สุขภาพจิต กับโควิด 19: วิธีจัดการกับความเครียดในช่วงที่โรค COVID-19 กำลังระบาด

การระบาดของโรค COVID-19 นั้นได้สร้างความตึงเครียด วิตกกังวล ความหวาดกลัว ให้แก่ผู้คน จนอาจส่งผลให้อารมณ์เสียบ่อย ๆ แน่นอนว่าทุกคนต่างก็ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดแตกต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณ หากคุณต้องอาศัยหรือทำงานในพื้นที่เสี่ยงก็จะมีความเครียดมากกว่าผู้คนทั่วไป

คนที่มีโน้มแนวจะเกิดอาการเครียดหรือวิตกกังวล

  • ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคป่วยประจำตัว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการติดโรค COVID-19
  • ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วย อาทิเช่น พยาบาล ผู้ช่วยแพทย์ ผู้ให้บริการด้านสุขภาพหรือสาธารณสุข
  • ผู้ที่มีอาการ Panic ตื่นตระหนกและวิตกกังวลง่ายอยู่แล้ว รวมถึงผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต

สิ่งที่ควรทำหากเกิดความเครียดมากเกินไป

เมื่อคุณมีความเครียดที่เกิดจากการกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ และของคนที่คุณรัก ว่าจะจะติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่ และเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในชีวิตประจำวัน จนทำให้คุณปรับตัวไม่ทัน อาจทำให้คุณนอนหลับยาก ไม่มีสมาธิในการงาน ทานอาหารให้น้อยลงอีกด้วย ดังนั้นจึงต้องพยายามหยุดความเครียดโดยการ

  • หยุดเสพข่าวที่เกี่ยวกับโรค COVID-19 ไม่ว่าจะเป็นการอ่านข่าว ฟังข่าว รวมถึงข่าวจาก Social Media อื่น ๆ ที่อาจจะเป็นข่าวปลอม ข่าวสร้างกระแส ซึ่งทำให้คุณยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากกว่าเดิม
  • พยายามดูแลสุขภาพร่างกายของคุณ โดยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์รวมถึงทานวิตามินเสริม ที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณสร้างภูมิต้านทานที่แข็งแรง หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้การฝึกทำสมาธิหายใจเข้า – ออก ให้ลึก ๆ หรือการนั่งสมาธิ สวดมนต์ก่อนเข้านอน ก็จะช่วยให้คุณสงบขึ้น
  • ลองหากิจกรรมยามว่างอย่างอื่นทำ อาจจะเป็นสิ่งที่คุณชอบทำเป็นงานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ดูละคร/ซีรีย์ ออกกำลังกายในบ้าน ฝึกเล่นดนตรี/ร้องเพลง ปลูกผัก/ดอกไม้รอบๆ บ้าน ทำอาหารเมนูใหม่ๆ หรือพยายามชวนคนอื่นพูดคุยกันในเรื่องที่น่าสนใจเรื่องอื่น ๆ เพื่อลดความเครียดจากข่าวโรค COVID-19
  • หากคุณมีความเครียดมากเกินไป จนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ ให้ติดต่อยังหน่วยงานในกรมสุขภาพจิต หรือคลินิกจิตแพทย์แถวบ้าน เพื่อที่จะได้ช่วยคุณแก้ปัญหาให้ตรงจุด

ทำความเข้าใจและรู้เรียนวิธีป้องกันโรค COVID-19

  • การแบ่งปันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรค COVID-19 ให้กับตัวเองและคนที่รัก รวมถึงการทำความเข้าใจกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ศึกษาวิธีป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสโคโรน่าขั้นพื้นฐาน เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคให้น้อยลง อาทิเช่น
  • สวมหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากาก N95 ทุกครั้งที่ไปยังสถานที่แออัด หากคุณไม่ได้ป่วยคุณสามมรถใช้หน้ากากผ้าฝ้ายมัสลิน-ผ้าสาลูในการป้องกันละอองฝอยจากการไอหรือจามของผู้ป่วยติดเชื้อได้
  • หมั่นล้างมือให้สะอาด โดยล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำก๊อกและสบู่เหลวที่จะช่วยให้เราขัดมือ-ถูมือไปด้วย อย่าลืมถูตามนิ้วมือ และซอกเล็บ ขัดมือ อย่างน้อย 20 วินาที อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการล้างมืออย่างไรให้ปราศจากเชื้อโรค
  • พกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, แอลกอฮอล์สเปรย์ หรือแม้แต่แผ่นฆ่าเชื้อ ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70-75% ติดตัวตลอด ขณะที่ออกไปข้างนอกบ้าน ในยามที่จำเป็นต้องจับหรือสัมผัสพื้นผิวที่คิดว่ามีความเสี่ยงของการสะสมเชื้อโรค
  • คุณสามารถเรียนรู้วิธีรับมือจากโรค COVID-19 ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน

รับมือกับความเครียดจากโรค COVID-19 สำหรับผู้ปกครอง

เด็ก ๆ มักจะมีการตอบสนองจากสิ่งที่พวกเขาเห็น อย่างเช่น พฤติกรรมของผู้ใหญ่ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเป็นต้น หากพ่อแม่มีการรับมือการโรค COVID-19 อย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก ก็จะส่งผลให้ลูก ๆ คุณรู้สึกปลอดภัยและไม่รู้สึกหวาดกลัวจนเกินกว่าเหตุ ทั้งยังสร้างความมั่นใจและเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูก ๆ ให้รู้จักรับมือและเตรียมพร้อมกับปัญหาต่าง ๆ อย่างมีสติอีกด้วย โดยเราต้องลดผลกระทบในด้านลบที่มีต่อเด็ก ๆ การอธิบายข้อเท็จจริงให้พวกเขาทราบ พูดคุยเกี่ยวกับข่าวสาร ๆ กับพวกเขา โดยที่ไม่ทำให้พวกเขาตื่นตระหนกเกินไป

รับมือกับความเครียดจากโรค COVID-19 สำหรับผู้ปกครอง

1. สังเกตว่าเด็กมีอาการเครียดหรือไม่

แน่นอนว่าเด็กทุกคนนั้นมีวิธีการแสดงออกเกี่ยวกับความเครียดที่แตกต่างกัน ซึ่งเราจะต้องสังเกตอาการหรือพฤติกรรมของเด็ก ๆ กันเอาเองว่าเข้าข่ายมีความเครียดแล้วรึยัง

  • ร้องไห้บ่อยขึ้น
  • มีกังวลหรือโศกเศร้ามากเกินไป
  • พฤติกรรมการกินหรือการนอนที่เปลี่ยนไป เช่น กินข้าวได้น้อยลง หรือนอนหลับยากขึ้น
  • มีอารมณ์หงุดหงิดและใจร้อน บางครั้งอารณ์นี้ก็เป็นการแสดงออกของวัยรุ่น ดังนั้นต้องสังเกตให้ดี ๆ และพยายามแยกให้ออกว่าเกิดจากความเครียดหรือฮอร์โมน
  • มีปฏิกิริยาโต้ตอบเกี่ยวกับโรงเรียนที่ไม่ดีนัก หรืออาจจะแสดงออกว่าไม่อยากไปโรงเรียน
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่เคยชอบ

2. วิธีลดความเครียดแก่เด็ก ๆ

  • หาเวลาพูดคุยอธิบายเกี่ยวกับโรคระบาด COVID-19 โดยให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในการถาม-ตอบด้วย เพื่อเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ๆ เราจะได้รู้ว่าเด็ก ๆ มีความเครียดจากโรค COVID-19 มากน้อยเพียงใด และพยายามพูดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ ในแบบฉบับของเด็ก ๆ หรือเด็กวัยรุ่น
  • สร้างความมั่นใจแก่ลูกของคุณเกี่ยวกับความปลอดภัย บอกให้เด็ก ๆ ทราบว่าหากเราเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเอง ก็จะลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • นอกจากนี้ควรให้เด็ก ๆ สามารถแสดงความวังวลออกบ้าง เพื่อให้เค้ารู้สึกผ่อนคลาย และบอกกับเด็ก ๆ ไปว่ามันไม่แปลกหากเราจะรู้สึกตื่นตัว แต่เราจะต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ และไม่หวาดกลัวจนเกินไป สิ่งเหล่านี้จะเป็นการลดความเครียดได้ดี เมื่อพวกเขาได้ปลอดปล่อยความรู้สึกออกมาบ้าง
  • พยายามลดการเสพข่าวจาก social media ภายในครอบครัว โดยเฉพาะเด็ก ๆ เพราะมีโอกาศที่จะเสพข่าวที่ผิดเพื้ยนหรือสร้างกระแสมากกว่าข่าวจริง หรือถึงจะเป็นข่าวบางครั้งพวกเขาก็ยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจกับใจความในเนื้อหาของข่าวนั้น ๆ
  • พยายามอัปเดตข่าวสารภายในชุมชน หากโรงเรียนของลูกคุณจะประกาศปิดชั่วคราว คุณต้องมีแผนรับมือเตรียมหากิจกรรมยามว่างให้เด็ก ๆ ทำระว่างที่อยู่บ้าน เพื่อเลี่ยงการออกไปข้างนอกที่เสี่ยงจะติดโรค COVID-19
  • อย่าลืมเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กดู ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกาย การทานอาหารให้ครบทุกมื้อและทานอาหารที่มีประโยชน์ ที่สำคัญต้องหมั่นติดต่อกับญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของสมาชิกในครอบด้วย

รับมือกับความเครียดจากโรค COVID-19 สำหรับคนที่อยู่บ้าน

รัฐบาลให้คำแนะนำแก่ประชาชนให้หลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่ผู้คนแออัด หรือหลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้คน นั่นหมายความว่าเราจะใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น และการพบปะกับเพื่อนฝูงในช่วงนี้ก็จะถูกเลื่อนออกไป โดยให้สื่อสารติดต่อกันผ่าน Social Media แทน

สำหรับใครที่ยังต้องทำงานอยู่บ้าน ก็อาจจะไม่รู้สึกเครียดมากเท่าไหร่ เพราะถึงจะอยู่บ้านแต่ก็ยังมีงานมีหน้าที่ที่ต้องทำ แต่สำหรับใครที่โดนบริษัทพักงาน ขั้นเลวร้ายสุดคือโดนไล่ออกจากงานนั้น คุณจำต้องหากิจกรรมยามว่างอย่างอื่นทำไปก่อน

รับมือกับความเครียดจากโรค COVID-19 สำหรับคนที่อยู่บ้าน: ฝึกทำอาหาร

อาจจะเป็นการฝึกทำขนมหรืออาหารต่าง ที่ปัจจุบันนี้มีทั้ง เตาอบไฟฟ้า หม้ออัดแรงดันไฟฟ้า หม้อตุ๋นไฟฟ้า เครื่องซูวี เครื่องทำไอศครีม เครื่องทําน้ำแข็งใส บิงซู หม้อนึ่งไฟฟ้า ที่ให้คุณได้ฝึกทำทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน เมื่อหมดโรคระบาด สิ่งเหล่าอาจจะสร้างรายได้ให้คุณในอนาคต และที่สำคัญเพื่อไม่ให้ตอนนี้คุณเครียดไปกว่าเดิม

หากใครไม่ชอบทำอาหาร ก็ลองเป็นการกีฬาที่เน้นอยู่ในบ้าน อาทิเช่นการต่อยมวยที่ต้องมีทั้งกระสอบทรายและนวมสำหรับต่อย เป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ภายในบ้านง่าย ๆ หรือจะเป็นการเล่นโยคะที่ใช้เพียงแค่เสื่อโยคะเท่านั้น แบดมินตันสำหรับมือสมัครเล่นก็ดูจะเป็นไอเดียที่เข้าท่า หรือจะเป็นจักรยานออกกำลังกายในบ้าน ที่ต่างก็ได้ทั้งลดความเครียดและสุขภาพที่แข็งแรงกลับมา

ขอบคุณข้อมูลจาก cdc.gov และ mentalhealth.org.uk

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Next Post