ความคืบหน้า วัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 [ประจำเดือน กรกฎาคม 2563]

[ประจำเดือน กรกฎาคม 2563]

เราเชื่อว่าตอนนี้หลาย ๆ คนก็ต่างตั้งความหวังให้มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่สามารถคิดค้นวัคซีนป้องกัน COVID-19 ได้เสียที เพราะแต่ตั้งมีเชื้อไวรัศโคโรน่าระบาดไปทั่วโลก มักส่งผลให้มีผู้คนเจ็บป่วยและล้มตายเป็นจำนวน การสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงแต่กระทบจิตใจใครคนใดคนหนึ่งแน่นอนค่ะ แต่ทุกคนต่างต้องรับผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ บางคนไม่ได้เป็นติดเชื้อ COVID-19 แต่ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้ต้องตกงาน ทั้งยังไม่ได้จัดอยุ่ในกลุ่มที่ได้รับการเยี่ยวยาจากรัฐบาล (เงินเยียวยาประกันสังคม, เงินเยียวยาเกษตรกร, เงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง, เงินเยียวยาคนพิการ) หรือไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐจากผลกระทบโควิดได้ จนทำให้คุณเริ่มเครียดและมีความกังวลต่อความมั่นคงในอนาตค หากมีวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่สามารถหยุดเจ้าเชื้อร้ายตัวนี้ได้ ปัญหาหลาย ๆ อย่างก็คงจะหมดลง ซึ่งวันนี้เราก็ได้มีข่าวความคืบหน้ามาฝากแก่ทุกคนกันค่ะ เพื่อที่จะได้มีกำลังใจสู้กับโรค COVID-19 ไปด้วยกัน 🙂

ความคืบหน้าของวัคซีนป้องกัน COVID-19

ในตอนนี้นักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังพยายามพัฒนาวัคซีนต่อต้าน COVID-19 โดยปัจจุบันมีนักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 140 ราย ที่แจ้งให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ทราบ

ซึ่งโดยปกติแล้วการคิดค้นวัคซีนนั้น จะใช้เวลาในการทดสอบเป็นเวลาหลายปี รวมถึงอาจจะเป็นมีเวลานานยิ่งขึ้นสำหรับกระบวนการผลิตอีกด้วย แต่ในตอนนี้นักวิจัยต่างก็หวังว่าจะพัฒนาวัคซีน Coronavirus หรือ COVID-19 ให้เร็วที่สุดภายใน 12 ถึง 18 เดือน

สำหรับความคืบหน้าในเรื่องของวัคซีนป้องกัน COVID-19 นั้น องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ แจ้งความคืบหน้ามีการทดลองวัคซีนในมนุษย์แล้วโดยจะแบ่งความคืบหน้าดังนี้

1. มีการทดสอบวัคซีนในระยะที่ 3 ( 3 ชนิด )

ระยะที่ 3 การทอสอบนั้นจะใช้วัคซีนให้กับคนหลายพันคน เพื่อยืนยันความปลอดภัยรวมถึงผลข้างเคียงที่หายาก และประสิทธิภาพของวัคซีน แน่นอนว่าการทดลองเหล่านี้จะต้องใช้ขั้นตอนกับคนกลุ่มที่ได้รับยาหลอกด้วย (สามารถอ่านต่อได้ในข้อหัวถัดไปค่ะ)

ซึ่งเป็นของบริษัทผลิตยาประเทศจีนที่ชื่อว่า “Sinovac” วัคซีนได้แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือในช่วงแรกของการทดสอบ และตอนนี้กำลังเข้าสู่การทดลองระยะที่ 3 ในบราซิล

และสำหรับอีกชนิดเป็นของมหาวิทยาลัย “Oxford (ออกซ์ฟอร์ด)” กับบริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่อย่าง “AstraZeneca (แอสตร้าเซเนกา)” ที่ทำงานร่วมกัน วัคซีนของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดนั้นส่งผ่านไวรัสชิมแปนซีหรือที่เรียกว่าเวกเตอร์วัคซีน เวกเตอร์นี้มีรหัสพันธุกรรมของ Spikes ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบใน Coronavirus หรือโรค COVID-19 และทำให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งในร่างกายมนุษย์ วัคซีนตัวนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดีในระยะที่ 2 ไปยังระยะการทดลองที่ 3 ในแอฟริกาใต้และบราซิล เช่นกันค่ะ

นอกจากนี้ยังมี “มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น” และ “สถาบันวิจัยเด็กเมอร์ด็อก” ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเด็กเมอร์ด็อกในออสเตรเลีย กำลังทำการทดลองระยะที่ 3 โดยใช้วัคซีนวัณโรคอายุเกือบ 100 ปี ซึ่งวัคซีนตัวนี้อาจจะไม่สามารถะป้องกัน COVID-19 ได้โดยตรง แต่อาจเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่ไม่เฉพาะเจาะจงของร่างกายได้ค่ะ




2. มีการทดสอบระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2

ระยะที่ 1 นักวิจัยจะทดสอบวัคซีนกับมนุษย์ในคนกลุ่มเล็ก ๆ ก่อน เพื่อตรวจสอบว่าวัคซีนนั้นมีความปลอดภัยหรือไม่ และเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่กระตุ้น

ระยะที่ 2 นักวิจัย-จะทดสอบวัคซีนกับมนุษย์แก่คนหลายร้อยคน เพื่อให้สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยและปริมาณที่ถูกต้องที่จำเป็นต้องใช้กับมนุษย์

ซึ่งเป็นของบริษัทผลิตยาประเทศจีนเช่นกันค่ะจาก “CanSino Biologics” และ “Beijing Institute of Biotechnology (สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพปักกิ่ง)” ปัจจุบันมีรายงานผลการทดสอบอยู่ในระยะที่ 2 ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลจากการทดลองก็ตาม แต่วัคซีนตัวนี้ได้รับการรับรองให้ใช้ในกองทัพ และก็ไม่มีความชัดเจนว่าจะเผยแพร่ในวงกว้างอย่างไร…

นอกจากนี้ยังมีบริษัท เทคโนโลยีชีวภาพของอเมริกัน “Modera” และ “NIAID” ที่เริ่มมีการอัพเดทความคืบหน้าทางวารสารไปบ้างแล้ว ซึ่งตอนนี้กำลังพัฒนาในผู้อาสารับวัคซีนโดยใช้ Messenger RNA (หรือ mRNA สั้น ๆ ) เพื่อหลอกร่างกายให้ผลิตโปรตีนจากไวรัส

ซึ่งอันที่จริงแล้วนั้น ไม่ได้มีเพียงแต่บริษัทที่กล่าวมาเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายที่ ที่เริ่มทดลองในคน

3. วัคซีนที่อยู่ในการทดลองในสัตว์

ในขั้นตอนก่อนการทดสอบกับมนุษย์นั้น ทางนักวิจัยจะให้วัคซีนกับสัตว์ เพื่อดูว่ามันกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันหรือไม่ สำหรับวัคซีนที่อยู่ในการทดลองในสัตว์ที่ได้แจ้งไปยังองค์การอนามัยโลกนั้น ตอนนี้มีทั้งหมด 140 ชนิด โดย 4 ชนิดในนั้นมีของประเทศไทยรวมอยู่ด้วยค่ะ ซึ่งเป็นของ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” 2 ชนิด และของบริษัท “BioNet-Asia” 1 ชนิด ส่วนชนิดสุดท้ายเป็นของ “มหิดลร่วมกับองค์การเภสัช”




การทดสอบในระยะที่ 3 คืออะไร

สำหรับการทดสอบในระยะที่ 3 นั้น หลายคนอาจจะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง มีการทดสอบอย่างไร เราจะมาอธิบายอย่างคร่าว ๆ กันค่ะ การทดสอบในระยะที่ 3 จะเป็นการทดสอบในกลุ่มคนในหมู่มาก เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวัคซีนอย่างชัดเจน ซึ่งจะต้องไปศึกษาในประเทศที่มีการระบาดของโรค COVID-19 สูง โดยจะแบ่งเป็นการฉีดวัคซีนป้องกันหรือรักษา COVID-19 และแบบให้กินยาหรือวัคซีนที่ไม่ใช่ตัวรักษาโรค COVID-19 จริง ๆ

ดังนั้นประเทศที่ไม่มีการระบาดของโรค COVID-19 สูง ๆ อย่างประเทศไทย จึงทำให้เป็นอุปสรรคในการทดลอง หากอยากได้ผลการทดสอบที่แม่นยำจำต้องไปทอสอบที่มีการระบาดต่างประเทศ

หากมีการทดสอบแล้วว่าสามารถผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการป้องกันหรือรักษา COVID-19 ได้จริงแล้ว วัคซีนตัวอื่นที่เหลือในระยะที่ 3 จะไม่มีการทดสอบแบบหลอกใช้ยาที่ไม่ใช่ตัวรักษา COVID-19 ได้อีก เพราะจะต้องใช้วัคซีนเหล่านั้นมาทดสอบเทียบกับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อหลักจริยธรรมที่ถูกต้อง และเพื่อต้องการผลที่แน่ชัดว่าวัคซีนตัวไหนจะมีคุณภาพมากกว่ากัน

ขอบคุณข้อมูลที่มาจาก: องค์การอนามัยโลก (WHO) อัปเดตล่าสุด 20 กรกฎาคม และ จาก Facebook Yong Poovorawan หรือ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ซึ่งตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ก็คงเป็นการรอคอยข่าวดีที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อย่างมีความหวังนะคะ และระหว่างที่รอนั้น ก็ไม่ควรละเลยที่จะป้องกันตัวเองจาก COVID-19 ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้าก่อนออกจากบ้าน (หน้ากากอนามัย,​ หน้ากากผ้า, หน้ากากผ้าทำเอง, หน้าผ้าจากเสื้อยืดที่ไม่ใช้แล้ว), การพกแอลกอฮอล์เจลล้างมือ,​ การหมั่นล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่บ่อย ๆ , การเว้นระยะห่างจากผู้คนหรือ Social Distancing

ซึ่งทุกอย่างจะต้องยังคงมาตรฐานเดิมไว้เสมอ แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ในประเทศไทยเริ่มจะดีขึ้น แต่ก็อย่างพึ่งนิ่งนอนใจไปค่ะ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าความโชคร้ายจะมาถึงตัวตอนไหนบ้าง ดังนั้นอะไรที่สามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้ก็ควรจะทำก่อน อย่างสำนวนสุภาษิตที่หลาย ๆ คนมักพูดกันว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” นะคะ 🙂

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkhla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Related Posts

Next Post