ในยุคที่ก้าวย่างมาถึงปี 2022 คงต้องบอกว่าเพลงสังเคราะห์ได้กลายเป็นเพลงฮิตติดเทรนต์ เด็กรุ่นใหม่หรือวัยรุ่นคงอาจจะคุ้นชินกับสไตล์เพลงอย่าง Hip-hop, R&B หรือ Pop กันซะส่วนใหญ่ โดยนักร้องที่มีชื่อเสียงคงจะหนีไม่พ้น Justin Bieber, Taylor Swift, Bruno Mars หรือ Ariana Grande แต่หากย้อนกลับไปในอดีตในช่วงยุค 60, ยุค 70 หรือ ยุค 80 เพลงยอดฮิตคงจะเป็น เพลงคลาสสิก, เพลง Disco และอีกหนึ่งสาขาเพลงที่น่าสนใจคือ ‘เพลง Jazz’
ทั้งนี้เมื่อพูดถึงเพลง Jazz เชื่อว่าคงมีหลายคนตีตัวออกห่างกันสักก้าวสองก้าว เนื่องจากภาพลักษณ์ของเพลงแจ๊สถูกตั้งธงไว้ว่าเป็นเพลงที่เข้าถึงยาก แต่อย่างไรก็ดีหากลองเปิดใจฟังจริง ๆ แล้วเพลงแจ๊สเป็นเพลงค่อนข้างจะเรียล โดยความเรียลในที่นี้คือตัวเพลงจะเน้นความ Soulful ของเสียงนักร้อง รวมไปถึงดนตรีอย่างเปียโนและเครื่องเสียงคลาสสิกคลอไปตามการร้อง
ซึ่งตรงนี้ละครับคือเสน่ห์ของเพลงแจ๊ส อีกทั้งงานวิจัยยังได้ระบุอีกด้วยว่าการฟังเพลงแจ๊สสามารถช่วยฮีลจิตใจของคนฟังให้ดีขึ้น ทำให้ความเครียดสะสมค่อย ๆ ถูกคลายตัว จนการเรียนและการทำงานดีขึ้นไปด้วย ถ้าหากได้ลองเปิดใจและมาฟังเพลง Jazz อย่างจริงจัง คุณอาจจะหลงรักมันไปแบบไม่รู้ตัวเลยละครับ ดังนั้นวันนี้ผมจึงได้รวบรวมเพลงแจ๊สสากลคุณภาพมาฝากกันภายในบทความนี้
1. Tony Bennett, Amy Winehouse – Body and Soul

| แนวเพลง | Jazz และ Pop |
| ค่ายเพลง | Sony และ Island |
| ผู้แต่งเพลง | Edward Heyman, Robert Sour, Frank Eyton และ Johnny Green |
| โปรดิวเซอร์ | Phil Ramone |
| เพลงในปี | 2011 |
‘Body and Soul’ เป็นหนึ่งในผลงานที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคน เพราะเพลงนี้เป็นการเรคคอร์ทเสียงครั้งสุดท้ายของทาง Amy Winehouse ก่อนที่เธอจะลาจากโลกนี้แบบไม่มีวันหวนกลับ ส่วนทางด้านของ Tony Bennett ก็สร้างสถิติศิลปินอายุมากที่สุดซึ่งสามารถขึ้นชาร์จ Billboard Hot 100 ได้ หากใครอยากฟังเสียงดาร์ก ๆ เท่ห์ ผสมกับความเป็นแจ๊สออริจินอลแบบลงตัว เหมือนอาหารสุดกลมกล่อม ห้ามพลาดเพลงนี้โดยเด็ดขาด
2. Louis Armstrong – What A Wonderful World

| แนวเพลง | Traditional pop และ Jazz |
| ค่ายเพลง | ABC |
| ผู้แต่งเพลง | Bob Thiele และ George David Weiss |
| โปรดิวเซอร์ | Bob Thiele |
| เพลงในปี | 1967 |
คงไม่มีอะไรคลาสสิกไปกว่าเพลง ‘What A Wonderful World’ อีกแล้วครับ เนื่องจากเพลงนี้ได้ถูกใช้กันค่อนข้างบ่อยทั้งในภาพภพยนตร์ อนิเมชัน รวมไปถึงงานแต่งของใครหลายคน โดยไฮไลท์ของเพลงนี้จะอยู่ที่เสียงหล่อสุดยูนีคของทาง Louis ซึ่งเคล้าคลอไปกับทรอมโบนเพราะ ๆ ไม่ว่าจะฟังที่ไหนก็รู้สึกเหมือนกับอยู่บนโลกอันสดใสและรับไออุ่นอยู่เสมอ ยิ่งในช่วงสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ณ ตอนนี้ เพลงนี้คงจะช่วยเยียวใจใครหลายคนไม่มากก็น้อย
3. Billie Holiday – Strange Fruit

| แนวเพลง | Blues และ Jazz |
| ค่ายเพลง | Commodore |
| ผู้แต่งเพลง | Abel Meeropol |
| โปรดิวเซอร์ | Milt Gabler |
| เพลงในปี | 1939 |
‘Strange Friut’ คือเพลงระดับตำนานที่แม้แต่ Grammy ยังยกย่องและบรรจุให้เป็น ‘Grammy Hall Of Fame’ ในปี 1978 โดยเบื้องหลังการเรคคอร์ดเพลงนี้เกิดขึ้นจากการประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนผิวดำ เพราะมีการเหยียดสีผิวและเกิดโศกนาฏกรรมมากมายจากการถูกใส่ร้าน ดังนั้นเพิ่งนี้จึงเป็นไอคอนของการปฎิวัติสังคม รวมไปถึงยังเป็นเพลงประท้วงแรกของโลกอีกด้วย ทั้งนี้ในแง่ดนตรีและการร้องของ Billie ก็สมูธ ทำให้เราอินได้ตั้งแต่โน๊ตตัวแรกยันโน๊ตตัวสุดท้าย
4. Nina Simone – Feeling Good

| แนวเพลง | Show tune, Jazz และ Blues |
| ค่ายเพลง | Philips |
| ผู้แต่งเพลง | Leslie Bricusse และ Anthony Newley |
| โปรดิวเซอร์ | Hal Mooney |
| เพลงในปี | 1994 |
หนึ่งในนักร้องแจ๊สระดับโลกคงต้องมีชื่อ ‘Nina Simone’ อยู่ในนั้นอย่างแน่นอนครับ เนื่องจากเสียงของเธอมีความ Soul สูงมาก ทำให้ในแต่ละคำที่ร้องออกมาทะลวงเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจและสะกดจิตให้เราล่องลอยไปกับเพลงได้ไม่ยาก โดย ‘Feeling Good’ เป็นการเปรียบเปรยชีวิตของนกที่มีความอิสระ โบยบินไปตามอากาศและชมวิวทิวทัศน์ได้ตามใจชอบ สามารถหาความสุขได้จากเรื่องใกล้ตัวและความอิสระของตัวเอง ในขณะเดียวกันเครื่องดนตรีอย่างเซกโซโฟนและเปียโนก็สร้างบรรยากาศ พร้อมฮีลจิตใจของคนฟังได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการฟังในวันสบายหรือวันที่ต้องคลายเครียดสุด ๆ
5. Ray Charles – Georgia On My Mind

| แนวเพลง | Jazz |
| ค่ายเพลง | ABC-Paramount และ Stateside |
| ผู้แต่งเพลง | Stuart Gorrell |
| โปรดิวเซอร์ | Sid Feller |
| เพลงในปี | 1960 |
Rolling Stones หรือหนึ่งในสื่อวิจารณ์เพลงชื่อดังของสหรัฐอเมริกายกให้เพลง ‘Georgia On My Mind’ เวอร์ชัน Ray Charles เป็นเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาลในอันดับ 44 เนื่องจากดนตรี, การร้อง และการประพันธ์มีความละเมียดละไม จัดวางในทุกจังหวะได้อยากประณีต เพียงแค่มีเปียโนหนึ่งตัวกับเสียงอันโซลฟูลของ Ray ที่เปร่งออกมา เพลงนี้ก็ Perfect และ Classy ในทุกมิติ ยิ่งถ้าได้เปิดในห้องอาหารพร้อมกับการจิบไวน์หรือแชมเปญด้วยละก็ คงไม่มีอะไรจะฟินไปกว่านี้แล้ว
6. Billie Holiday – All of Me

| แนวเพลง | Jazz |
| ค่ายเพลง | Irving Berlin, Inc. |
| ผู้แต่งเพลง | Gerald Marks และ Seymour Simons |
| โปรดิวเซอร์ | ไม่ระบุ |
| เพลงในปี | 1931 |
ก่อนที่เพลง ‘Strange Fruit’ จะสร้างตำนานบนโลกใบนี้ Billie เองก็เคยปล่อยเพลง Jazz คุณภาพให้กับวงการเพลงมาแล้วนั่นคือ ‘All of Me’ โดยเพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ควรให้ความจำกัดความว่า ‘Timeless’ เพราะไม่ว่าจะฟังในยุคไหนหรือจะผ่านว่าแล้วนับหลายสิบปี ในทุก ๆ ครั้งที่เราหวนกลับมาฟังอีกครั้ง เราก็ยังคงตราตรึงและหลงใหลไปกับน้ำเสียงและเปียโนอันไพเราะอยู่เสมอ
7. Natalie Cole – Unforgettable ft. Nat King Cole

| แนวเพลง | Jazz |
| ค่ายเพลง | Elektra |
| ผู้แต่งเพลง | Irving Gordon |
| โปรดิวเซอร์ | David Foster |
| เพลงในปี | 1991 |
ความน่ารักของเพลงนี้คือการดูเอทระหว่างคุณพ่อและลูกสาวผ่านทางเทคโนโลยี ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้อัดเสียงพร้อมกันในสตูดิโอ แต่การร่วมงานในครั้งนี้ถือว่าลงตัวและละมุนมาก ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเวอร์ชันที่ทำเอาใครหลายคนปลื้มปลิ่มทั้งคุณภาพของเพลง และน้ำตาไปหนองหน้าไปกับความสัมพันธ์อันงดงามระหว่างพ่อกับลูกสาว หากใครอยากหาเพลง Jazz คลาสสิกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกดี ๆ ผมอยากแนะนำ ‘Unforgettable’ เลยครับ
8. Bobby McFerrin – Don’t Worry, Be Happy

| แนวเพลง | Reggae, Jazz และ a cappella |
| ค่ายเพลง | EMI-Manhattan |
| ผู้แต่งเพลง | Bobby McFerrin |
| โปรดิวเซอร์ | Linda Goldstein |
| เพลงในปี | 1988 |
หากใครรู้สึกเครียด อยากเติมความสุขด้วยการฟังเพลงแจ๊สสบายหูและมีความหมายดี ๆ ‘Don’t Worry, Be Happy’ คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีมาก เพราะเพียงแค่เปิดมาด้วยเสียง Whistle พร้อมไปกับคอรัสที่คลอไปตลอดทั้งเพลงก็สัมผัสได้ถึงฟิลลิ่งดี ๆ แล้ว ทั้งนี้ความพิเศษของเพลงนี้คือเสียงทั้งหมดจะไม่ผ่านการสังเคราะห์และไม่มีเครื่องดนตรีแม้แต่ชิ้นเดียว โดยเสียงภายในเพลงที่เราได้ยินนั้นมาจากเสียงของนักร้องและคอรัสทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากในยุคนั้น จนในที่สุดเพลงนี้สามารถขึ้นไปแตะอันดับ 1 ของชาร์จ Billboard Hot 100 ได้สำเร็จ
9. At Last! – Etta James

| แนวเพลง | Jazz |
| ค่ายเพลง | Argo |
| ผู้แต่งเพลง | Mack Gordon และ Harry Warren |
| โปรดิวเซอร์ | Phil Chess และ Leonard Chess |
| เพลงในปี | 1960 |
เสน่ห์ของ ‘At Last’ คือการผสมผสานระหว่าง Jazz, Blue และ R&B ดังนั้นเพลงนี้จึงเสมือนกับเมนูอาหารอย่างต้มยำ ซึ่งจะมีทั้งความหวาน, เปรี้ยว และเค็ม นอกจากนี้เสียงอันทรงพลังของ Etta ยังให้ฟีลลิ่งถึงพายุในช่วงหน้าร้อน คือมีความเผ็ดร้อนแต่ยังคงอบอุ่นและความโรแมนติกของธรรมชาติอันสวยงามเหมือนกับช่วงซัมเมอร์ ถือเป็นเพลงแจ๊สที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยความรักอีกหนึ่งเพลงของวงการอุตสาหกรรมเพลง
10. Nina Simone – I Put A Spell On You

| แนวเพลง | Jazz |
| ค่ายเพลง | Okeh |
| ผู้แต่งเพลง | Jay Hawkins และ Herb Slotkin |
| โปรดิวเซอร์ | Arnold Maxin |
| เพลงในปี | 1956 |
‘I Put A Spell On You’ มีการร้องที่เป็น Jazz แต่ผสมดนตรีอย่าง Pop เข้าไป ดังนั้นดนตรีมีความสดใสประมาณหนึ่ง แต่ด้วยเสียงอันทรงพลังและเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ทำให้เพลงนี้ถูกยกระดับมากกว่าการเป็นป๊อปหรือแจ๊สทั่ว ๆ ไป คือมีทั้งความโรแมนซ์ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีความโซลอยู่ในตัวค่อนข้างเยอะ ซึ่งตรงนี้ละครับคือเสน่ห์ของเพลง I Put A Spell On You ที่หลายคนยกย่องให้เป็นหนึ่งในเพลงขึ้นหิ้งของทาง Nina Simone
11. Norah Jones – Sunrise

| แนวเพลง | Jazz |
| ค่ายเพลง | Blue Note |
| ผู้แต่งเพลง | Norah Jones และ Lee Alexander |
| โปรดิวเซอร์ | Norah Jones และ Arif Mardin |
| เพลงในปี | 2004 |
แฟนคลับหรือคนที่ชื่นชอบในการฟังเพลงแจ๊สคงจะรู้จักกัน Norah Jones เป็นอย่างดี เพราะเสียงของเธอนุ่มและละมุนเหมือนกับผ้าไหม ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งรีแลกซ์ เยียวยาจิตใจของเราได้ตลอด จนต้องกลับมาฟังซ้ำ ๆ อีกหลายรอบ ยิ่งโดยเฉพาะเพลง Sunrise ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่พิสูจน์ความสามารถของเธอได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเพลงนี้ได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง Grammy Awards ในสาขา ‘Best Female Pop Vocal Performance’
12. Johnny Mathis – Misty

| แนวเพลง | Jazz |
| ค่ายเพลง | Columbia |
| ผู้แต่งเพลง | Johnny Burke และ Erroll Garner |
| โปรดิวเซอร์ | Mitch Miller และ Al Ham |
| เพลงในปี | 1959 |
Misty เป็นเพลงซิกเนเจอร์ของทาง Johnny Mathis เพราะด้วยเทคนิคการร้องสไตล์แจ๊สคลาสสิก ที่สมูธเข้าไปกับเปียโนได้อย่างลงตัว รวมไปถึงเนื้อเพลงซึ่งมีความหมายดี ๆ ทำให้เราเพลิน เหมือนได้ล่องลอยไปตามอากาศและหลุดเข้าไปในภวังค์หรืออีกมิติหนึ่งของเมฆหมอกตามชื่อเพลงไปตั้งแต่วินาทีแรกไปจนถึงวินาทีสุดท้ายของเพลง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับเพลง Jazz สากลที่ผมได้แนะนำไปทั้งหมด 13 เพลง หากใครได้ลองฟังกันแล้วคงจะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของเสียงนักร้องคุณภาพและดนตรีเพราะ ๆ ที่เล่นไปพร้อมกันอย่างสมูธใช่ไหมละครับ ซึ่งมาถึงตรงนี้แล้วผมหวังว่าทุกคนจะถูกใจและเปิดใจกับเพลงแจ๊สไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ดีเว็บไซต์ของเราไม่ได้มีเพียงแค่เพลย์ลิสต์เพลงสากลเท่านั้น เพราะเรายังมีการแนะนำเพลงไทยอย่าง เพลงไทยสุดฮิตยุค 1990 – 1999, เพลงไทยสำหรับฟังริมทะเล และ เพลงรักโรแมนติก (ไทย) ถ้าหากใครสนใจก็สามารถเข้าไปเลือกเพลงกันได้ครับ