สรุปประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ประเด็นควบคุมโรคโควิด 19

Update: พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ วันที่ 26 พฤษภาคม 2563

ขยายระยะเวลาการการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปจนถึงสิ้นเดือน มิถุนายน 2563 โดยคาดว่าจะปรับเปลี่ยนเวลาเคอร์ฟิวลดลงจากเดิม 23.00 – 04.00 น. ไปเป็น 24.00 – 04.00 น. ทั้งนี้จะมีการประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 29 พฤษภาคม และจะประกาศให้ทราบทั่วกันในวันที่ 30 พฤษภาคม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 1 มิถุนายน

ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ใจความสำคัญคือต้องการให้ประชาชนกักตัวอยู่ที่บ้านหรือที่พักอาศัย หลีกเลี่ยงการออกมาสถานที่แออัด หรือควรรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อ ทั้งยังขอความร่วมมือให้ประชาชนรู้จักป้องกันตัวเองจากไวรัสโคโรน่าขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่จำเป็นต้องออกไปนอกที่พักอาศัย

1 ห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ห้ามไม่ให้ประชาชนไปยังพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อโคโรน่าไวรัส หรือ โรคโควิด-19 ตามในมติคณะรัฐมนตรีของวันที่ 17 มีนาคม 2563

2 ปิดการให้บริการสถานที่เสี่ยง ที่มีคนจำนวนมาก

ปิดการให้บริการสถานที่เสี่ยงติดเชื้อหรือเสี่ยงต้อการแพร่กระจายเชื้อ หรือสถานที่ที่มีผู้คนแอออัดจำนวนมาก

  • สถานที่ที่ต้องปิดสำหรับทุกจังหวัด: สนามมวย สนามกีฬา สนามเด็กเล่น สนามแข่งขัน สนามม้า
  • สถานที่ที่ต้องปิดสำหรับ กทม. และปริมณฑล (ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร): ผับ สถานบริการ สถานบันเทิง สถานที่จัดมหรสพ สถานที่มีการแสดง หรือการแสดงสาธารณะ สถานประกอบการ (ประเภทท อาบ-อบ-นวด นวดแผนโบราณ และสปาปา) สถานที่ออกกำลังกายพวกฟิตเนส

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ห้าง ตลาด พิพิธภัณฑสถาน ห้องสมุด ศาสนสถาน สถานีขนส่ง จะพิจารณาตามความเหมาะสม ของแต่ละพื้นที่

3 ปิดการเข้าประเทศ

ปิดการใช้ยานพาหนะเข้าประเทศทั้งทางบก อากาศ และทางน้ำ โดยยกเว้นสำหรัยผู้มีเหตุจำเป็นดังนี้

  • ผู้ขนส่งสินค้า
  • เจ้าหน้าที่หรือผู้ควบคุมยานพาหนะ ที่มีภารกิจและกําหนดเวลาเดินทาง ที่ออกชัดเจน 
  • บุคคลที่อยู่ในหน่วยงานระหว่างประเทศ อาทิเช่น คณะทูต คณะกงสุล ผู้แทนรัฐบาล
  • บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ
  • สำหรับผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีใบอนุญาตจากทางราชการ
  • ผู้ที่มีสัญชาติไทย และความจำเป็นต้องติดต่อหน่วยงานระหว่างประเทศ
  • ผู้ที่มีใบรับรองแพทย์ยืนยัน ว่าให้เดินทางได้ โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง

4 ห้ามกักตุนสินค้า 

ห้ามกักตุนสินค้าประเภท ยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม และสินค้าอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

5 ห้ามชุมชุน

ห้ามชุมชุน หรือทำกิจกรรมมั่วสุมในสถานที่แออัด หรือเป็นเหตุการณ์ที่อาจจะก่อให้เกิดความไม่สงบ

6 ห้ามเสนอข่าวเท็จ

ห้ามเสนอข่าวเท็จเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่าหรือโรคโควิด-19 ซึ่งข่าวที่ทำให้เข้าใจผิด ตั้งใจบิดเบือนข่าว หรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก หวาดกลัว

7 การเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด

ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัด หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง จะต้องผ่านการคัดกรองตามมาตรการของทางรัฐ

8 การจัดกิจกกรรมหรือประเพณี

การจัดกิจกกรรมหรือประเพณีบางอย่าง อาทิเช่น พิธีมงคลสมรส บำเพ็ญกุศล ไหว้บรรพบุรุษ หรือกิจกรรมภายในครอบครัว ยังคงจัดได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค

มาตรการป้องกันโรค

ผู้ที่มีความเสี่ยงที่ไม่ควรออกจากบ้าน

  1. ผู้ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป
  2. เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปีลงมา
  3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิเช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ

ปล. บุคคลทั้ง 3 กลุ่มนี้สามารถออกจากบ้านในกรณีที่มีความจำเป็นต้องไปพบแพทย์ ขึ้นศาล จำเป็นต้องทำทําธุรกรรมเกี่ยวกับการเงิน ไปรษณีย์ ขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้า ซื้อของใช้ ยา หรือ อาหาร เป็นต้น

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Next Post