มีหลายคนที่สงสัยว่าเราควรทานนมเวย์โปรตีนตอนไหนถึงจะดีที่สุด ทั้งนี้ก็ต้องดูเป้าหมายของแต่ละคนด้วยว่าคุณต้องการอะไร ไม่ว่าจะเป็น สำหรับการออกกำลังกายฟื้นฟูกล้ามเนื้อ, สร้างกล้ามเนื้อ หรือลดน้ำหนัก เป็นต้น

ลดน้ำหนัก = ทานระหว่างมื้ออาหาร (14-16)
การทานโปรตีนในปริมาณที่สูงระหว่างมื้ออาหาร จะช่วยลดความอยากอาหารได้ โดยการลดระดับฮอร์โมนความหิว (Ghrelin) นอกจากนี้ยังช่วยทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้นและทำให้คุณรับแคลอรีแต่ละวันน้อยลง ทั้งยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้ในร่างกายได้อีกด้วย
สร้างกล้ามเนื้อ = ทานหลังออกกำลังกาย (17)ในการสร้างกล้ามเนื้อนั้นคุณจำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหนักและสม่ำเสมอ แต่ในขณะที่ออกกำลังกายกล้ามเนื้อที่มีอยู่ก็จะได้รับความเสียหายไปด้วย ดังนั้นคุณต้องทานโปรตีนเข้าไปเพื่อใช้สำหรับซ่อมแซมกล้ามเนื้อเหล่านั้น พร้อมกับสร้างกล้ามเนื้อไปในตัว หากคุณทานโปรตีนไม่มากพอ กล้ามเนื้อที่มีอยู่ก็จะไม่สามารถซ่อมแซมได้และการสร้างกล้ามใหม่ก็จะยากยิ่งขึ้น คำแนะนำเพิ่มเติม สำหรับผู้หญิงและผู้ชายจะมีช่วงเวลาที่ต่างกัน โดยผู้หญิงควรทานโปรตีนภายใน 30 นาทีหลังออกกำลังกาย ในขณะที่ผู้ชายควรทานโปรตีนภายใน 60 นาทีหลังออกกำลังกาย |
|
อย่างไรก็ตาม ก็มีประเด็นถกเถียงกันพอสมควรว่า ควรทานก่อน/หลังออกกำลังกายดี? จากงานวิจัยล่าสุดได้ข้อสรุปว่าการบริโภคโปรตีนในแต่ละวันให้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า เพราะไม่ว่าคุณจะทานก่อนหรือหลังออกกำลังกาย ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีผลต่างกันมากนัก (19)
นมเวย์โปรตีน ดีไหม ทำให้น้ำหนักขึ้นไหม ?
อาหารทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ (ยกเว้นน้ำเปล่า) หากทานเกินพอดีหรือมากเกินกว่าที่ร่างกายจะนำไปใช้เผาผลาญได้หมด ก็จะถูกเก็บสะสมในรูปแบบของไขมันได้ หากคุณรู้ตัวว่าทานมากไปก็เพียงแค่ออกกำลังกายเพื่อเอาแคลอรีที่กินในวันนั้นออก ดังนั้นการบริโภคอาหารทุกชนิดในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ โปรดจำไว้ว่าตราบใดที่คุณบริโภคแคลอรีมากกว่าที่เผาผลาญ คุณก็จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ส่วนคำถามที่ว่า “นมเวย์โปรตีน สามารถเพิ่มน้ำหนักหรือทำให้อ้วนได้ไหม ?” ก็ต้องตอบตามตรงว่ามีสิทธิ์ค่ะ เพราะถึงแม้ว่าคุณสมบัติหลัก ๆ ของนมเวย์โปรตีนจะมีข้อดีมากมายทั้งการช่วยลดน้ำหนัก, ช่วยทำให้อิ่มท้อง, เร่งการเผาผลาญ, ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ แต่คุณก็อย่าลืมว่าในองค์ประกอบนมไม่ได้มีเพียงโปรตีนเท่านั้น เพราะมันยังมีทั้งน้ำตาล คาร์โบไฮเดตและไขมันแฝงมาด้วย อย่างไรก็ตามแนะนำให้คุณคำนวณแคลอรีที่ควรได้รับในแต่ละวันตามน้ำหนักตัว จากนั้นตรวจสอบดูว่านมเวย์โปรตีนที่คุณเลือกดื่มนั้นให้พลังงานเหมาะสมกันหรือไม่
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หากทานนมเวย์โปรตีนมากเกินไป
แม้ว่าเวย์โปรตีนจะเป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ในหมู่นักกีฬา ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย และผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ หรือต้องการลดน้ำหนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผลข้างเคียงอยู่บ้างหากคุณทานโปรตีนมากเกินไป เรามาดูกันค่ะว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง?
อาการแพ้แลคโตส (10-12)อาการ ท้องอืด, ท้องเฟ้อ, ปวดท้อง หรือท้องเสีย โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นผลข้างเคียงที่มักพบได้ในกลุ่มคนที่มีอาการแพ้แลคโตสค่ะ อาการแพ้แลคโตสก็คือคนที่มีปัญหาในการย่อยน้ำตาลแลคโตส ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นได้ประมาณ 68% ของประชากรทั่วโลกเลยค่ะ หากพบว่ามีอาหารแพ้แลคโตสแนะนำให้คุณเปลี่ยนมาดื่มนมเวย์ชนิด Isolate แทน |
อาการแพ้นมวัว (13)90% ของนมเวย์โปรตีนหรือเครื่องดื่มที่มีโปรตีนสูงมักทำมาจากนมวัว และคนที่แพ้นมวัวก็จะมีอาการเป็นลมพิษ, ผื่นขึ้นตามตัว, หน้า คอ ลิ้นบวม รวมถึงมีน้ำมูกไหลหรือคัดจมูกได้ค่ะ หากคุณพบว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้ให้ลองดื่มเวย์โปรตีน Isolate หรือโปรตีนจากพืชแทนนะคะ นอกจากนี้คุณควรแยกให้ออกระหว่างการแพ้แลคโตสและแพ้นมวัว เพราะทั้ง 2 อย่างนี้มีความต่างกันมาก |
วิธีเลือกซื้อ เครื่องดื่มโปรตีนสูง/นมเวย์พร้อมดื่ม
1. ปริมาณโปรตีน (6-9)
โดยปกติแล้วปริมาณโปรตีนที่เราควรได้รับต่อวันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แน่นอนว่าสำหรับคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ร่างกายของคุณจะต้องการโปรตีนที่มากกว่าคนทั่วไปนั่นคือประมาณ 1.6-2.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ทว่าการเพิ่มโปรตีนก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมออกกำลังกายที่คุณเล่นด้วย สำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักควรทานโปรตีนประมาณ 2.2-3.4 กรัมต่อ 1 กิโลกรัม
ดังนั้นยิ่งคุณน้ำหนักเยอะมากเท่าไหร่? ความต้องการโปรตีนก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งคุณออกกำลังกายหนักเท่าไหร่? ก็ยิ่งต้องเพิ่มปริมาณโปรตีนต่อวันให้เยอะขึ้นอีก ส่วนผู้ที่ต้องการทานโปรตีนเพื่อลดน้ำหนัก เราแนะนำให้กินโปรตีนอย่างน้อย 25-30 กรัมในมื้ออาหาร เพื่อทำให้อิ่มท้องนานขึ้น
- ออกกำลังกายทั่วไป: ควรทานโปรตีน 1.6-2.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
- ออกกำลังกายอย่างหนัก: ควรทานโปรตีน 2.2-3.4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
- ลดน้ำหนัก: ควรทานโปรตีนอย่างน้อย 25-30 กรัมใน 1 มื้ออาหาร
2. ปริมาณน้ำตาล (1-4)

น้ำตาลเป็นสารให้ความหวานที่เป็นภัยต่อร่างกาย เพราะหากเราทานน้ำตาลมากเกินไปจนร่างกายนำไปใช้ไม่หมด น้ำตาลเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนรูปกลายเป็นไขมันได้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรทานน้ำตาลเกิน 24 กรัมต่อวัน
แต่สำหรับตัวเลขของน้ำตาลในนมนั้น อาจจะไม่ใช่ตัวตัดสินว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ดี เพราะข้อมูลทางโภชนาการที่ระบุในฉลากหมายถึงน้ำตาลทุกประเภท ซึ่งอาจเป็น น้ำตาลปรุงแต่งที่มีแคลอรี่สูง, น้ำตาลแลคโตส หรือน้ำตาลที่มาจากสารสกัดอื่น ๆ ก็ได้ค่ะ ดังนั้นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยคุณแยกประเภทน้ำตาลในผลิตภัณฑ์นม คือการตรวจสอบว่าเป็นสูตร “นมแลคโตสฟรี” หรือเป็นสูตรที่ “ใช้สารให้ความหวานทดแทน” อาทิเช่น น้ำตาลหญ้าหวาน, น้ำตาลหล่อฮังก๊วย, น้ำตาลอิริทริทอล, หรือน้ำตาลไซลิทอลเป็นต้น
นอกเหนือจากนั้นคุณก็สามารถใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ เพราะบางคนที่เคร่งครัดหน่อยก็จะเลือกสูตรน้ำตาล 0% เท่านั้น หรือบางคนที่มีความอะลุ้มอล่วยหน่อยก็จะตั้งปริมาณน้ำตาลไว้ไม่เกิน 10 กรัม ในขณะที่บางคนก็ติดหวานมาก ๆ จึงไม่ได้ซีเรียสเรื่องน้ำตาล ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการเครื่องดื่มรสชาติไหน แต่อย่างไรเสีย เราขอแนะนำว่าน้ำตาลไม่ควรเกิน 10-15 กรัมต่อหนึ่งหน่อยบริโภคค่ะ
3. ปริมาณแคลอรี และ คาร์โบไฮเดรต
ปริมาณแคลอรีที่ระบุในฉลากก็คือปริมาณพลังงานทั้งหมดของเครื่องดื่มนั้น ๆ โดยทั่วไปแล้วเครื่องดื่มโปรตีนสูงที่ทำจากนมควรจะมีแคลอรี่ประมาณ 150-250 แคลอรี่ ซึ่งไม่ควรเลือกยี่ห้อที่แคลอรีเกินจากนี้แล้วค่ะ เพราะหากแคลอรีสูงกว่านี้ นั่นอาจจะมาจากน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตแฝงที่ใส่เข้ามาก็เป็นได้ค่ะ ยกเว้นว่าเครื่องเหล่านั้นจะมีค่าโปรตีนที่สูงมากก็จะให้แคลอรีสูงตามด้วย อาทิเช่น น้ำอกไก่ปั้นที่มีโปรตีน 50 กรัม และแคลอรีประมาณ 240-310 แคลอรี ถือว่าเป็นตัวเลขที่ยอมรับได้ค่ะ
นอกจากนี้หลาย ๆ ยี่ห้อที่ระบุว่าเป็นเครื่องโปรตีนสูง แต่เมื่อลองอ่านฉลากดูแล้ว กลับพบว่ามีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงกว่าโปรตีนเสียอีก ดังนั้นก่อนซื้อเราแนะนำให้อ่านค่าโภชนาการที่เขียนข้างขวดในส่วนนี้ด้วย
4. ปริมาณโซเดียม (5)
การลดโซเดียมในชีวิตประจำวันถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของเรา เพราะการทานโซเดียมที่มากเกินไป (เกิน 2,000-2,400 มิลลิกรัมต่อวัน) อาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน, โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ อีกทั้งโซเดียมก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราหน้าบวม ตัวบวม และดูอ้วนขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณให้ตัดโซเดียมออกจากชีวิตนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วโซเดียมก็เป็นแร่ธาตุหนึ่งที่ร่างกายของเรายังจำเป็นต้องใช้อยู่ดี
หากคุณต้องการเครื่องดื่มโปรตีนเข้มข้นที่มีน้ำตาลและโซเดียมน้อยด้วยกันทั้งคู่ โดยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบในนมโปรตีนสูงเลยค่ะ เพราะแต่ละสูตรที่ลดน้ำตาลลงก็จะใส่โซเดียมเข้ามาเพื่อปรับปรุงรสชาติให้เราสามารถดื่มได้ง่ายขึ้นแทน ดังนั้นหากให้เลือกระหว่างน้ำตาลเยอะหรือโซเดียมเยอะ อย่างไหนดีกว่ากัน? แนะนำว่าดื่มแบบโซเดียมเยอะดีกว่าค่ะ
References :
- Lactose intolerance
- สุขภาพดี ทำได้ง่ายๆ แค่…ลดหวาน – มหาวิทยาลัยมหิดล
- The sweet danger of sugar
- The Dose Makes the Poison: Sugar and Obesity in the United States – a Review
- พฤติกรรมการบริโภค หวาน มัน เค็ม : กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
- How much protein can the body use in a single meal for muscle-building? Implications for daily protein distribution
- Dietary protein for athletes: from requirements to optimum adaptation
- Increased protein intake reduces lean body mass loss during weight loss in athletes
- The role of protein in weight loss and maintenance
- Chapter 16 – Lactose Intolerance
- The acceptability of milk and milk products in populations with a high prevalence of lactose intolerance
- Definition & Facts for Lactose Intolerance
- Cow Milk Allergy
- Diet induced thermogenesis
- Effects of high-protein vs. high- fat snacks on appetite control, satiety, and eating initiation in healthy women
- A high-protein diet for reducing body fat: mechanisms and possible caveats
- The role of protein and amino acid supplements in the athlete’s diet: does type or timing of ingestion matter?
- Dietary protein recommendations and the prevention of sarcopenia
- The effect of protein timing on muscle strength and hypertrophy: a meta-analysis
