ถึงแม้ว่าเราจะได้ทราบข่าวดีในเรื่องของวัคซีนโควิด 19 ที่มีหลายบริษัทรายงานผลทางวิชาการว่ามันสามารถป้องกันโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งหนึ่งในวัคซีนคุณภาพเหล่านั้นยังได้มีการตกลงซื้อขายกับประเทศไทยไปแล้วเรียบร้อย และคาดว่าประชาชนจะได้รับการฉีดในอีกไม่นานนี้
แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะต้องตระหนักคือการป้องกันตัวเองไม่ให้เชื้อเกิดการแพร่กระจายและรุนแรงเพิ่มมากขึ้นภายในประเทศของเรา ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันที่ไม่ดี เพราะถ้าหากติดเชื้อโควิด 19 ก็อาจทำให้อาการหนักและร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบว่าโรคประจำตัวที่ตัวเองเป็นนั้นเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลและวิธีการดูแลตนเองสำหรับ ‘กลุ่มเสี่ยงโควิด 19 ที่เมื่อติดแล้วจะมีอาการหนัก’ มาฝากกันครับ
กลุ่มเสี่ยงโควิด 19 ที่เมื่อติดแล้วจะมีอาการหนัก
กลุ่มคนที่เสี่ยงโควิด 19 ที่ติดแล้วอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ
- กลุ่มเสี่ยงสูง
- กลุ่มเสี่ยงปานกลาง
ผู้ที่เข้าข่าย กลุ่มเสี่ยงสูง
- กลุ่มคนที่มีการปลูกถ่ายอวัยวะ
- กลุ่มคนที่มีการรักษาโรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัด, แอนติบอดี รวมไปถึง การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด
- กลุ่มคนที่รักษาโรคมะเร็งปอดด้วยรังสี
- กลุ่มคนที่รักษาโรคมะเร็งแล้วมีผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันในร่างกาย เช่น ยาในกลุ่ม protein kinase inhibitors หรือ PARP inhibitor
- กลุ่มคนที่เป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือดหรือไขกระดูก เช่น ลูคีเมีย, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือโรคเอ็มเอ็ม
- กลุ่มคนที่มีการปลูกถ่ายไขกระดูกหรือสเต็มเซลล์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา รวมไปถึงคนที่ใช้ยาที่ใช้กดภูมิคุ้มกัน
- กลุ่มคนที่แพทย์จัดให้อยู่ในภาวะโรคปอดเรื้อรัง เช่น โรคซีสติกไฟโบรซีส, โรคหืด หรือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
- กลุ่มที่มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เช่น โรคภูมิคุ้นกันบกพร่อง หรือ โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว
- กลุ่มคนที่รับประทานยาซึ่งทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อ เช่น สเตอรอยด์ หรือ ยาที่ใช้กดภูมิคุ้มกัน
- กลุ่มคนท้องที่มีภาวะโรคหัวใจร่วมด้วย
- กลุ่มคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับม้ามหรือมีการตัดม้ามมาก่อนหน้านี้
- กลุ่มผู้ใหญ่ที่เป็นดาวน์ซินโดรม
- กลุ่มคนที่เป็นโรคไตระยะที่ 5 หรือมีการฟอกเลือด
ผู้ที่เข้าข่าย กลุ่มเสี่ยงปานกลาง
- ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
- โรคหัวใจ อย่างเช่น หัวใจล้มเหลว
- โรคเบาหวาน
- โรคไตเรื้อรัง
- โรคตับ
- มีภาวะที่ส่งผลต่อสมองและเส้นประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน, โรคของเซลล์ประสาทสั่งการ, โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือภาวะสมองพิการ
- ตั้งครรภ์
- คนอ้วนมาก (ค่า BMI ตั้งแต่ 40 ขึ้นไป)
- ติดบุหรี่
วิธีการดูแลตนเองสำหรับคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงโควิด 19
1. พยายามอย่าออกนอกบ้าน
สำหรับคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เพื่อความปลอดภัยแก่ตัวเอง เราแนะนำให้คุณอยู่ในบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำให้ หากมีธุระสำคัญจริง ๆ จึงค่อยออกจากบ้าน และควรปฏิบัติตามดังนี้
-
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่คนพลุกพล่านและแออัด
- พูดคุยหรือสื่อสารกับผู้คนแบบจำกัดจำนวนคน
- ควรกำหนดเวลาในการออกจากบ้านให้น้อยที่สุด
2. วัยทำงาน
ในช่วงที่สถานการณ์โควิดกำลังน่าตึงเครียด อย่างเช่นที่กำลังระบาดระลอก 2 ในประเทศไทย ถ้าหากเป็นไปได้เราขอแนะนำให้คุณ ทำงานที่บ้าน (Work from home) หรือควรจะปรึกษาหัวหน้าเพื่อหาทางออกร่วมกันในการทำงาน เพราะอย่าลืมว่าชีวิตและสุขภาพของเราสำคัญมาเป็นอันดับแรกเสมอ
3. วัยเรียน
หากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยมีประกาศปิดแล้วให้ เรียนผ่านช่องทางออนไลน์ แทน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อกลุ่มเสี่ยงครับ แต่ถ้าหากโรงเรียนไหนที่ยังเปิดอยู่ เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง เราแนะนำให้ระมัดระวังตัวเองให้ดี พยายามสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ให้บ่อยครั้งเท่าที่จะทำได้
สำหรับใครที่เป็นผู้ปกครองเด็กเล็กไปจนถึงเด็กวัยประถม เรามีบทความเคล็ดลับต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ลูกหลานของคุณสามารถเรียนหนังสือจากที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น “คำแนะนำ ช่วยเด็กวัยเนอสเซอรี่ 2-4 ขวบ เรียนจากที่บ้าน” และ “คำแนะนำ ช่วยเด็กวัยอนุบาล-ประถม (4-12 ขวบ) เรียนจากที่บ้าน” คุณสามารถเข้าไปอ่านกันเลยครับ
4. การซื้ออาหาร, ยา หรือช็อปปิ้ง
การซื้ออาหารเราอยากแนะนำให้คุณซื้อผ่านช่องทางรถส่งอาหาร (Delivery) เช่น GrabFood , LINEMAN หรือ Food Panda ในส่วนของยาและการช็อปปิ้งแบบจิปาถะนั้นก็ควรซื้อผ่านแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ซื้อของออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อนอกบ้าน เมื่อต้องออกไปรับของตัวเองแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งและเน้นการจ่ายเงินด้วยระบบออนไลน์ที่ตัดผ่านบัญชีหรือบัตรต่าง ๆ มากกว่าการชำระเงินสด ที่สำคัญหากสามารถทำได้คุณควรให้ผู้ส่งของวางของไว้หน้าบ้านแล้วคุณค่อยไปรับจะดีที่สุดครับ
วิธีการดูแลตนเองสำหรับคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงปานกลางโควิด 19
ถ้าหากคุณถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของคนที่มีความเสี่ยงปานกลาง สิ่งที่คุณควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดคือ การเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองติดเชื้อ หรือไปแพร่กระจายเชื้อให้กับคนอื่น นอกจากนี้คุณก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ในเรื่องของยารักษาโรคและวิธีการดูแลตนเองด้วยครับ
อย่างไรก็ดีไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโควิด 19 หรือไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเสมอคือความรับผิดชอบต่อสังคม ที่จะต้องใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือให้บ่อย ๆ รวมไปถึงเช็กอาการของตัวเองด้วยว่า รู้สึกไม่สบาย มีอาการปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ หรือไม่ ? นอกจากนี้ยังต้องเช็คข้อมูลด้วยว่า เมื่อไหร่ควรไปตรวจโควิด 19 เพราะถ้าหากอาการของเราเข้าค่ายที่จะติดโรค เราจะได้รีบไปตรวจและรักษาโรคได้ทันท่วงที (ตรวจโควิดได้ที่ไหนบ้าง)
ขอบคุณข้อมูลจาก National Health Service (NHS) และ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล