เตรียมพร้อม Home Isolation – สิ่งที่ควรมี เมื่อต้องรักษาโควิดด้วยตัวเองจากที่บ้าน

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศไทยตอนนี้เรียกว่าพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าตกใจ โดยเฉพาะยอดผู้ติดเชื้อใน​จังหวัดพื้นที่เสี่ยงอย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ซึ่งปัญหาที่ตามมาคือมาตรการรองรับผู้ป่วยในสถานพยาบาลที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้มีผู้คนจำนวนมากต้องรอรับการรักษาหรือรอเตียงจากที่บ้านนานเกินไป จนบางรายก็ทนอาการโควิดไม่ไหวต้องเสียชีวิตก่อนได้รับการรักษา ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่เองก็กำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ หากคุณสามารถเตรียมตัวรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ก็อาจจะพอช่วยให้คุณตกอยู่ในอัตราการผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 น้อยลงได้

เมื่อคุณได้รับการยืนยันจากการตรวจโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อยและปรากฎว่าคุณเป็นผู้ติดเชื้อโควิด สิ่งที่คุณทำได้ในลำดับต่อไปคือการรอให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามารับตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่รัฐจัดไว้ให้ แต่เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อุปสงค์และอุปทานไม่สอดคล้องกัน

ดังนั้นในระหว่างที่รออยู่ที่บ้าน หากคุณมีอาการหนักขึ้น คุณสามารถช่วยเหลือตัวเองในการบรรเทาอาการป่วยโควิดได้ง่าย ๆ จากยาสามัญประจำบ้านที่หาซื้อได้ทั่วไป และคุณสามารถประเมินอาการขั้นพื้นฐานได้จากอุปกรณ์สามัญทางการแพทย์ที่ควรมีติดบ้านได้ด้วยตัวเอง

ซึ่งบทความในวันนี้จะเป็นเพียงแค่ไกด์ไลน์บรรเทาอาการโควิด-19 ในระหว่างรอการรักษาจากแพทย์จากที่บ้านเท่านั้น โดยจะแตกต่างจาก Home Isolation* กันเล็กน้อย ตรงที่คุณยังไม่ได้รับการรักษาหรือเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ ดังนั้นมันจึงไม่ได้เป็นวิธีรักษาแบบเฉพาะเจาะจงตามอาการของคุณ 100% แต่จะเป็นเพียงการบรรเทาอาการโควิด-19 ที่มักจะพบได้ในผู้ป่วยติดเชื้อส่วนใหญ่เท่านั้นค่ะ และระหว่างที่รออยู่นั้นจะต้องเตรียมตัวรักษาตัวเองอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

Home Isolation คืออะไร ? (9

Home Isolation คือการให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรงมากนัก สามารถรักษาตัวจากที่บ้านได้ โดยที่ :

  1. ผู้ป่วยโควิด-19 จะต้องอยู่ในขั้นตอนระหว่างรอเตียงหรือรอ Admit เข้าโรงพยาบาลและได้รับการวินิจฉัยตามดุลยพินิจจากแพทย์แล้วว่าสามารถดูแลรักษาโรคจากที่บ้านได้
  2. ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลหรือสถานที่รัฐจัดให้ (อาทิ เตียงสนาม) เป็นเวลาอย่างน้อย 10 วันและได้รับการส่งตัวกลับบ้านเพื่อรักษาตัวเองต่อจากบ้านด้วยวิธี Home Isolation

ซึ่งวิธี Home Isolation จะต้องแยกกักตัวออกมาจากผู้คน ไม่สามารถออกนอกบ้านได้ตลอดระยะเวลาที่กักตัว หากพบว่าบ้าน/ที่พักอาศัยอยู่ในเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมต่อการกักตัว อาจต้องหาสถานที่อื่น ๆ ในการกักตัวต่อ

โดยในระหว่างที่กักตัวนั้นจะมีการจัดส่งยารักษามาให้ผู้ป่วยตลอด ซึ่งจะมีการแนะนำวิธีการทานยา, การสังเกตอาการป่วย, การตรวจวัดอุณหภูมิที่ไม่ควรสูงกว่า 38 °C, การวัดค่าความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (oxygen saturation) ที่ไม่ควรต่ำกว่า 96% เป็นต้น ทั้งนี้คำแนะนำต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละโรงพยาบาลที่คุณรักษา ซึ่งทางโรงพยาบาลจะมีการติดตามประเมินอาการผู้ป่วยในระหว่างการแยกตัวที่บ้านโดยตลอด ในกรณีที่มีอาการแย่ลงจะมีรถรับส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล

ยาสามัญประจำบ้านบรรเทาอาการโควิด ที่หาซื้อได้เอง

ยาสามัญประจำบ้านบรรเทาอาการโควิด

1. ยาลดไข้ 

พาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาที่สามารถหาซื้อได้ง่ายที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ มีฤทธิ์ช่วยลดไข้และลดอาการปวดพื้นฐานได้เล็กน้อยถึงปานกลาง อย่างเช่น แก้ปวดเมื่อย-แก้ปวดศีรษะ แนะนำให้ทานยาพาราเซตามอลไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อการทาน 1 ครั้ง หรือประมาณ 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรใช้ยาน้ีติดต่อกันเกิน 5 วัน (1

2. ยาบรรเทาอาการไอ

เดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan) และ โคเดอีน (Codeine) เป็นยาแก้ไออาจช่วยบรรเทาอาการไอและอาการเจ็บคอได้ สำหรับ Dextromethorphan เป็นยาระงับอาการไอที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มยาแก้ไอ ซึ่งยาประเภทนี้จะช่วยรักษาอาการไอแห้ง ๆ ชนิดเรื้อรัง (4) แนะนำให้ทานเฉพาะช่วงที่ต้องการนอนหลับพักผ่อนเท่านั้นไม่ควรทานเป็นประจำ เนื่องจากมันเป็นยากดอาการไอที่รักษาจากปลายเหตุ หากมีเสมหะร่วมด้วยควรทานยาละลายเสมหะดีกว่าค่ะ

3. ยาละลายเสมหะ 

มีรายงานระบุว่า แอมบรอกซอล ไฮโดรคลอไรด์ (Ambroxol Hydrochloride) สามารถใช้รักษาอาการโควิด (2,3) เพราะ Ambroxol จัดเป็นยาแก้ไอที่ช่วยละลายเสมหะได้ดี ทำให้เสมหะเหนียวน้อยลง เหมาะสำหรับรักษาอาการไอที่เกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งจริง ๆ แล้วกลุ่มยาละลายเสมหะ (Mucolytics) ยังมีตัวยาอย่างอื่น ๆ อีกที่นอกจาก Ambroxol อาทิเช่น Acetylcysteine (N-AcetylCysteine / NAC) หรือ Bromhexine (4,5สำหรับ N-acetylcysteine เป็นยาละลายเสมหะที่ได้นำมาใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิดขั้นวิกฤตในการต้านการอักเสบและกระตุ้นภูมิคุ้มอีกด้วย (6

4. ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร

จากกรณีการระบาดโควิด-19 ในเรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 ทางเรือนจำได้รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาสกัดกระชายขาว พบว่ามีส่วนช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก จนสามารถควบคุมสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติได้

ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่จัดอยู่ในตำรายาไทยโบราณ มีฤทธิ์ในการลดไข้, แก้ไอ และบรรเทาอาการเจ็บคอ โดยในฟ้าทะลายโจรนั้นจะมีสารสำคัญที่ชื่อว่า “สารแอนโดรกราโฟไลค์ (Andrographolide)” ที่สามารถยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ ทั้งยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายอีกด้วย แนะนำให้ทานตามฉลากข้างขวดหรือหากไม่มีระบุไว้ ก็ไม่ควรทานเกิน 60-120 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 5 วัน (7ดังนั้นใครที่ต้องการทานฟ้าทะลายโจรไว้เพื่อป้องกันโควิด-19 อาจจะไม่ตอบโจทย์นะคะ เพราะฟ้าทะลายโจรไม่สามารถทานติดต่อกันได้เป็นระยะเวลานานและสรรพคุณของฟ้าทะลายโจรไม่ได้มีไว้ป้องกันโควิด-19 แต่มีไว้สำหรับรักษาอาการของโรคโควิดเท่านั้น

5. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวิตามินซี (Vitamin-C)

Vitamin-C หรือ กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) ที่เรารู้จักกันอย่างดี เกี่ยวกับการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง มีหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ แม้ว่ายังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับการรักษาโรคโควิด-19 แต่การที่คนเรามีร่างกายแข็งแรง มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ก็ย่อมเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีกว่าจริงมั้ยคะ? ซึ่งในขณะนี้ได้มีการศึกษาบทบาทความสำคัญของ Vitamin-C ในปริมาณสูง ในการบรรเทาอาการอักเสบ และการบาดเจ็บของหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ก็หวังว่าเราจะได้รับข่าวดีในเร็ว ๆ นี้ (8

อุปกรณ์สามัญทางการแพทย์พื้นฐาน ที่ควรมีติดบ้าน

Pulse oximeter เครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือด
Pulse oximeter เครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือด
  1. ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (oxygen saturation) ทุกวัน
  2. หมั่นสังเกตอาการป่วยของตนเองเป็นประจำ หากมีอาการแย่ลง อย่างเช่น รู้สึกเหนื่อยหอบ มีไข้สูงลอย* ให้รีบติดต่อกลับทางโรงพยาบาลที่รักษาอยู่
    • ไข้สูงลอย คือ มีไข้ 39-40 °C ในช่วง 2-7 วัน
  3. หากมีความจำเป็นที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล จะต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือให้รถของโรงพยาบาลมารับเท่านั้น ห้ามใช้รถสาธารณะ

 


บทสรุป

สำหรับคนที่เป็นผู้ป่วยโควิด-19 ไม่ว่าคุณจะมีอาการเล็กน้อยหรือหายดีแล้วหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องให้ความสำคัญมาก ๆ เลยก็คือในระยะเวลาประมาณ 10 วันหลังจากเริ่มป่วย คุณยังมีเชื้อไวรัสอยู่ในตัวและยังสามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้เช่นเดิม ดังนั้นผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งในกรณีที่ยังไม่ได้เข้ารับการรักษาหรือรักษาตัวที่โรงพยายาลสนามเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องกักตัวและแยกตัวเองจากผู้อื่นเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน (นับตั้งแต่วันที่เริ่มป่วย) (9 เพื่อจะได้ช่วยกันลดอัตราการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งหลังจากจากครบ 14 วันแล้ว คุณก็ยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกไปพบเจอผู้คนภายนอก และพยายามปฏิบัติตัวตามมาตรฐานวิถีใหม่ (New Normal) อย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ


References :

  1. การรับประทานยาพาราเซตามอลที่ถูกต้อง
  2. Azithromycin and ambroxol as potential pharmacotherapy for SARS-CoV-2
  3. Ambroxol Hydrochloride Inhibits the Interaction between Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus 2 Spike Protein’s Receptor Binding Domain and Recombinant Human ACE2
  4. ยาแก้ไอ … มีกี่แบบ ??
  5. การใช้ยาอย่างสมเหตุผลและการสั่งยาในเด็กที่แผนกผู้ป่วยนอก: Part 1 (Rational Drug Use and Prescription at Pediatric Ambulatory Setting)
  6. N-Acetylcysteine to Combat COVID-19: An Evidence Review
  7. ฉลาดกิน ฟ้าทะลายโจรสู้โรค ป้องกันโควิด-19
  8. Vitamin C
  9. แนวทางปฏิบัติสาหรับบุคลากรทางการแพทย์ : กรมการแพทย์ ฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Next Post