วิธี เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม [อัปเดต ธ.ค. 63]

เงื่อนไขการเปลี่ยนสถานพยาบาล ประกันสังคม

  • คุณสามารถเปลี่ยนได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยให้ดำเนินการในช่วงเวลาวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของทุกปี
  • ต้องเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือ 39
  • เป็นผู้กันตนที่จ่ายเงินสมทบ ไม่น้อยกว่า 3 เดือน (ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการทางการแพทย์)
  • กรณีที่หมดความเป็นผู้ประกันตนไปแล้ว คุณสามารถใช้สิทธิต่อไปได้อีก 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสภาพ

สรุปเปลี่ยนสถานพยาบาล ในโครงการประกันสังคม ประจำปี 2564

  • เริ่มเปลี่ยนได้ตั้งแต่ 16 ธันวาคม 2563 ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2564
  • การเปลี่ยนระหว่างปี กรณีย้ายที่อยู่ใหม่ หรือย้ายที่ทำงาน ต้องยื่นเรื่องภายในระยะเวลา 30 วัน ตั้งแต่เริ่มย้าย

ผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ด้วยตัวเองผ่าน 3 ช่องทาง

  1. สำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่ / สำนักงานประกันสังคมจังหวัด
  2. ผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect
  3. ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th

สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่เคยเปลี่ยนสถานพยาบาล

  • คุณสามารถใช้สิทธิ์ได้สถานพยาบาลเดิมที่คุณลงทะเบียนไว้จนกว่าจะสิ้นสุดความเป็นผู้ประกัน
  • หากพ้นสภาพความเป็นผู้ประกันแล้วสามารถใช้สิทธิ์ต่อไปได้อีก 6 เดือนนะคะ

เอกสารสำหรับขอเปลี่ยนสถานพยาบาล ประกันสังคม

  • กรอกแบบขอบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล สปส. 9-02 (ดาวน์โหลด PDF ได้ที่นี่)
  • บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลของประกันสังคมอันเก่า
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • กรณีย้ายที่อยู่จะต้องมีหลักฐานการย้ายที่อยู่

หมายเหตุ : การเปลี่ยนสถานพยาบาล ผ่านระบบออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารค่ะ คุณสามารถเปลี่ยนได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ




เปลี่ยนสถานพยาบาล ประกันสังคม ได้ที่ไหนบ้าง

  • สำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่ / สำนักงานประกันสังคมจังหวัด
  • ทำเรื่องผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect ทั้งระบบ Android และ IOS โดยเริ่มจากเข้าสู่ระบบก่อน แล้วเลือก “เปลี่ยนโรงพยาบาล” จากนั้นเลือกเลือกสาเหตุที่ต้องการเปลี่ยน แล้วเปลี่ยนโรงพยาบาลใหม่ที่คุณต้องการ กดยอมรับ และกดบันทึกเป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ
  • ทำเรื่องเปลี่ยนโรงพยาบาลผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th โดยทำการ login ก่อน แล้วเลือกที่ผู้ประกันตน
กด ผู้ประกันตน

จากนั้นเลือกที่ “ยื่นแบบขอเปลี่ยนสถานพยาบาล”

และกดเลือกเหตุผลที่คุณต้องการเปลี่ยนสถานพยาบาล จากนั้นเลือกสถานพยาบาลใหม่ที่คุณต้องการ และกดยอมรับเงื่อนไข จากนั้นกด “บันทึก”

สำหรับคนที่ยังไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ขั้นตอนไม่ยุงยากเลยค่ะ ให้คุณไปที่ www.sso.go.th/wpr/ จากนั้นกด “เข้าสู่ระบบผู้ประกันตน/สมัครสมาชิก”  ที่มุมบนขวามือ

กดที่ “สมัครสมาชิก”

จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ และรอรับรหัส OTP จากเบอร์โทรศัพท์ที่คุณกรอกไปตอนแรก เพื่อยืนยันตัว

กรอกข้อมูลส่วนตัวสำหรับสมัครสมาชิก

เงื่อนไขการเลือกสถานพยาบาล ประกันสังคม

  • สถานพยาบาลประกันสังคมต้องอยู่ในเขตจังหวัด (รวมถึงเขตรอยต่อจังหวัด) ที่คุณอยู่อาศัยหรือทำงาน

เปลี่ยนสถานพยาบาล กรณีย้ายที่อยู่ใหม่ หรือย้ายที่ทำงาน

  • การเปลี่ยนสถานพยาบาลระหว่างปี อาทิเช่น คุณจำเป็นต้องย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน ซึ่งคุณจะต้องเปลี่ยนสถานพยาบาลประกันสังคมด้วย แต่มันเป็นช่วงที่เกิน วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม คุณสามารถเปลี่ยนได้ค่ะ แต่ต้องยื่นเรื่องภายในระยะเวลา 30 วัน แต่ตั้งวันที่คุณเริ่มย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน โดยคุณสามารถเลือกสถานพยาบาลได้เพียง 1 แห่ง แต่สามารถสำรองได้ 2 แห่ง
  • หากการเปลี่ยนสถานพยาบาลโดยคุณไม่ได้เป็นคนเลือกเอง สำนักงานประกันสังคมจะตรวจสอบก่อน แล้วจะพิจารณาว่าเปลี่ยนได้หรือไม่

การเลือก/เปลี่ยนสถานพยาบาล ขณะที่คุณเป็นผู้ป่วยใน

หากคุณกำลังเป็นผู้ป่วยในที่รักษากับทางโรงพยาบาลอยู่ สำนักงานประกันสังคมไม่สามารถออกบัตรรับรองสิทธิประกันสังคมให้ได้หรือไม่สามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ให้ได้นะคะ ดังนั้นคุณจะต้องให้สิ้นสุดการรักษาครั้งนี้ก่อน จึงสามารถดำเรื่องได้ค่ะ แต่ทางประกันสังคมจะมีการจ่ายค่าบริการหรือค่ารักษาให้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้




เปลี่ยนสถาพยาบาลแล้ว ใช้สิทธิบริการโรงพยาบาลใหม่ ได้เมื่อไร

หากผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) มายื่นเรื่องเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ในวันที่ 1-15 ของทุกเดือน ทางเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกสถานพยาบาลใหม่ให้ทันที่ โดยจะมีผลใช้บัตรรับรองสิทธิประกันสังคมนี้ได้ภายในวันที่ 16 ของเดือนที่เข้ามายื่นเรื่อง แต่หากผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) เข้ามายื่นเรื่องในวันที่ 16-สิ้นเดือน คุณจะสามารถใช้บริการในสถานพยาบาลใหม่ได้ภายในวันที่ 1 ของถัดไปที่ยื่นเรื่อง

ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรบ้างในประกันสังคม คุณสามารถเข้าไปตรวจสอบสิทธิ์ของคุณได้จากบทความที่เราได้เคยเขียนไว้ “เช็คสิทธิประโยชน์ของ ประกันสังคม แต่ละมาตรา (มาตรา 33, 39 และ 40)” ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก, การขอเงินสงเคราะห์บุตรสำหรับแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนจนเด็กอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ (คนละตัวกับเงินอุดหนุนบุตร), เบิกเงินค่าคลอดบุตรที่เป็นเงินสำหรับเบิกค่าคลอดและและสิทธิการลาคลอด, การเบิกค่าทำฟันหรือเบิกค่ารักษาพยาบาลกับประกันสังคม รวมถึงกรณีที่คุณตกงานหรือว่างงานคุณก็สามารถขอรับเงินชดเชยได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิ์ที่คุณควรจะได้รับหากคุณมีการส่งเงินสมทบมาตลอด โดยคุณสามารถเข้าไปตรวจสอบเงินสะสมประกันสังคมด้วยระบบออนไลน์ก็ได้ค่ะ

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkhla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Next Post