วันที่สำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการหรือวันรับปริญญาก็เป็นอีกหนึ่งวันค่ะที่ถือว่ามีความหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของบัณฑิตเอง ซึ่งในวันนี้บัณฑิตก็จะต้องเตรียมพร้อมทั้งในเรื่องของร่างกายและสุขภาพ ตลอดจนเรื่องการแต่งหน้าทำผมในวันรับปริญญา

ตัดภาพมาที่ทางฝั่งของญาติ, เพื่อนคนสนิท หรืออาจจะเป็นรุ่นน้องในคณะและสายรหัสเองก็จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการไปร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ แม้ว่าตัวบัณฑิตเองจะไม่ได้ต้องการขวัญของชิ้นใหญ่อะไรมากมาย ขอแค่ให้พวกเราไปร่วมถ่ายรูปแสดงความยินดีด้วยก็เป็นสุขใจแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การมอบของขวัญปริญญาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นที่ระลึกก็ย่อมมีความหมายใจทางใจมากกว่าจริงไหมคะ ?
โดยในบทความนี้เราจะขอมาแชร์ “ไอเดียของขวัญรับปริญญาในงบ 500 บาท” ที่มีราคาไม่สูงเกินไป เหมาะสำหรับเศรษฐกิจในยุคนี้มาก ๆ บอกเลยว่าใครที่มีงบจำกัดวันนี้เราสามารถช่วยให้คุณตามหาของขวัญได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ อีกทั้งหาซื้อผ่านทางออนไลน์ได้อีกด้วยนะคะ รับรองได้ว่าคนรับก็แฮปปี้ส่วนคนให้ก็แฮปปี้ยิ่งกว่า!!
เอาละค่ะถ้าหากว่าพร้อมกันแล้วก็มาลุยกันเลย!! 🙂
1. เรซิ่นดอกไม้สด แบบ DIY

สำหรับไอเดียของขวัญชิ้นแรกก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากดอกไม้สวย ๆ แต่การที่เราจะมอบดอกไม้ให้ทั้งที เราจะให้แบบธรรมดา ๆ ไม่ได้ค่ะ!!! เพราะนานวันไปดอกไม้ก็จะเหี่ยวเฉาจนเป็นสีน้ำตาลคล้ำไม่น่ามอง ทำให้สักวันหนึ่งดอกไม้สวย ๆ เหล่านี้จะต้องลงไปอยู่ในถังขยะอย่างแน่นอนค่ะ
ดังนั้นเพื่อให้เหล่าบัณฑิตใหม่รู้สึกตื้นตันใจทุกครั้งที่เห็นดอกไม้จากเรา เราจะต้องทำให้ดอกไม้ดูมีชีวิตชีวาและมีสีสันที่สดใสอยู่เสมอ ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่เรซิ่นดอกไม้สดนั่นเองค่ะ
แน่นอนว่าโดยส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยมีร้านออนไลน์ที่ไหนรับทำให้ เนื่องจากตัวดอกไม้คุณจะต้องเลือกซื้อด้วยตัวเองเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่เราจะแนะนำในวันนี้ก็คือการทำเรซิ่นดอกไม้สดแบบ DIY โดยสิ่งที่คุณจะต้องเตรียมก็จะมีแค่ดอกไม้สด, บล็อกซิลิโคน ,ทรายซิลิก้าสำหรับทำดอกไม้แห้ง และเรซิ่น (สีใส) เท่านั้นค่ะ
แต่แต่!! การจะทำให้เรซิ่นแห้งสนิทได้นั้นจะต้องเป็นดอกไม้สดที่แห้งแล้วหรือดอกไม้ปลอมเท่านั้นค่ะ ไม่เช่นนั้นดอกไม้ของเราก็จะเปลี่ยนสีได้ ซึ่งเพื่อน ๆ จะต้องอบดอกไม้เหล่านั้นด้วยทรายซิลิก้าก่อนอย่างน้อย 14 วัน หากดอกไม้เริ่มกรอบ ๆ แล้วก็สามารถนำใส่เรซิ่นได้เลยจ้า
หมายเหตุ :
ทั้งนี้ค่าอุปกรณ์รวม ๆ กันแล้วอาจจะมากกว่า 500 บาท แนะนำให้ทำหลาย ๆ ชิ้น หรือร่วมกันแชร์เงินกับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาของขวัญรับปริญญาด้วยกันก็ได้ค่ะ เพราะจะตกราคาต่อชิ้นไม่แพงมากนัก
2. กล่องสุ่มฟิกเกอร์ (Blind Box)

สำหรับใครที่พอจะรู้ว่าบัณฑิตบางท่านมีความชอบเกี่ยวกับพวกอนิเมะการ์ตูนญี่ปุ่น, การ์ตูนดิสนีย์ หรือจะเป็นตัวการ์ตูนจากซานริโอ้ที่แสนจะน่ารักสุดมุ้งมิ้ง บอกเลยค่ะว่า “กล่องสุ่มฟิกเกอร์ (โมเดล)” เป็นของขวัญที่ตอบโจทย์บุคคลกลุ่มนี้มาก เพราะนอกจากจะเป็นของสะสมที่มีราคาสูงขึ้นทุกปี ก็ยังสามารถนำไปตั้งโชว์หรือจะใส่ในตู้กระจกสะสมโมเดลเป็นงานอดิเรกก็ได้ค่ะ
หากคุณกลัวว่าของขวัญพวกนี้จะดูเป็นเด็กน้อยเกินไปแล้วละก็…เราบอกเลยว่าไม่มีทางค่ะ !!! เพราะวงการนี้ไม่มีการกำจัดอายุหรือเพศ แถมยังเป็นวงการที่เข้าแล้วออกยากมาก 😛 เนื่องจากความโลภที่มีนั้นจะทำให้ผู้ที่เปิดกล่องสุ่มอยากซื้อไปเรื่อย ๆ จนกว่าพวกเขาจะเก็บสะสมได้ครบทุกตัวละคร
อีกทั้งกล่องสุ่มฟิกเกอร์ก็จะสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้รับได้เป็นอย่างมาก เพราะว่าเราไม่มีทางรู้ว่าฟิกเกอร์ในกล่องจะเป็นตัวละครที่โปรดปราน รวมถึงกล่องสุ่มบางซีรีส์ก็จะมีตัวละครพิเศษที่หายากมาก ๆ ไว้คอยจูงใจลูกค้าอีกด้วยนะคะ 🥰
สำหรับใครที่ไม่มั่นใจว่าบัณฑิตที่คุณรู้จักมีความชอบการ์ตูนเรื่องไหนเป็นพิเศษ ทางเว็บไซต์ของเราขอแนะนำเป็นกล่องสุ่มฟิกเกอร์จาก Addams Family, Hirono เวอร์ชั่น 1-3, Disney Princess หรือหากคุณต้องการตัวละครที่เฉพาะเจาะจงก็สามารถหาซื้อตามร้านขายออนไลน์ได้เช่นกันค่ะ เพราะสินค้าพวกนี้เป็นที่ต้องการของตลาดทำให้มีนักสู้หลายท่านยอมเสียเงินซื้อกล่องสุ่มแบบยกเซตเพื่อที่จะได้เสี่ยงดวงเจอตัวละครพิเศษนั่นเองค่ะ
หมายเหตุ :
แต่ที่สำคัญมาก ๆ คุณจะต้องซื้อกล่องสุ่มฟิกเกอร์ที่เป็นลิขสิทธิ์แท้เท่านั้นนะคะ เพราะไม่ว่าใครก็อยากจะสนับสนุนตัวละครหรือผลงานที่ตัวเองชอบเป็นธรรมดาค่ะ การซื้อฟิกเกอร์หรือโมเดลที่เป็นของปลอมนั้นเป็นเหมือนการด้อยค่าความชอบของคนอื่น หากเราไม่ได้ซื้อให้ตัวเองด้วยความเต็มใจก็ควรจะเลือกเป็นลิขสิทธิ์ของแท้ดีกว่าค่ะ (แต่ต่อให้คุณจะซื้อให้ตัวเองก็ควรซื้อของแท้นะคะ 😘 )
3. ต้นไม้มงคล – ต้นไม้ขนาดเล็ก ๆ

ในปัจจุบันต้นไม้ก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งเทรนด์การแต่งห้องหรือโต๊ะทำงานที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก ดังนั้นแล้วหากจะมอบต้นไม้ขนาดเล็กน่ารัก ๆ ที่มาพร้อมกับกระถางสวย ๆ ให้แก่บัณฑิตก็คงจะเป็นโอกาสที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ
ทั้งนี้การเลือกสายพันธุ์ต้นไม้เองก็เป็นจุดที่ไม่ควรมองข้าม แน่นอนว่าของขวัญชิ้นนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่รักต้นไม้ แต่หากเหล่าบัณฑิตที่คุณจะมอบต้นไม้ให้เป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเอาใจใส่ต้นไม้มากนัก เราขอแนะนำให้ซื้อเป็นกระบองเพชรที่ปลูกง่าย ๆ หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นกระถางรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยแบ่งเบาภาระไปได้เยอะเลยค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมว่าขนาดของต้นไม้ควรเป็นต้นเล็ก ๆ ด้วยนะคะ เพื่อที่จะสามารถวางตกแต่งบนโต๊ะทำงานหรือตามชั้นวางกระถางต้นไม้ได้อย่างเป็นระเบียบนั่นเองค่ะ
หมายเหตุ :
หลาย ๆ คนอาจมองว่าของขวัญประเภทนี้ดูไม่ค่อยมีราคาสักเท่าไหร่ เผลอ ๆ อาจจะไม่ถึง 500 บาทด้วยซ้ำ ดังนั้นในกรณีที่คุณอยากให้ของขวัญของตัวเองดูพิเศษและมีราคามากยิ่งขึ้น
เราขอแนะนำให้เลือกซื้อต้นไม้สายพันธุ์สวยแพง ๆ ที่มีความหมายดี ๆ ซึ่งราคาต่อต้นในปัจจุบันนี้ก็ถือว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียวค่ะ โดยจะเริ่มต้นอยู่ที่ 150-200 บาทเป็นอย่างต่ำเลยค่ะ
4. พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank)

ในยุคสมัยที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยอินเทอร์เน็ตทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้กลายเป็น Gadget ในชีวิตประจำวันที่พวกเราทุกคนขาดไม่ได้จริง ๆ ค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนที่จะไปร่วมแสดงความยินดีให้กับเหล่าบัณฑิต พวกเราคงไม่ได้ซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญแก่เหล่าบัณฑิตจบใหม่อย่างแน่นอนค่ะ 🤭 เนื่องจากราคาอย่างต่ำก็เริ่มต้นไปหลายพันบาทไปแล้ว (ฮ่า ๆ)
ดังนั้นสิ่งที่ตีคู่มาพร้อมกับสมาร์ทโฟนเลยก็คือ “Power Bank” หรือแบตเตอรี่สำรองที่มีขนาดเล็กทำให้พกพาสะดวก ยิ่งเป็นรุ่นที่มีความจุแบตฯ สูง ๆ ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อีกทั้งในบางรุ่นก็ออกแบบมาให้มีพอร์ตให้เชื่อมต่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบ Type-C, Lightning (สำหรับ iPhone) รวมถึงแบบ Micro ทำให้คุณสามารถใช้งานได้ทั้งฝั่ง Android และ iOS ได้ในคราวเดียวกันเลยค่ะ
แต่อย่างไรก็ตาม Power Bank ที่เราจะแนะนำในวันนี้จะเป็น Power Bank ขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเบาและสามารถพกพาใส่กระเป๋าทำงานได้อย่างสะดวก อีกทั้งในแง่ของคุณภาพและความปลอดภัยนั้น เรารับรองได้เลยว่ามีมาตรฐานรองรับอย่างแน่นอน ขอสบายใจได้ค่ะ 🙂
หมายเหตุ :
Power Bank ที่มีความจุของแบตฯ สูง ก็ยิ่งมีราคา ขนาด และน้ำหนักมากตามไปด้วย
5. หูฟังไร้สาย

อันดับแรก เราต้องขอเกริ่นก่อนว่าหูฟังไร้สายนั้นมีหลายประเภทมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็น หูฟังแบบคาดหัว, หูฟังอินเอียร์ และหูฟังเอียร์บัด รวมไปถึงหูฟังที่แยกตามประเภทการใช้งาน อย่างเช่น หูฟังเกมมิ่งสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ, หูฟัง Bone Conduction ที่ฟังเสียงผ่านกระดูกหูทำให้ไม่ปวดหู หรือจะเป็นหูฟังบลูทูธติดหมวกกันน็อคสำหรับเพิ่มความปลอดภัยในขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ก็มีค่ะ
แต่ทั้งนี้ประเภทของหูฟังที่ดูเหมือนจะใช้งานได้ครอบคลุมมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น “หูฟังอินเอียร์” เนื่องจากสามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีมาก มาพร้อมกับคุณภาพเสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน แถมยังพกพาสะดวก นอกจากนี้หูฟังอินเอียร์ในปัจจุบันนี้ก็มีจุกสำรองมาให้หลายขนาดอีกด้วยนะคะ
โดยในงบประมาณที่ไม่เกิน 500 บาทนั้นก็มีหูฟังไร้สายให้คุณได้เลือกกันหลากหลายแบรนด์เลยทีเดียว แต่มีแบรนด์อยู่ 1-2 แบรนด์ที่เราอยากจะแนะนำมาก ๆ คือ Lenovo รุ่น LP40 Pro หรือ Baseus รุ่น WM01 – WM02 เพราะนอกจากจะไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้แล้ว คุณภาพของเสียงก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี ส่วนในเรื่องของการดีไซน์ก็ดูล้ำสมัยและยังมีหลากหลายสีสันให้เลือกใช้งานอีกด้วย เอาเป็นว่าหากใครสนใจก็สามารถเข้าไปอ่านรีวิวอย่างละเอียดได้ในลิงก์ที่เราใส่ให้ไว้เลยนะคะ
6. ลำโพงไร้สาย

มีหูฟังไร้สายกันไปแล้ว เรามาเอาใจบัณฑิตที่รักในเสียงเพลง แต่ก็ไม่อยากฟังเพลงคนเดียวด้วยการมอบลำโพงไร้สายเป็นของขวัญกันดีกว่าค่ะ 🙂 เพราะในความเป็นจริงนั้น เวลาที่เราฟังเพลงหรือดูหนัง-ดูซีรีส์ตัวลำโพงที่มาพร้อมกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแม้แต่ Notebook ในบางรุ่นก็ให้คุณภาพเสียงได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ลำโพงเสียงแตกไม่น่าฟัง
แต่แน่นอนว่าลำโพงไร้สายจะเหมาะมาก ๆ สำหรับใช้ดูหนังฟังเพลงในยุคนี้ เพราะเราสามารถวางที่ไหนก็ได้ตามต้องการโดยไม่ต้องกังวลว่าสายจะยาวเพียงพอหรือไม่ แถมยังสามารถปรับลดระดับเสียงได้มากกว่าลำโพงที่ติดกับมาสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอีกด้วยนะคะ
หมายเหตุ :
หากคุณต้องการเพิ่มงบประมาณให้สูงขึ้นอีกหน่อยเพื่อที่จะซื้อลำโพงที่มีคุณภาพเสียงดีมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำลำโพง Anker Soundcore Flare Mini และ JBL Go 3 ลำโพงบลูทูธที่ทางเว็บไซต์ได้ทดลองใช้งานจริงไว้เป็นอีกตัวเลือกให้คุณนะคะ ทั้งนี้คุณสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดต่าง ๆ ที่น่าสนใจได้ตามลิ้งก์ที่เราใส่ไว้ให้ได้เลยค่ะ
7. กล้องฟิล์มใช้แล้วทิ้ง

เมื่อพูดถึง “กล้องถ่ายรูป“ หลาย ๆ คนในที่นี้คงจะทราบกันดีว่ามันมีราคาที่แพงขนาดไหน เพราะกล้องถ่ายรูปสมัยนี้แข่งกันสร้างสถิติเกี่ยวความคมชัด, ระยะการซูม, การโฟกัส รวมถึงเทคโนโลยีในการเก็บแสงต่าง ๆ ที่ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วประเภทกล้องนั้นมีให้เลือกเยอะมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็น กล้อง DSLR, กล้อง Mirrorless, กล้องแอ็คชั่น, กล้องถ่ายใต้น้ำ, กล้องสำหรับถ่าย Vlog หรือกล้องโพลารอยด์เองต่างก็ให้เสน่ห์ของภาพถ่ายที่ต่างกันไป แต่หากจะพูดถึงกล้องถ่ายรูปที่มีราคาไม่แพง แต่มีความเก๋สามารถใช้ในชีวิตประจำวันหรือเอามาเป็นพร็อพสำหรับถ่ายรูปได้ก็ต้องยกให้ “กล้องฟิล์ม” เท่านั้นค่ะ
กล้องฟิล์มนั้นมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและเป็นที่นิยมสุด ๆ ในช่วง ค.ศ. 1880-1890 เพราะถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่ในยุคนั้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาก็ทำกล้องฟิล์มค่อย ๆ เลิกนิยมไปทีละน้อย แต่แต่!! ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่ากระแสกล้องฟิล์มจะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งค่ะ เพราะในวงการเหล่าเซเลบคนดัง รวมถึงไอดอล นักร้อง และนักแสดงต่างก็เริ่มให้ความสำคัญกับแฟชั่นแนววินเทจกันมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันนี้เริ่มมีกล้องฟิล์มหลาย ๆ ยี่ห้อผลิตออกมาวางจำหน่ายจนล้นตลาด โดยจะมีทั้งแบบกล้องใช้แล้วทิ้ง, กล้องทอย และกล้องคอมแพคเลยค่ะ
แน่นอนค่ะว่ากล้องฟิล์มที่เราจะแนะนำให้คุณซื้อเป็นของขวัญในวันนี้จะต้องมีราคาไม่แพง ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก “กล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้ง” นั่นเองค่ะ บอกเลยว่าสิ่งนี้เป็นของขวัญที่เหมาะมาก ๆ สำหรับวันที่สำคัญเช่นนี้ เพราะเหล่าบัณฑิตจะได้ใช้ถ่ายรูปในช่วงเวลาที่ปลื้มปิติเพื่อบันทึกความทรงจำดี ๆ เอาไว้นั่นเองค่ะ
หมายเหตุ :
พยายามเลือกซื้อกล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้งที่ยังไม่หมดอายุนะคะ เพราะแต่ละรอบการผลิตจะระบุปีที่หมดอายุอย่างชัดเจน หากคุณซื้อกล้องฟิล์มที่หมดอายุมาได้ไม่นานนัก ก็ยังพอนำมาถ่ายรูปได้ค่ะ เพียงแต่สีอาจจะเพี้ยนนิดหน่อย แต่หากเป็นกล้องฟิล์มที่หมดอายุนานมากแล้ว ตัวฟิล์มจะเสียค่ะ ไม่สามารถถ่ายรูปได้
ดังนั้นเราควรเผื่อเวลาไว้สำหรับผู้รับของขวัญด้วยนะคะ ว่าพวกเขาต้องการใช้ถ่ายรูปในช่วงไหน ? ขอแนะนำให้ซื้อกล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้งที่มีอายุเหลืออย่างต่ำที่สุด 6 เดือนค่ะ
8. ป้ายสแตนดี้ / ป้ายถือถ่ายรูป

ป้ายสแตนดี้เป็นสื่อโฆษณาอย่างหนึ่งที่รับความนิยมมากในสมัยนี้ ด้วยขนาดที่ใหญ่ สีสันสดใส สามารถมองเห็นได้ชัดเจน แต่กลับมีน้ำหนักที่เบามาก ทำให้คุณสามารถเคลื่อนย้ายตัวป้ายได้อย่างสะดวกสบาย ที่สำคัญคือมาพร้อมกับราคาที่ไม่แพงจนเกินไป
โดยป้ายสแตนดี้ก็มีหลายรูปแบบมากค่ะ ทั้งป้ายสี่เหลี่ยมหรือจะเป็นป้ายที่ตัดขอบตามรูปทรงต่าง ๆ ก็ดี แต่ที่นิยมมากที่สุดเห็นทีคงจะเป็น “ป้ายสแตนดี้ไดคัทรูปคน” ค่ะ ยิ่งเป็นรูปคนยืนที่มีขนาดความสูงเท่ากับคนจริง ๆ ยิ่งเป็นที่ต้องการของวงการติ่งมากกกก แต่ราคาป้ายแบบยืนอาจมีค่าตัวสูงเกินไปสักหน่อย ดังนั้นในงบ 500 บาทนี้เราขอแนะนำให้ซื้อเพียงแค่ป้ายถือก็พอค่ะ แต่แน่นอนว่าราคาอาจจะไม่แพงมาก เพราะป้ายถือมีขนาดเล็กกว่าซึ่งจะเริ่มต้นประมาณ 100 บาทขึ้นไป แต่ถ้าคุณสั่งไปหลาย ๆ รูปก็จะช่วยทำให้บัณฑิตมีพร็อพสำหรับถ่ายรูปสวย ๆ มากขึ้นค่ะ
ป้ายสแตนดี้และป้ายถือถ่ายรูปถือว่าเป็นของขวัญที่สาวกชาวติ่งจะต้องประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ เพราะในช่วงวันเวลาดี ๆ แบบนี้หากมีนักร้องหรือดาราในดวงใจมาร่วมเฟรมด้วยก็คงทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของบัณฑิตกระชุ่มกระชวยได้ทันที และที่สำคัญคือผู้รับของขวัญจะไม่มีทางทิ้งป้ายชิ้นนี้อย่างแน่นอนค่ะ ขอให้คุณสบายใจได้เลยยยยจ้า
หมายเหตุ :
หากเป็นป้ายสแตนดี้แบบยืนเต็มตัว คุณจะต้องซื้อขาตั้งป้ายที่ทำจากเหล็กมาด้วยนะคะ เพื่อที่จะสามารถถ่วงน้ำหนักให้ป้ายสแตนดี้ทรงตัวได้อย่างสวยงามตลอดเวลา
9. พัดลมมือถือ พกพาได้

สำหรับใครที่เคยมีประสบการณ์รับปริญญามาก่อนก็คงจะทราบดีว่าต่อให้อากาศเย็นสดชื่นสักเพียงไหน เหล่าน้อง ๆ บัณฑิตก็ยังต้องมีเหงื่อไหลไคลย้อยกันบ้าง เพราะไม่เพียงแต่ชุดครุยและชุดนักศึกษาที่สวมทับไปหลายชั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องสำอางและความตื่นเต้นเข้าไปอีก ทำให้บัณฑิตทั้งหลายจะต้องมีช่วงเวลาที่ร้อนและหงุดหงิดเป็นธรรมดาค่ะ
แต่สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ได้ง่ายมาก ๆ ถ้าคุณซื้อ “พัดลมแบบมือถือขนาดพกพา” ไปให้เหล่าบัณฑิตได้ใช้ในวันซ้อมและวันปริญญา รับประกันได้เลยว่าจะต้องเป็นของขวัญที่ถูกใจบัณฑิตอย่างแน่นอน อีกทั้งของขวัญชิ้นนี้ก็ยังสามารถให้ได้ทั้งบัณฑิตผู้ชายและผู้หญิงอีกด้วยนะคะ
หมายเหตุ :
ในกรณีคุณอยากให้บัณฑิตรู้สึกเย็นสบายและคล้ายร้อนได้อย่างรวดเร็ว เราขอแนะนำให้ซื้อเป็นพัดลมตั้งโต๊ะแบบไร้สายที่มีขนาดกลาง ๆ ช่วยให้ลมออกมาแรงกว่าพัดลมแบบมือถือค่ะ
นอกจากนี้หากเป็นไปได้คุณควรซื้อพัดลมที่สามารถปรับระดับความแรงของลมได้อย่างเช่น 3-5 ระดับ และควรจะเป็นพัดลมที่ชาร์จไฟด้วยพอร์ต USB แทนที่จะเป็นพัดลมแบบใช้ก้อนแบตเตอรี่ด้วยนะคะ
10. หมอนไดคัท

ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกไว้เลยว่าหมอนใบนี้อาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับการใช้นอนแบบจริง ๆ จัง ๆ แต่อย่างใด แต่ถ้าหากว่าใครต้องการหมอนที่ดูเก๋ไก๋ ถ่ายรูปสวย และเหมาะสำหรับใช้งานเบา ๆ อย่างใช้พิงหรือวางไว้บนตักเองก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยค่ะ ซึ่งสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงอยู่นี้ก็คือหมอนไดคัทค่ะทุกคน
สำหรับหมอนไดคัทก็จะเป็นหมอนที่ถูกนำไปสกรีนรูป จากนั้นก็นำมาตัดตามรูปทรงต่าง ๆ ของตัวแบบ ซึ่งในส่วนนี้คุณก็อาจจะเลือกเป็นรูปของบัณฑิตหรือสัตว์เลี้ยงที่เขารักหรือรูปอะไรก็แล้วที่มีความหมายกับตัวบัณฑิตก็ได้ค่ะ หรือถ้าอยากจะเรียกเสียงหัวเราะจากตัวบัณฑิตคุณก็อาจจะเลือกใช้เป็นรูปเผลอหรือรูปตลกของบัณฑิต อันนี้ก็น่าจะฮากันทั้งงานเลยทีเดียว (อิอิ)
11. ลอตเตอรี่ สลากกินแบ่งรัฐบาล

หมดยุคการให้ดอกไม้ ให้ตุ๊กตา หรือแจกเงินในงานรับปริญญากันแล้วจ้าาาา เพราะนาทีนี้ไม่มีอะไรจะเฮงสู้การเสี่ยงดวงแบบรวยทันใจเหมือนลอตเตอรี่อีกแล้วค่ะ บอกเลยว่าในช่วงวัยเริ่มทำงานเช่นนี้น้อง ๆ ที่จบใหม่จะต้องรีบสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อปรับฐานชีวิตให้มั่นคง ใครที่มีทางบ้านคอยซัพพอร์ตหรือมีความรู้ความสามารถหน่อยก็รอดตัวไปค่ะ เพราะสามารถยืนทรงตัวและก้าวได้เร็วกว่าคนอื่น
แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีโอกาสเช่นนี้ ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะตกต่ำ แถมการแข่งขันก็ยังสูงลิ่ว ทำให้เด็กจบใหม่หางานยากมาก ๆ ในฐานะรุ่นพี่บอกเลยว่าการจะหาเงินได้แต่ละบาทเรียกว่าเลือดตาแทบกระเด็นเลยค่ะ (ฮ่า ๆ) ดังนั้นการเสี่ยงดวงเท่านั้นที่จะตอบโจทย์ที่สุด 😀
หมายเหตุ :
หากคุณต้องการซื้อลอตเตอรี่ให้เป็นของขวัญแก่บัณฑิต ก็สามารถเลือกซื้อได้ตามงบประมาณที่ตั้งใจไว้ได้เลยค่ะ
ในส่วนของตัวเลขสวย ๆ นั้นผู้เขียนคงไม่มีญาณทิพย์ตรัสรู้ได้ค่ะ 😛 แต่อาจจะซื้อเป็นรหัสของรุ่นที่จบ, รหัสนักศึกษา หรือเลขเบอร์โทรตัวท้ายก็ได้ค่ะ ส่วนรูปแบบการห่อของขวัญคุณสามารถยื่นให้เฉย ๆ ก็ได้ หรือจะทำให้เป็นแผงลอตเตอรี่ใหญ่ ๆ ก็ดีค่ะ
ข้อสำคัญเพียงอย่างเดียวคืออย่าซื้อลอตเตอรี่ที่หมดอายุแล้ว และห้ามซื้อลอตเตอรี่ออนไลน์ผ่านแอปฯ เป๋าตังเด็ดขาด เนื่องจากเราไม่สามารถขายต่อ โอนสิทธิ หรือเปลี่ยนมือได้จ้า
13. แก้ว
สำหรับไอเดียของขวัญชิ้นต่อมาก็จะเป็นแก้วค่ะทุกคน แต่ถ้าหากว่าแก้วทั่ว ๆ ไปมันก็จะดูธรรมดาเกินไป ดังนั้นแล้วเราจึงขอนำเสนอเป็นแก้วสลักชื่อหรือแก้วสกรีนภาพ โดยทางร้านจะให้คุณเลือกใส่ข้อความหรือเลือกรูปสำหรับเลเซอร์หรือใช้สกรีนลงไปบนแก้วได้อย่างอิสระ ข้อดีของการให้แก้วเป็นของขวัญก็คือมันสามารถนำไปใช้งานได้จริง อีกทั้งยังดูมีความพิเศษมาก ๆ เพราะว่ามีชื่อหรือรูปของบัณฑิตอยู่บนแก้ว นอกจากนี้แล้วการเปลี่ยนมาใช้แก้วที่สามารถใช้ซ้ำได้ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในการลดจำนวนขยะพลาสติกด้วยนะคะ
14. โฟโต้บุ๊ค
สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับบัณฑิตคนสำคัญเราก็ขอแนะนำเป็นโฟโต้บุ๊คหรือสมุดภาพเลยค่ะ โดยความพิเศษของสมุดภาพที่เรานำมาฝากนี้ก็คือคุณสามารถที่จะเลือกออกแบบโฟโต้บุคเองได้ตั้งแต่รูปเล่มไปจนถึงรูปภาพและธีมการตกแต่งเองเลย ซึ่งขั้นตอนในการทำก็ง่ายมาก ๆ แถมสีสันเองก็ดูสวยงามไม่มีผิดเพี้ยนไปจากของจริงอีกด้วย เอาเป็นว่าใครที่ต้องการของขวัญที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกและเหมาะสำหรับเก็บไว้เป็นความทรงจำก็แนะนำเป็นของขวัญชิ้นนี้เลยค่ะ
15. กรอบรูปลอย

ไอเดียของขวัญชิ้นต่อมาก็คือกรอบรูปลอยค่ะทุกคน ซึ่งถ้าหากใครสงสัยว่ากรอบรูปลอยคืออะไร ? ก็ต้องบอกไว้เลยว่ากรอบรูปลอยคือกรอบที่ไม่มีขอบหรือไม่มีตัวกรอบด้านข้าง โดยจะมีเพียงแค่ตัวของรูปภาพอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งกรอบรูปลอยนั้นจะพิมพ์ลงบนตัววัสดุที่แตกต่างกันออกไปและมีหลากหลายขนาดให้เลือก
กรอบรูปลักษณะนี้จะเป็นกรอบที่นอกจากจะสวยงามเหมาะสำหรับเก็บไว้เป็นความทรงจำได้แล้ว เหมาะสำหรับนำมาตกแต่งบ้าน เพราะว่าตัวกรอบนั้นดูโมเดิร์นทันสมัย สามารถเข้ากับการตกแต่งบ้านได้หลากหลายสไตล์นั่นเอง รับรองว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่จะสร้างความประทับใจให้กับบัณฑิตได้ไม่ใช่น้อย
หมายเหตุ :
การเลือกซื้อกรอบรูปลอยเราก็ขอแนะนำให้เลือกไฟล์รูปที่มีความละเอียดสูงหน่อยนะคะ เพื่อที่ว่ารูปจะได้ไม่แตกเมื่อนำไปขยายให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นนั่นเอง
อีกทั้งอย่าลืมดูตัววัสดุและสีของรูปจากผลงานจริง ๆ ของทางร้านด้วยนะคะ โดยในส่วนนี้ก็แนะนำให้ตรวจสอบได้จากความคิดเห็นของลูกค้าท่านอื่นได้เลยจ้า
16. เสื้อสกรีน
สำหรับไอเดียสุดท้ายท้ายสุดที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ก็คือเสื้อกรีนนั่นเองค่ะ โดยไอเดียนี้เรามองว่านอกจากจะมอบให้กับบัณฑิตคนพิเศษได้แล้ว สำหรับใครต้องการมอบให้กับเพื่อนหรือคนรู้จักหลาย ๆ คนก็สามารถสั่งทำเสื้อสกรีนที่คุณสามารถเลือกออกแบบให้กลายเป็นของที่ระลึกจากตัวของคุณเองได้นะคะ เสื้อกรีนนอกจากจะเป็นของขวัญที่มีความหมายทั้งสำหรับตัวผู้ให้และผู้รับแล้วนั้น มันก็ยังเป็นของขวัญที่สามารถนำมาใช้งานได้ด้วยนะคะทุกคน
17. ตุ๊กตาดินปั้นแบบ DIY

ตุ๊กตาดินปั้นที่งานสำเร็จรูปจะมีราคาสูงอยู่สักเพราะเป็นงานแฮนเมดที่มีละเอียดยิบย่อยเยอะมาก หากใครสะดวกจะสั่งทำก็ต้องเพิ่มเงินอีกสักหน่อยค่ะ แต่ในงบประมาณที่วันนี้เราตั้งไว้ไม่เกิน 500 บาทนั้นทำให้พวหเราต้องเปลี่ยนมาซื้ออุปกรณ์ปั้นเอง ดังนั้นใครที่พอจะมีฝีมือในส่วนนี้ก็จะช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะเลยค่ะ
หรือถ้าหากใครยังไม่มีประสบการณ์จะลองซื้อมาปั้นเล่น ๆ สักชุดดูก่อนก็ได้ค่ะ บอกเลยว่าไม่ยากอย่างคิด เพราะไม่จำเป็นต้องติดกาวเพื่อต่อชิ้นส่วน แถมยังปั้นขึ้นรูปทรงง่าย เมื่ออบแห้งแล้วเนื้อเนียนสวย ที่สำคัญคือปลอดภัยไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอนค่ะ ในส่วนของงานปั้นรูปใบหน้า หากคุณไม่ชำนาญจริง ๆ แนะนำให้ซื้อแม่พิมพ์ซิลิโคน 3D ได้ค่ะ รับรองว่าออกมาสวยจึ้ง!!!
หมายเหตุ :
เมื่อปั้นเสร็จแล้ว แนะนำให้ซื้อเป็นที่ครอบอะคริลิคสำหรับโชว์งานปั้น เพื่อที่จะได้ป้องกันไม่ให้ตุ๊กตาเสียหายระหว่างเคลื่อนย้าย อีกทั้งยังช่วยป้องกันฝุ่นเกาะได้ด้วย สามารถนำมาตั้งโชว์ตกแต่งบ้านหรือบนโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ
18. เลโก้ดอกไม้ DIY
สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนจากดอกไม้สดมาเป็นดอกไม้ที่สามารถตั้งโชว์ได้โดยที่ฝุ่นไม่เกาะ เราขอแนะนำเป็นเลโก้ดอกไม้แบบ DIY ที่มีฝาครอบมาให้ในด้วย ถือว่าเป็นของขวัญที่ต้องลงมือทำเอง และจะต้องใช้ความตั้งใจ รวมถึงระยะเวลาในการต่อพอสมควร แม้จะดูเหมือนเป็นของขวัญเรียบง่ายที่มีราคาไม่แพง แต่รับรองว่าถูกใจคนรับอย่างแน่นอนค่ะ ในส่วนของสายพันธุ์ดอกไม้นั้นเพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกดอกไม้ที่บัณฑิตชอบได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ดอกทิวลิป, ดอกทานตะวัน, ดอกคาร์เนชั่น หรือดอกกุหลาบก็ให้เลือกเยอะมาก
วิธีเลือกซื้อของขวัญรับปริญญา งบ 500 บาท
ถึงแม้ว่าของขวัญรับปริญญาในครั้งนี้จะอยู่ในงบประมาณที่ไม่เกิน 500 บาทก็จริง แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนเลยค่ะว่าตัวเลือกของขวัญเองก็ค่อนข้างที่จะเยอะและหลากหลายมาก ๆ ซึ่งนี่ก็อาจจะทำให้หลาย ๆ คนเกิดความลังเลหรือไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกซื้อของขวัญรับปริญญามาฝากทุก ๆ คนกันค่ะ
1. เลือกของขวัญให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์
ในเรื่องของงบประมาณเราก็คงไม่ต้องไปซีเรียสอะไรมากแล้วค่ะ เพราะถึงอย่างไรเราก็มีงบที่ค่อนข้างจะชัดเจนอยู่แล้ว แต่สิ่งแรกที่เราอยากจะให้พิจารณานั่นก็คือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต หากว่าเราเลือกของขวัญที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของบัณฑิตแล้วละก็ นอกจากของขวัญชิ้นนั้นจะถูกอกถูกใจตัวของบัณฑิตแล้ว มันก็ยังจะเป็นของขวัญที่มีประโยชน์ต่อการใช้งานจริงมาก ๆ เลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าบัณฑิตเป็นคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายมาก ๆ เราก็สามารถหาซื้อเป็นหูฟังไร้สายเพื่อที่จะช่วยให้การออกกำลังกายราบรื่นและเป็นอิสระมากขึ้น โดยที่ไม่มีพวกสายหูฟังมากวนใจนั่นเองค่ะ
2. เลือกของขวัญที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ
สำหรับใครที่ต้องการของขวัญที่มีความพิเศษไม่ซ้ำใคร ไม่อยากได้ของขวัญที่หาซื้อได้ทั่ว ๆ ไป อันนี้เราก็ขอแนะนำเป็นของขวัญประเภทที่ต้องสั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ อย่างเช่นไอเดียโฟโต้บุ๊คหรือหมอนไดคัทที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั่นเองค่ะ ความพิเศษของขวัญประเภทนี้ก็คือมันเป็นของขวัญที่มีคุณค่าและมีความหมาย ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความรัก ความห่วงใย และความเอาใจใส่ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นมันจึงเหมาะที่จะมอบให้กับคนพิเศษ อย่างคนรัก, เพื่อนสนิท หรือคนที่คนรู้สึกพิเศษมาก ๆ เลยทีเดียวค่ะ
3. เลือกของขวัญที่สามารถนำไปใช้งานได้
แต่ถ้าหากว่าใครยังเลือกไม่ถูกหรือยังไม่มีไอเดียของขวัญเลยแม้แต่น้อย ในส่วนนี้เราก็ขอแนะนำให้คำนึงถึงเรื่องของการใช้งานเป็นหลัก พยายามเลือกของขวัญที่สามารถใช้งานได้จริงและมีประโยชน์ก็จะถือเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น หมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ เป็นต้น เพราะเชื่อเลยว่าทุกคนต่างก็ต้องการการพักผ่อนนอนหลับที่เพียงพอและมีคุณภาพ ดังนั้นแล้วหมอนดี ๆ สักใบคงจะช่วยได้อย่างแน่นอน สำหรับข้อนี้เราก็ของสรุปง่าย ๆ ก็คือให้เลือกซื้อจากประโยชน์ในการนำไปใช้งานนั่นเองค่ะ
บทส่งท้าย
และนั่นก็คือทั้งหมดของไอเดียในวันนี้ค่ะ อย่างไรก็ดีเราก็ต้องขอออกตัวก่อนค่ะว่าถึงแม้ว่าของขวัญเหล่านี้จะมีราคาไม่เกิน 500 บาทก็จริง แต่เชื่อเถอะค่ะว่าตัวบัณฑิตเองก็ไม่ได้มองเรื่องของจำนวนเงินเป็นหลักอย่างแน่นอน เพราะถึงอย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่มีความหมายสำหรับบัณฑิตมากที่สุดนั่นก็คือการได้ร่วมถ่ายรูปและได้เห็นคุณในวันที่เขาประสบสำเร็จเพียงแค่นั้นเอง เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราก็ไม่อยากให้คุณต้องเป็นกังวลหรือกดดันเรื่องของราคามากนัก แนะนำว่าให้เลือกซื้อของขวัญในราคาที่คุณจ่ายไหวและไม่เดือดร้อนในภายหลัง โดยอาจจะเป็นราคา 400-500 บาทหรือแม้แต่ของขวัญราคา 100-200 บาทเองก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยค่ะ แต่สิ่งที่เราอยากจะแนะนำอีกอย่างนั่นก็คืออย่าลืมที่จะเขียนคำอวยพรใส่ลงไปการ์ดใบเล็ก ๆ ให้กับบัณฑิตด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ของขวัญของคุณก็จะกลายเป็นของขวัญชิ้นพิเศษมากขึ้นคูณสิบไปเลยค่ะ สำหรับวันนี้เราก็ต้องขอตัวลากันไปก่อน แล้วคราวนี้หน้าเราจะมีไอเดียของขวัญในโอกาสอะไรมาแนะนำกันนั้นก็อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ Best Review Asia ของเรากันด้วยนะคะ