ขอเดาเลยนะคะว่า เดี๋ยวนี้มนุษย์ออฟฟิศ หรือคนวัยทำงานทุกคน น่าจะเคยหรือกำลังประสบกับปัญหาปวดหลังอยู่อย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะคะ? ซึ่งสาเหตุก็มาจากรูปแบบการทำงานนั่นแหละค่ะ ที่บังคับให้คุณต้องนั่งดูหน้าจอ พิมพ์คอมพิวเตอร์ในตำแหน่งเดิม ท่าเดิมตลอดทั้งวัน นานต่อเนื่องเป็นเดือนเป็นปี รวมไปถึงเรื่องเล็ก ๆ อย่างการขับรถไปทำงานทุก ๆ วัน ก็ถือเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาการปวดหลังแย่ลงได้ค่ะ ซึ่งหากคุณไม่รีบหาทางแก้ไขปัญหานี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แน่นอนค่ะว่า มันก็จะส่งผลให้อาการปวดหลังของคุณ ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้ค่ะ
สำหรับการบรรเทาอาการปวดหลังเรื้อรัง ที่เป็นผลมาจากการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน คุณสามารถแก้ไขเบื้องต้น ด้วยการใช้เบาะรองนั่ง หรือชุดเบาะรองนั่งและเบาะรองหลังได้ค่ะ นอกจากนี้ปัญหาเรื่องของการปวดเมื่อยตามร่างกาย ในส่วนอื่น ๆ คุณก็สามารถเปลี่ยนจากอุปกรณ์สำนักงานธรรมดา ๆ มาใช้เป็น อุปกรณ์เพื่อสุขภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เมาส์เพื่อสุขภาพ, แผ่นรองเมาส์ป้องกันอาการปวดข้อมือ, คีย์บอร์ดเพื่อสุขภาพ, อุปกรณ์พยุงนิ้ว, ที่พักเท้า, เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ หรือโต๊ะทำงานที่สามารถปรับระดับความสูงได้มาใช้งานควบคู่กันไปได้ค่ะ เนื่องจากว่าอุปกรณ์เพื่อสุขภาพทุก ๆ ชิ้น ต่างก็ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์กับลักษณะการใช้งานของคนทำงานโดยเฉพาะค่ะ

แต่ถ้าหากเป็นการใช้งานในรถยนต์แล้วล่ะก็สิ่งที่จะช่วยลดหรือบรรเทาอาการปวดหลังของคุณได้นั้น มันก็จะต้องเป็น เบาะรองหลัง สำหรับใช้ในรถ เท่านั้นค่ะ เนื่องจากเบาะรองหลังประเภทนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถรับกับสรีระหลังของคุณและวางกับเบาะรถได้พอดี ซึ่งหากจะบอกว่าเบาะรองหลังสำหรับใช้ในรถเหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศอย่างเดียวก็ไม่ถูกค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วใครก็ตามที่ต้องการที่จะผ่อนคลายและบรรเทาอาการปวดหลัง ไม่ว่าคุณจะขับรถไกลหรือใกล้แค่ไหน? การที่คุณมีเบาะรองหลังติดไว้ในรถก็จะทำให้คุณรู้สึกดีในขณะเดินทางมากขึ้นค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหา เบาะรองหลังในรถยนต์ ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาเรื่องปวดหลัง ในวันนี้เราก็ได้คัดเลือกเบาะเพื่อสุขภาพมาถึง 9 แบบมานำเสนอค่ะ แต่มันจะมีแบบไหนบ้างนั้น ? ตามมาดูกันเลยค่ะ
เบาะรองหลังในรถ แบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด ?
วิธีการเลือก เบาะรองหลังในรถ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง ?
1. การใช้งานที่ครอบคลุม
เราขอแนะนำให้คุณเลือกซื้อ เบาะรองหลังในรถ ที่สามารถนำไปใช้งานได้กับเบาะรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อจะดีที่สุดค่ะ โดยการเลือกเบาะในลักษณะนี้ก็ควรที่จะเป็นเบาะที่มาพร้อมกับสายรัดแบบปรับระดับได้ และตัวล็อกที่ติดตั้งง่ายในรถทุกคัน เพราะไม่ว่าเบาะนั่งในรถของคุณจะมีขนาดเท่าใดก็ตาม เบาะรองหลังในลักษณะเช่นนี้ก็สามารถใช้งานได้แบบไร้ขีดจำกัดใด ๆ เลยละค่ะ
2. สายรัดที่มีคุณภาพ และการปรับความกระชับ

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ข้างต้นค่ะว่า เบาะรองหลังในรถ ที่มาพร้อมกับสายนั้นย่อมดีกว่าแบบอื่น ๆ ดังนั้นสิ่งต่อมาที่คุณควรพิจารณา ก็คือ คุณภาพของสายรัด นั่นเองค่ะ ซึ่งมันควรจะล็อกได้อย่างแน่นหนา และกระชับที่สุด เพื่อป้องกันเบาะเลื่อนไปมาระหว่างการใช้งาน และถ้าหากเป็นสายรัดที่มีตัวล็อคและสามารถจะปรับระดับความกระชับได้ด้วยก็จะดีมาก ๆ ค่ะ เพราะจะทำให้คุณสามารถเลือกวางเบาะในตำแหน่งที่คุณต้องการได้ง่ายขึ้น เนื่องจากสรีระของคนเราทุกๆ คนนั้นไม่เท่ากัน ส่งผลให้เบาะที่ออกแบบมาในขนาดมาตรฐานอาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับทุกคนเสมอไปค่ะ ดังนั้นหากคุณต้องการเลือกตำแหน่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง คุณควรเลือกเบาะรองหลังในรถที่ใช้สายรัดคุณภาพ พร้อมปรับความกระชับได้
3. วัสดุที่ใช้ผลิต
แน่นอนค่ะว่า วัสดุที่ใช้ผลิตควรที่จะให้ความรู้สึกที่นุ่มสบายขณะใช้งาน และในขณะเดียวกันวัสดุประเภทนั้น ก็จะต้องสามารถคงรูปไว้เช่นเดิมได้ โดยไม่ยุบ หรือเสียทรง แม้จะใช้งานนานหลายชั่วโมงก็ตาม อีกทั้งวัสดุที่คุณเลือกก็ควรเป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงเพื่อให้มันทนทานต่อการใช้งานมากที่สุด โดยวัสดุที่เราอยากจะแนะนำให้คุณเลือกใช้ นั่นคือ เมมโมรี่โฟม ค่ะ เพราะมันเป็นวัสดุที่มี่คุณภาพ คงรูปได้อย่างดีเยี่ยม คืนตัวได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่นุ่มสบาย และให้การซัพพอร์ตที่แน่นมากอีกด้วยค่ะ แต่ก็แน่นอนค่ะว่าด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้เมมโมรีโฟมเป็นวัสดุที่มีราคาค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ถ้าหากว่าคุณลองเทียบกับสิ่งที่คุณจะได้รับ รวมถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนมาก ๆ ค่ะ
4. ปลอกถอดซักได้

และส่วนสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของ การดูแลรักษา นั่นเองค่ะ ซึ่งในส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่หลาย ๆ คนมักจะมองข้ามไป แต่จริง ๆ แล้วในส่วนนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญมากเช่นเดียวกันค่ะ เพราะในกรณีที่คุณนำน้ำ อาหาร หรือขนมต่าง ๆ ขึ้นมาทานบนรถแล้วก็เกิดหก เลอะเทอะ เปื้อนไปที่เบาะรองหลังของคุณ การที่ตัวเบาะรองหลังในรถสามารถถอดปลอกหุ้มเบาะออกมาได้ ก็สามารถให้คุณนำไปใส่เครื่องซักผ้าได้ทันที ก็จะเป็นอะไรที่ง่ายและสะดวกกว่าการทำความสะอาดเบาะรองหลังทั้งใบถูกต้องไหมล่ะคะ ? แถมดีไม่ดีหากว่าอาหารหกเลอะเบาะรองหลังของคุณไม่มีปลอกหุ้ม นอกจากจะทำความสะอาดได้ยากแล้ว เรื่องของคราบสกปรกรวมถึงกลิ่นเองก็จะติดอยู่กับเบาะเป็นเวลานานหลายวัน ซึ่งในส่วนนี้ก็จะสร้างความรำคาญให้กับคุณและคนข้าง ๆ ไม่น้อยเลยนะคะ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
ท่านั่งที่ถูกต้องในการนั่งขับรถยนต์(1)
เบาะรองหลังในรถ เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นค่ะ ซึ่งหากจะให้เห็นผลชัดเจนที่สุด คุณก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทางนั่งขณะขับรถด้วยเช่นกันนะคะ ซึ่งคุณเคยสังเกตไหมคะว่า บางครั้งแม้จะเป็นการขับรถในระยะสั้น ๆ ไม่ถึงชั่วโมง แต่คุณกลับมีอาการตึงและปวดกล้ามเนื้อขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ก็มีเบาะช่วยเสริมแล้ว แต่ปัญหานี้ก็ยังไม่หมดไปสักที ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ เราขอแนะนำให้คุณลองปรับเปลี่ยนท่านั่งในการขับขี่ดูค่ะ หรือถ้าหากใครที่คิดว่า ท่านั่งในการขับรถของคุณถูกต้องอยู่แล้ว คุณก็ลองมาสำรวจดูหน่อยแล้วกันค่ะว่า จะถูกต้องจริงหรือไม่ ? ดังนี้
1. ความสูงของเบาะนั่ง
ปรับความสูงของเบาะนั่งให้สะโพกอยู่ในระดับเดียวกับเข่า หรือปรับให้สะโพกสูงเท่ากับเข่าเป็นอย่างน้อย จากนั้นก็ตรวจสอบให้แน่ใจค่ะว่า คุณสามารถมองเห็นถนน, หน้าปัดรถยนต์, กระจกมองหลัง รวมไปถึงกระจกข้างได้อย่างชัดเจนจากตำแหน่งที่พอดี โดยที่คุณไม่ต้องโน้มตัวไปด้านหน้าหรือด้านหลัง ซึ่งถ้าหากว่าคุณมองเห็นทุกส่วนได้ชัดเจนแล้ว นั่นก็ถือว่า อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วค่ะ
และถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่มีรูปร่างเล็ก คุณก็สามารถมองหาเบาะรองนั่งมาช่วยเสริมได้ค่ะ ซึ่งเบาะรองนั่งนอกจากจะช่วยเสริมในเรื่องของความสูงแล้ว มันก็ยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือน จากถนนได้ด้วยเช่นกันค่ะ นอกจากนี้แล้ว คุณก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจด้วยค่ะว่า ด้านหลังเข่าของคุณนั้นไม่สัมผัสกับปลายเบาะ ควรมีช่องว่างอย่างน้อยสองนิ้วระหว่างด้านหลังเข่าและที่นั่งค่ะ
2. ตำแหน่งของเบาะ
ตำแหน่งของเบาะที่เหมาะสม คือตำแหน่งที่คุณสามารถจับพวงมาลัยได้สะดวก โดยไม่รู้สึกฝืนธรรมชาติ และขาทั้งสองข้างของคุณสามารถเหยียบคันเร่ง เบรก หรือครัทช์ ได้ถนัด โดยที่หลังของคุณไม่เคลื่อนออกจากเบาะนั่ง จากนั้นก็ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณงอเข่าเพียงเล็กน้อย ประมาณ 20-30 องศา เพราะการเหยียดเข่าตรงเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวดเข่าได้ โดยตำแหน่งนี้เท้าของคุณควรที่จะผ่อนคลายที่สุด โดยให้ส้นเท้าอยู่บนพื้น และให้น้ำหนักที่ปลายเท้าสามารถกดแป้นเหยียบได้ และเท้าก็ควรเคลื่อนได้อย่างอิสระ เพื่อให้ควบคุมความเร็วและเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
3. การเอนของพนักพิง
การนั่งขับรถที่ถูกต้องนั้น คุณควรที่จะปรับให้พนักพิงเอียงเล็กน้อยค่ะ โดยตำแหน่งที่เหมาะสม ควรที่จะเอียงเป็นมุม 100 – 110 องศา เพราะมุมนี้สามารถช่วยลดแรงกดลงบนหลังส่วนล่างของคุณได้นั่นเองค่ะ
4. ใช้เบาะรองเพื่อให้การซัพพอร์ต
ในรถหลาย ๆ คัน อาจจะมีเบาะรองมาให้ เพื่อรองรับส่วนโค้งของแผ่นหลังได้เป็นอย่างดี แต่หากคุณไม่มีในส่วนที่ช่วยซัพพอร์ตตามที่กล่าวไป คุณสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยการใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ มาม้วน แล้วนำไปหนุนก่อนได้ค่ะ ซึ่งวิธีนี้จะเป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่รวดเร็ว ง่าย และคุณสามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามต้องการค่ะ แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาในระยะยาวเช่นกัน เนื่องจากสาเหตุหลักมาจากผ้าเช็ดตัวนั้นคลายตัวได้ง่าย ทั้งยังจะแบนราบ และเสียทรงทุกครั้งหลังจากที่ใช้งาน
หากว่าคุณต้องการการใช้งานในระยะยาวขอแนะนำเป็น เบาะรองหลังในรถ ก็จะดีที่สุดค่ะ อย่างที่ทุก ๆ คนได้เห็นกันไปแล้วว่าเบาะรองหลังนั้นมีอยู่หลากหลายขนาด หลายรูปทรง และมีการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในส่วนนี้คุณอาจจะจำเป็นต้องลองผิดลองถูก เพื่อค้นหาเบาะที่ให้การซัพพอร์ตแผ่นหลังที่เหมาะกับคุณที่สุดค่ะ
5. ตำแหน่งพนังพิงศีรษะ
สำหรับ ตำแหน่งของพนักพิงศีรษะ ตามหลักการแล้วควรปรับให้อยู่ในตำแหน่งตรงกลางศีรษะ ไม่สูง หรือต่ำมากจนเกินไป อีกทั้งศีรษะเองก็ไม่ควรจะห่างจากพนักพิงศีรษะมากเกินไป และก็ไม่ควรโน้มไปข้างหน้ามากเกินไปเช่นกันค่ะ แต่มันควรจะอยู่ในตำแหน่งกลาง ๆ ค่ะ
6. การปรับกระจก

เมื่อคุณนั่งในท่าที่ถูกต้องแล้ว สิ่งต่อมาก็คือ การปรับตำแหน่งของกระจก เพื่อให้ทัศนวิสัยทางด้านหลังดีที่สุด ซึ่งก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญทั้งสำหรับประสิทธิภาพการขับขี่ และท่าทางในการขับรถ หากว่าคุณยังมองเห็นกระจกได้ไม่ถนัด ไม่ว่าจะเป็น กระจกมองหลัง หรือกระจกมองข้าง ทั้ง ซ้าย และขวา ก็ให้พยายามปรับค้นหาตำแหน่งที่เหมาะสมค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมจัดท่านั่งให้ถูกต้องตามที่กล่าวไปข้างต้นก่อนนะคะ การปรับกระจกจะได้ไม่ผิดพลาด
7. ตำแหน่งของเข็มขัดนิรภัย
ส่วนใหญ่เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ทั่ว ๆ ไป จะเป็นเข็มขัดนิรภัย แบบยึด 3 จุด ซึ่งจะถือเป็นรูปแบบมาตรฐาน โดยมีลักษณะพาดเฉียงผ่านไหล่ หน้าอก และมีส่วนที่รัดในช่วงเอวด้วยเช่นกัน ซึ่งการใช้งานเข็มขัดนิรภัยควรที่จะใช้มือฝั่งตรงข้ามค่อย ๆ ดึงสายเข็มขัดนิรภัยและนำไปยึดกับตัวล็อก จากนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจค่ะว่า สายเข็มขัดนั้นควรที่จะพาดผ่านกระดูกเชิงกราน ไม่ใช่ท้องและอวัยวะภายในของคุณ เพราะถ้าหากเข็มขัดคาดตรงช่วยท้องก็จะทำให้เกิดอันตรายได้หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และนี่ก็ยังถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรทราบ ส่วนเข็มขัดนิรภัยส่วนบนควรคาดไว้เหนือกระดูกไหปลาร้า และกระดูกสันอก ไม่ใช่คอหรือไหล่ และไม่ควรอยู่ใต้วงแขนด้วยค่ะ
8. ตำแหน่งพวงมาลัยและแขน
ระยะห่างในการจับพวงมาลัยที่พอดี และควรจับพวงมาลัยได้ในอย่างถนัดมือ ตำแหน่งท่าเตรียมนั้นคุณควรนั่งโดยให้หัวไหล่กดเอนพิงเก้าอี้และแขนตรง ข้อมือของคุณควรงอเหนือขอบพวงมาลัยได้ แต่เมื่อเริ่มขับรถจริง ๆ แขนของคุณควรงอประมาณ 120 องศา ถึงจะถือว่าพอดีค่ะ
9. การจับพวงมาลัย
ความสูงของพวงมาลัยควรช่วยให้คุณมองเห็นแผงหน้าปัดได้อย่างชัดเจน ซึ่งการจับพวงมาลัยควรให้ฝ่ามือต่ำกว่าไหล่ของคุณก่อน ตำแหน่งของการจับส่วนใหญ่จะจับอยู่ในตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา และการจับพวงมาลัยควรที่จะจับโดยใช้มือทั้งสองข้าง เนื่องจากการบังคับด้วยมือข้างเดียว จะทำให้ไหล่ข้างนั้นทำงานหนักเกินไป และทำให้การควบคุมทิศทางยากขึ้น
สำหรับในวันนี้เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อน ๆ ทุกคน คงจะเต็มอิ่มกันอย่างเต็มที่ สำหรับข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ เบาะรองหลังในรถ ทั้ง วิธีการเลือกซื้อเบาะรองหลัง, การรีวิวสินค้า และรวมไปถึงเคล็ดลับดี ๆ เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนท่านั่งที่ถูกต้องในการขับรถยนต์กันไปแล้ว ทางผู้เขียนก็หวังว่า เนื้อหาสาระที่ได้ให้ไป มันจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน ไม่มากก็น้อยนะคะ และก็อย่าลืมนำไปปรับใช้ในการขับรถกันด้วยนะคะ ซึ่งแน่นอนค่ะว่า อาการปวดหลังเรื้อรังอาจจะไม่ได้หายขาดแค่เพียงพริบตาเดียว แต่อาจจะต้องใช้เวลา และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหลาย ๆ อย่าง ในการใช้ชีวิตตลอดจนรูปแบบการทำงานด้วยเช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย วัยรุ่น วัยทำงาน หรือวัยไหน ๆ ก็อย่าลืมนะคะว่า เรื่องสุขภาพ นั้น เป็นลิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นแล้วอย่าคิดที่จะละเลยเรื่องพวกนี้ไปเด็ดขาด ถ้าหากว่ามีสัญญาณเตือนที่ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพเมื่อไหร่ คุณก็ต้องรีบไปปรีกษาแพทย์หรือผู้ที่มีความรู้เฉพาะทาง เพื่อที่จะได้เร่งหาแนวทางแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีนะคะ
และสุดท้ายก่อนที่จะจบบทความนี้เราก็อยากจะฝากถึงเพื่อน ๆ ที่สนใจอุปกรณ์เพื่อการผ่อนคลายที่บ้าน ซึ่งทางเว็บไซต์ของเราก็ได้มีรีวิวในส่วนนี้ด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องนวดไฟฟ้า, เครื่องนวดมือถือแบบพกพา, เครื่องนวดเท้า, เก้าอี้นวดไฟฟ้า รวมไปถึงยานวดคลายเส้นหรือแม้แต่น้ำมันนวดตัว เราก็ได้มีการคัดเลือกยี่ห้อที่ดีที่สุดไว้ให้คุณได้เลือกไปใช้งาน พร้อมทั้งมีวิธีการเลือกซื้อ รวมไปถึงเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ มานำเสนอกันด้วย ดังนั้นหากคุณสนใจก็สามารถกดเข้าไปเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนได้นะคะ สำหรับวันนี้เราก็ขอตัวลากันไปก่อนแล้วมาเจอกันใหม่ในบทความหน้านะคะทุกคน 🙂
References