กำลังจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุข

ถ้าจะให้พูดถึงการเป็นพ่อคนแม่คนแล้วล่ะก็ ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับมนุษย์พ่อและแม่ในปัจจุบัน เพราะไหนจะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ซึ่งพ่อแม่บางคนเองก็ไม่ได้แค่ทำงานแค่งานเดียว บางคนต้องขยันขันแข็งทำงานกัน 2-3 งานก็มี เนื่องจากค่าใช้จ่ายของลูก ๆ เช่นค่าเทอม, ค่าอาหารการกิน, ค่าเสื้อผ้า, ค่าเรียนพิเศษ หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายที่ต้องการซื้อ “คุณภาพชีวิต” ให้กับลูกมันเยอะแยะมากมายเหลือเกิน

บอกเลยนะคะว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในยุคที่หันไปทางไหน จะจับต้องอะไร ทุกอย่างก็เป็นค่าใช้จ่ายไปซะหมด นี่ขนาดบางครอบครัว ทำงานหนักทั้งพ่อและแม่ ก็ยังมีความกังวลทางการเงินไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องเผชิญปัญหาหลาย ๆ อย่างตามลำพัง คงไม่ต้องบอกนะคะ ว่าความเครียด ความกังวลใจในปัญหาการเงิน การจัดการเวลา ความวิตกกังวล หรือ ความเหงา ที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันรู้ตัวของคุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดียวซึ่งต้องแบกรับภาระทั้งหมดนี้ไว้กับตัวเอง เข้าใจเลยค่ะว่า คุณจะต้องใช้ทั้งความอดทนและต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้มากมายแค่ไหน

วิธีเลี้ยงลูกในช่วง COVID-19 สำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว

ในช่วงของวิกฤติโลกอย่างโควิด-19 ที่ถือเป็นความท้าทายสุด ๆ สำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวและลูก ๆ เพราะไม่เพียงแต่รายได้ทางเดียวที่คุณกำลังทำอยู่จะหายไป พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวบางคนก็ต้องมาสะดุดแบบติดลบกัน รายได้ไม่มีซักทางว่าหนักใจแล้ว แต่รายจ่ายที่มีมาตลอด ไม่หยุดหย่อน มันน่าหนักใจกว่า อีกทั้งการแพร่กระจายของไวรัสในครั้งนี้ยังสร้างแรงกดดันอย่างมากให้กับพ่อแม่เลี้ยงเดียว เนื่องจากการปิดโรงเรียนและสถานเลี้ยงดูเด็กในบางแห่ง ทำให้เด็ก ๆ ต้องเรียนหนังสือออนไลน์ หากเป็นเด็กโตหน่อยก็คงจะไม่ลำบากมากนัก แต่หากเป็นเด็กเล็ก ๆ ถือเป็นลิ่งที่ท้าทายและนำพาความหนักใจให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะคุณจะต้องดูแลลูก ๆ ไปพร้อม ๆ กับการอธิบายถึงร้ายภัยจากโควิดให้เด็ก ๆ เข้าใจและไม่เกิดความหวาดกลัว บางคนอาจจะต้องหากิจกรรมที่ทำร่วมกับเด็ก ๆ ที่บ้าน ในระหว่างช่วงโควิด เพื่อไม่ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกเบื่อจนเกินไป และคุณยังต้องเตรียมตัวหาวิธีรับมือเมื่อลูกต้องไปโรงเรียนในสถานการณ์โควิดอีก เพราะต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยโควิดในสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด

ถ้างั้นคุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนไหนที่ต้องการเอาชนะสิ่งที่ท้าทายเหล่านี้แล้วล่ะก็…มาเริ่มต้นจากการจัดระเบียบ เพื่อกำจัดความท้าทายโดยเฉพาะทางการเงินของการเลี้ยงลูก ๆ กันค่ะ เพราะเรื่องการเงินถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการดูแลลูก การเลี้ยงดูลูกด้วยรายได้ทางเดียว หรือคนเดียว ถือเป็นเรื่องท้าทายมาก ๆ หากเรื่องของการเงินที่ไม่รัดกุมและไม่มีการวางแผนแล้วล่ะก็ การจัดสรรในเรื่องของค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็จะเกิดผลกระทบกันเป็นโดมิโนเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นคุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจึงควรจัดหาเวลามาศึกษาเรียนรู้วิธีการจัดการ การปรับตัวและทำให้ตัวมีความสุขในเวลาเดียวกัน ซึ่งนั่นก็จะช่วยคลี่คลายปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ ถึงแม้ในบางครั้งบางคราว คุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือไม่ว่าจะจากครอบครัวก็ดี หรือจากเพื่อนก็ดี ก็อย่ากลัวที่จะเอ่ยปากนะคะ เพราะนั่นคือแรงสนับสนุนและกำลังใจที่ดีให้กับคุณเลยล่ะค่ะ

แล้วการค้นหาแรงสนับสนุนในฐานะคุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้น จะไปหาได้จากที่ไหนคะ? ไม่ยากเลยค่ะ คุณสามารถทำได้ อาทิเช่น (1)

  • คุณอาจต้องยอมรับความช่วยเหลือจากญาติและเพื่อนที่เต็มใจให้คุณได้ยืมเวลาของพวกเขาบ้างนะคะ เช่น ขอฝากลูกหลังเวลาเลิกเรียน เป็นต้น
  • การแลกเปลี่ยน” กับญาติ ๆ หรือ เพื่อน ๆ คนอื่นนั้นถือเป็นแรงสนับสนุนที่ดีเลยค่ะ เพราะบางครั้งที่เราติดธุระหรือมีเหตุฉุกเฉิน การมีข้อตกลงกันในการช่วยดูแลลูก ๆ ของกันและกัน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ นะคะ น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า วันนี้เราดูแลให้ อีกวันเขาดูแลให้ ถ้าเป็นในรูปแบบนี้ ก็จะทำให้คุณรู้สึกไม่อึดอัดใจหากต้องขอความช่วยเหลือด้วยค่ะ
  • แนะนำให้คุณลองมองหาญาติ ๆ หรือ เพื่อน ๆ ที่คุณสามารถไว้ใจได้ และขอให้พวกเขาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกของคุณในทุกวันตอนเย็น สักไม่กี่ชั่วโมง คุณจะได้มีเวลาเพิ่มขึ้น เพื่ออาจจะไปหารายได้เพิ่ม หรือ ทำโอทีที่ทำงาน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีใช่มั้ยล่ะคะ?
  • ถามญาติ ๆ หรือ เพื่อน ๆ ดูค่ะว่า…พวกเขายินดีที่จะให้ลูกของคุณสามารถพักค้างคืนที่บ้านของพวกเขาได้ในบางครั้งหรือไม่ เพื่อคุณจะได้มีเวลาให้ตัวเองบ้าง




นอกจากนี้ ก็ยังมีบางครอบครัวที่อยู่ในสถานะที่คุณพ่อหรือคุณแม่ยังช่วยกันเลี้ยงดูลูกร่วมกันแต่อาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะคุณพ่อหรือคุณแม่ที่รู้สึกว่าการอยู่ร่วมกัน เลี้ยงลูกด้วยกัน เจอหน้ากันปุ๊บ ก็อาจจะทำให้รู้สึกโกรธ เจ็บปวด หรือ อึดอึดใจ อีกทั้งยังทะเลาะกัน ใช้ความรุนแรงที่อาจไม่เหมาะสมต่อลูกของคุณ สิ่งเหล่านี้อาจจะส่งผลต่อความรู้สึกของลูกคุณเองนะคะ โดยปกติแล้ว ลูก ๆ ก็ควรจะได้พบทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นประจำ ถึงแม้ว่าคุณจะเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ หรือ มีครอบครัวใหม่ไปแล้วก็ตาม (1) ซึ่งในตอนแรก ๆ คุณอาจจะพบว่ามีอะไรบางอย่างในเรื่องของความประพฤติของลูกที่แตกต่างออกไป หรือในบางครั้ง ลูกอาจจะทำตัวไม่ดีบ้างเมื่อพวกเขากลับมาบ้านหลังจากไปพบหรือไปเยี่ยมอีกฝั่งมา การเอาใจใส่โดยการพูดคุยกับลูกก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่อาจทำให้คุณรู้ว่าลูกของคุณรู้สึกไม่พอใจ หรือ สับสนอะไรบ้างมั้ยในสถานการณ์ที่ต้องไปเจอบ้านนั้นที กลับมาอยู่อีกบ้านนี้ที และนั่นจะทำให้คุณสามารถอธิบายและหาเหตุผลมาประกอบเพื่อลูกจะได้เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ค่ะ แต่หากคุณไม่คิดว่ามีบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้นหลังจากลูกได้พบและเยี่ยมอีกฝั่งนึงแล้ว วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การทำให้พวกเขามั่นใจและสร้างความเชื่อมั่นว่าลูกจะได้รับการเลี้ยงดูและเอาใจใส่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในท้ายที่สุด ลูกของคุณก็จะเรียนรู้ในสถานการณ์ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาจะต้องอยู่กับคุณ เมื่อไหร่ที่พวกเขาต้องกลับบ้าน หรือ ระยะเวลานานเท่าไหร่ที่พวกเขาจะได้เจอกับคุณ ซึ่งนั่นจะทำให้พวกเขาไม่รู้สึกสับสนนั่นเองค่ะ

พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว – เคล็ดลับเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุข

มาดูเคล็ดลับ แต่ไม่ลับ 14 ข้อ ที่เรานำมาฝากคุณพ่อและคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกันนะคะ

1. อย่าละเลยที่จะดูแลตนเอง

ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากนะคะ เพราะก่อนที่คุณจะสามารถดูแลคนอื่นได้ คุณก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีเสียก่อน ดูแลความต้องการของคุณให้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับที่เพียงพอ รับประทานอาหารที่ดี เพื่อสุขภาพที่ดี และนั่นจะเป็นใบเบิกทางที่ดีที่จะให้คุณได้มีพลังในการดูแลลูก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะคุณพ่อคุณแม่หลายคนมักให้ความสำคัญกับความต้องการของลูก ๆ มาเป็นอันดับแรก ลูกต้องมาที่หนึ่งเสมอ แต่นั่นจะส่งผลให้เกิดวงจรแห่งความเหนื่อยล้าและความรู้สึกอ่อนเพลียได้ค่ะ หาเวลารับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และหาเวลาออกกำลังกายทุกเมื่อที่คุณสามารถจะทำได้ แม้แต่การเดินไปรอบ ๆ บริเวณบ้าน หรือใกล้เคียงจะช่วยให้ร่างกายของคุณได้รับการเคลื่อนไหว รับอากาศที่บริสุทธิ์ด้วยนะคะ เพราะถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ เมื่อคุณไม่ละเลยในการดูแลตัวเอง แน่นอนว่าคุณก็จะไม่ละเลยในการดูแลลูก ๆ เช่นกัน เพราะ ลูก ๆ ของคุณต้องพึ่งพาคุณ และนั่นก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะค่ะว่าจะมีความพร้อมแค่ไหนในการดูแลพวกเขา

2. คุยกับคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณ

ในบางครั้งคุณอาจจะรู้สึกว่าคุณเหมือนตัวคนเดียว การที่คุณลองค้นหาพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวในพื้นที่เดียวกัน หรืออาจใกล้เคียงกับโรงเรียนลูก ก็ถือเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้คุณสามารถผนึกกำลังเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันได้ เช่น การจัดให้มีการแลกเปลี่ยนการเลี้ยงลูก พาลูก ๆ มาทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะเชื่อมั้ยคะว่าการที่เราได้เจอพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวคนอื่น ๆ จะทำให้ทั้งคุณและลูกมีความสุขมากขึ้น นอกจากนี้นะคะ ยังมีกลุ่มออนไลน์มากมาย ตาม Social Media ที่จะทำให้คุณได้รับคำแนะนำและกำลังใจดี ๆ อีกด้วยค่ะ

3. สร้างกลุ่มหรือชุมชน

ที่นอกเหนือจากครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวคนอื่น ๆ ควรที่จะประกอบด้วยครอบครัวทุกประเภท แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่แง่มุมแค่คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงเดียวเพียงอย่างเดียว ควรให้คุณและลูกได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกหลักสูตรเดียวกัน เช่น การพาลูกไปเรียนว่ายน้ำด้วยกัน เรียนศิลปะ เป็นต้น นี่ก็เพื่อนจะนำความหลากหลายและความตื่นเต้นเข้ามาในชีวิต เหมือนเป็นการเติมสีสันให้คุณและลูกค่ะ

4. ยอมรับความช่วยเหลือบ้างก็ได้

เพราะคุณไม่ได้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ หรือ มีพลังพิเศษนะคะ ไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเองไปทั้งหมด อาจมีคนในชีวิตของคุณที่เป็นห่วงคุณและลูก ๆ ของคุณอยู่ไม่น้อย และพวกเขาก็ยินดีที่จะช่วยเหลือคุณ เช่น การไปส่งลูกคุณที่โรงเรียนสัปดาห์ละครั้งในวันยุ่ง ๆ ของคุณ ก็ช่วยได้เยอะเลย จริงมั้ยล่ะคะ อย่าคิดว่าการที่เราเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ จะดูเหมือนว่าเราเป็นคนอ่อนแอหรือไร้ความสามารถนะคะ เพราะเมื่อไหร่ที่พวกเขายินดีให้ความช่วยเหลือกับคุณแล้ว นั่นหมายถึง พวกเขาอยากให้คุณได้หยุดพักและเติมเชื้อเพลิงให้ตัวคุณได้มีพลังกลับมาสู้ต่อค่ะ




5. หาโอกาสในการหารายได้พิเศษ

การเลี้ยงลูกคนเดียว ด้วยรายได้เพียงทางเดียว ถือเป็นเรื่องท้าทายสุด ๆ โดยมีค่าใช้จ่ายจิปาถะเข้ามาไม่หยุดหย่อน การจะจ้างพี่เลี้ยงสักคน อาจจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกินกำลังคุณไป แต่คุณก็สามารถสร้างสรรค์วิธีอื่นมาแทนได้ เช่น ฝากลูกไว้กับญาติสนิทที่เชื่อใจได้ หรืออาจจะแลกเปลี่ยนลูกกับคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนอื่น ๆ ก็ถือเป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย อีกทั้งลูกของคุณก็ยังมีเพื่อนเล่นในขณะที่คุณไม่อยู่อีกด้วย

6. วางแผนไว้เสมอ

ในฐานะคุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว สิ่งหนึ่งที่คุณต้องระลึกกอยู่เสมอนั่นคือ การวางแผนล่วงหน้าสำหรับเหตุฉุกเฉิน แผนสำรองหรือแผนสอง เป็นสิ่งที่จำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างรายชื่อที่คุณรู้จัก หรือ สามารถโทรหาได้ในเวลาที่คุณมีเหตุฉุกเฉิน สิ่งสำคัญคือ คุณจะได้รู้ว่า เมื่อมีเหตุการ์ณคับขันขึ้นมา มีใครที่คุณสามารถพึ่งพาได้ หรืออาจตรวจสอบดูค่ะว่าพื้นที่ที่คุณอยู่นั้น มีบริการรับเลี้ยงเด็กเป็นรายวันหรือรายครั้งหรือไม่ การที่รู้ว่ามีใครสามารถดูแลลูกของคุณได้ในยามคับขัน ก็สามารถบรรเทาความวิตกกังวลที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ตึงเครียดได้ค่ะ

สำหรับใครที่พอจะมีงบประมาณอยู่สักหน่อย เราแนะนำให้คุณใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ คุณไม่จำเป็นต้องซื้อมือถือสมาร์ทโฟนราคาแพงให้ลูก ๆ ใช้ แต่อาจจะใช้เป็น “นาฬิกาโทรศัพท์ได้ สำหรับเด็ก” ที่สามารถโทรคุยได้ และสามารถใช้ GPS ในตัวนาฬิกาสำหรับค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของลูกคุณ มันมีราคาไม่แพงมากเกินไป แต่ประสิทธิภาพนั้นถือว่าคุ้มค่ากับความปลอดภัยมากเลยทีเดียวค่ะ

7. สร้างกิจวัตรให้ลูก

กิจวัตรเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็ก เพราะคุณจะได้สามารถจัดสรรและควบคุมเวลาได้ หากลูกเดินทางระหว่างบ้านหรือมีคนช่วยดูแลหลายคน คุณก็คงไม่สามารถจะคาดเดาได้ใช่มั้ยคะว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรบ้างในระหว่างทาง คุณอาจจะต้องกำหนดกิจวัตรและเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ นั่นรวมไปถึงเวลานอน เวลารับประทานอาหาร แม้แต่กิจวัตรในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม

ซึ่งนั่นก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ แต่การสร้างกิจวัตรถือเป็นการกำหนดการเริ่มต้นให้เวลาและกิจกรรมของลูก ให้พวกเขารู้ว่าควรทำอะไรก่อน-หลัง พวกเขาก็จะตระหนักได้ว่า ในแต่ละวันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งก็จะทำให้แต่ละวันของคุณและลูกเป็นไปอย่างราบรื่นมากนั่นเองค่ะ

8. การปฏิบัติตามกฎระเบียบและวินัย

นั่นคือหากลูกของคุณมีผู้ดูแลหลายคน เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย หรือ พี่เลี้ยงเด็ก คุณอาจต้องสื่อสารให้ชัดเจนเลยค่ะว่า จะจัดการเรื่องระเบียบวินัยอย่างไร เพราะการที่ลูกตระหนักถึงกฎระเบียบและวินัยที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จะเป็นประโยชน์ให้กับลูก จะได้ไม่เกิดปัญหาเกี่ยวกับขีดจำกัด พฤติกรรม การพูดจา เป็นต้น ในภายหลังค่ะ

9. คิดบวกอยู่เสมอ

ทุกคนอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “Mind over Matter” ใช่ไหมค่ะ มีพลังเยอะแยะมากมายอยู่เบื้องหลังความคิดของคุณ และนั่นสามารถเปลี่ยนมุมมองของคุณและทำให้สถานการณ์ที่ยากลำบากกลับมาดีขึ้นได้ ลูก ๆ ของคุณฉลาดนะคะ พวกเขาสามารถรับรู้ หรือตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคุณได้แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม การคิดบวกจึงทำให้สภาพแวดล้อมในบ้านมีเสถียรภาพมากขึ้น รักษาความอารมณ์ขันของคุณ และอย่ากลัวที่จะโง่บ้าง มองไปสู่อนาคตและสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่ยังคงรอคุณอยู่ข้างหน้า ค้นหาและกำหนดคุณค่าของครอบครัวคุณเพื่อลูกและตัวคุณเองนะคะ

10. ให้อภัยตัวเอง และก้าวข้ามความผิด

ก้าวข้ามความผิดไปบ้างก็ได้ค่ะ เพราะในบ้านที่มีคุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์ 100 % ต่อให้คุณพยายามแค่ไหนก็ตาม แม้แต่ครอบครัวที่มีทั้งคุณพ่อคุณแม่พร้อมหน้าเอง ก็ยังมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ปล่อยวางสิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้ในฐานะพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่คุณสามารถมอบให้กับลูก ๆ ของคุณได้แทน ไม่ดีกว่าหรอคะ? ทิ้งความคิดที่ว่าชีวิตจะง่ายขึ้นหรือดีขึ้นหากลูกมีทั้งพ่อและแม่พร้อมหน้าพร้อมตา เพราะนอกจากจะไม่เป็นความจริงแล้ว จะทำให้กำลังใจคุณถูกบั่นทอนไปเสียเปล่า ๆ อย่าจมอยู่กับความรู้สึกผิดหรือเสียใจ คุณไม่สามารถจะควบคุมชีวิตใครได้ แต่สิ่งสำคัญคือ คุณสามารถเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ที่ดีที่สุดได้ จริงมั้ยคะ?

11. ตอบคำถามลูกด้วยความจริงใจ

แน่นอนค่ะว่าลูก ๆ ของคุณต้องมีคำถามอยู่แล้วล่ะค่ะว่า ทำไมบ้านของพวกเขาถึงได้แตกต่างจากเพื่อน ๆ หลายคน เมื่อคุณถูกถามแบบนี้แล้ว ให้ใช้โอกาสนี้อธิบายความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นและสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอายุของพวกเขานะคะ เพราะไม่ใช่ทุกครอบครัวที่มีพ่อแม่แยกกันจากการหย่าร้าง อย่าให้รายละเอียดมากเกินความจำเป็นหรือพูดไม่ดีเกี่ยวกับอีกฝ่าย แต่จงพยายามเป็นคนที่ซื่อสัตย์และใช้ความจริงใจต่อลูก ๆ ของคุณ เพราะคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ก็คือลูกนะคะ

12. รับฟังความคิดเห็นของลูก

มีรายละเอียดมากมายในความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ ที่เด็ก ๆ ไม่สามารถเข้าใจหรือประมวลผลได้ ซึ่งนั่นจะทำให้ลูกเกิดความสับสนและขุ่นเคืองได้ อย่าโกรธลูก ๆ ของคุณนะคะ แค่คุณต้องแยกแยะความต้องการทางอารมณ์ของคุณให้ได้ ปฏิบัติต่อลูก ๆ ให้เหมือนว่าพวกเขาคือเด็กคนหนึ่ง เพราะพวกเขาไม่ได้เข้าใจในทุกเรื่องที่ผู้ใหญ่อย่างเรากำลังทำอยู่หรอกนะคะ

13. ค้นหาแบบอย่างที่ดีของเพศตรงข้ามคุณให้ลูก

ทำไมนะหรอคะ? เพราะลูกของคุณจะได้ไม่สร้างความสัมพันธ์เชิงลบกับคนเพศตรงข้ามกับคุณไงคะ ค้นหาญาติสนิทมิตรสหาย หรือ สมาชิกในครอบครัวที่ยินดีจะใช้เวลากับลูกของคุณแบบตัวต่อตัว นั่นก็เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนที่คุณไว้วางใจและเชื่อใจค่ะ ดังนั้นคุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคะ…คุณจงตั้งใจกับสิ่งที่คุณกำหนดไว้ในชีวิตของลูก ๆ นะคะ




14. แสดงความรักใคร่และชื่นชมลูก ให้มาก ๆ

เพราะพวกเขาต้องการความรัก การยกย่อง การยอมรับจากคุณในทุก ๆ วัน มีส่วนร่วมกับลูก ๆ ของคุณให้บ่อยเท่าที่คุณจะทำได้ โดยการเล่นกับลูก พาลูกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดบทสนทนา เพื่อที่เราจะได้รับรู้ความคิดความอ่านของลูกในแต่ละช่วงจังหวะของชีวิตพวกเขา และหากคุณเห็นลูกกำลังทำในสิ่งดี ๆ แล้วล่ะก็ คุณอย่าลืมที่จะชื่นชมลูกถึงความพยายามของพวกเขามากกว่าความสำเร็จ ต่อให้ลูกจะทำในสิ่งเล็ก ๆ ก็ตาม แทนที่จะใช้เงินไปกับของขวัญราคาแพง แต่จงใช้เวลาและความพยายามของคุณในการสร้างความทรงจำที่ดีและยั่งยืนให้กับลูกดีกว่าค่ะ

เป็นไงบ้างคะ เคล็ดลับดี ๆ ที่เอามาฝากทั้งคุณพ่อและคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ตอนนี้อาจจะยังไม่รู้วิธีที่จะข้ามผ่านปัญหาที่เผชิญอยู่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้ ยังมีกำลังใจเยอะแยะมากมายที่รอมอบให้กับคุณ และขอให้คุณเชื่อมั่นนะคะว่า…ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงดูลูกแบบฉายเดี่ยวยังไง แต่ความเข้มแข็งและความอดทนของคุณที่ทำให้ลูกนั้น ได้เฉิดฉายเปล่งประกายไปสู่ลูกของคุณอย่างแน่นอน…เป็นกำลังใจให้นะคะ ถึงคุณจะเลี้ยงเดี่ยว แต่คุณไม่โดดเดี่ยวแน่นอนค่ะ

ก่อนจากกันเรามีบทความดี ๆ มาฝากสำหรับคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวท่านใด ที่ยังขาดประสบการณ์ในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโต คุณสามารถศึกษาเคล็ดลับดี ๆ ได้จากบทความของเรา ได้แก่ ทำอย่างไรให้เด็กเล็กนอนหลับนาน, ให้นมลูกท่าไหนดีเพื่อแก้ปัญหาหัวนมแตกท่อน้ำนมอุดตัน, เมนูอาหารสำหรับเด็กที่กินยาก, วิธีฝึกลูกนั่งกระโถนให้ลูกเลิกแพมเพิส เป็นต้น ซึ่งเราเชื่อว่าทุกปัญหาสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการเลี้ยงลูกนั้นมีทางออกเสมอค่ะ อย่าพึ่งท้อหรือยอมแพ้เป็นอันขาดนะคะ เราจะอยู่เป็นกำลังใจและจะช่วยแบ่งปันเคล็ดลับดี ๆ ในการเลี้ยงลูกกับคุณอีกแรง แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ 🙂

Reference

  1. Advice for single parents -Your pregnancy and baby guide
Arrani Benitez

Arrani Benitez

คุณแม่ลูกสอง ผู้รักสุขภาพ และชอบสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องของใช้ หรือโภชนาการที่ดี

Next Post