Pop และ R&B
ค่ายเพลง A&M Octone
ผู้แต่งเพลง Adam Levine, Benjamin Levin, Ammar Malik, Dan Omelio, Shellback และ Cameron Thomaz
โปรดิวเซอร์ Benny Blanco, Shellback และ Robopop
เพลงในปี 2012

ยอดขาย 493,000 ก็อปปี้ในสัปดาห์แรกทำให้เพลง Payphone ของ Maroon 5 กลายเป็นเพลงวงที่มียอดขายมากที่สุด โดยเพลงนี้เป็นแนว Pop ที่ผสมผสานกับ R&B ดังนั้นการฟังเพลงนี้จะได้จังหวะที่สนุกสนานและเทคนิคการร้องที่ดี นอกจากนี้การมี Wiz Khalifa เข้ามาในเพลงก็ทำให้เพลงมีรสชาติของความเป็น Hip-hop เพื่มความสนุกให้เพลงได้เป็นอย่างมาก หากใครกำลังหาเพลงฟังชิล ๆ ในช่วงวันหยุด เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่น่าสนใจครับ





8. Animals

Maroon 5 Animals
Maroon 5 Animals
แนวเพลง Dance-pop
ค่ายเพลง 222 และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Adam Levine, Shellback และ Benjamin Levin
โปรดิวเซอร์ Shellback
เพลงในปี 2014

ถ้าพูดถึงเพลงคุณภาพของวง Maroon 5 คงต้องยกให้กับเพลง Animal เพราะสื่อวิจารณ์เพลงชื่อดังอย่าง Rolling Stone ให้จัดอันดับให้เพลงนี้อยู่ในอันดับ 32 ใน 50 เพลงในปี 2014 ซึ่งเป็นการการันตีได้อย่างดีว่าเพลงนี้คือเพลงคุณภาพ ทั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับทีมผู้แต่งเพลงจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Shellback ที่ถือเป็นนักแต่งเพลงคู่บุญของ Maroon 5 ในหลาย ๆ เพลง รวมไปถึง Benjamin และ Adam นักร้องนำที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมากลมกล่อม


9. She Will Be Loved

She Will Be Loved
She Will Be Loved
แนวเพลง Pop rock, soft rock และ alternative rock
ค่ายเพลง Octone และ J
ผู้แต่งเพลง Adam Levine และ James Valentine
โปรดิวเซอร์ Matt Wallace
เพลงในปี 2004

She Will Be Loved เป็นเพลงที่สามารถขึ้นชาร์ตได้ทั้งในประเทศอังกฤษและอเมริกา โดยในประเทศเกาะผู้ดีสามารถพีคขึ้นไปได้สูงสุดในอันดับที่ 4 และ ชาร์ตอเมริกานั้นอยู่ในอันดับที่ 5 ทั้งนี้เพลงยังเคยได้เข้าชิงรางวัลใหญ่อย่าง Grammy Awards ในสาขา Best Pop Performance by a Duo or Group with Vocals อีกด้วย อีกทั้งเพลงที่เป็นแนว Soft Rock ก็เป็นเพลงแนว Easy Lestening สามารถนอนฟังสบาย ฟังได้ทุกวันก็ไม่เบื่อ


10. Don’t Wanna Know ft. Kendrick Lamar

Don't Wanna Know ft. Kendrick Lamar
Don’t Wanna Know ft. Kendrick Lamar
แนวเพลง Tropical house และ tropical pop
ค่ายเพลง 222 และ Interscope
ผู้แต่งเพลง Kendrick Duckworth, Adam Levine, Benjamin Levin, John Ryan, Jacob Kasher, Ammar Malik, Kurtis McKenzie, Jon Mills และ Alex Ben-Abdallah
โปรดิวเซอร์ Benny Blanco, The Arcade และ Louie Lastic
เพลงในปี 2016

Don’t Wanna Know สามารถขึ้นอันดับ 1 ใน iTunes ได้หลังจากที่ปล่อยออกมาทันที เพราะด้วยแนวเพลงที่เป็น Tropical ซึ่งเป็นจังหวะที่ช้า ๆ เมื่อฟังแล้วสามารถเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งด้วยกระแสที่กำลังจะปล่อยอัลบั้มใหม่อย่าง Red Pill Blues ก็ช่วยทำให้คนหันมาสนใจเพลงนี้มากขึ้น จนเพลงนี้สามารถทำอันดับได้ค่อนข้างดีในชาร์ต และกลายเป็นเพลงที่หลายคนร้องกันจนติดปากไปทั่วบ้านทั่วเมือง

Next Post