วิธี ช่วยเด็กวัยเนอสเซอรี่ 2-4 ขวบ เรียนรู้จากที่บ้าน

ตั้งแต่ต้นปีเมื่อปีที่แล้วประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลกต่างเผชิญปัญหากับไวรัสหรือที่เราเรียกกันว่าติดเชื้อโคโรน่าไวรัส (โควิด19) ในครึ่งปีแรกดูเหมือนเราจะใช้ชีวิตกันลำบากมากขึ้นและมีข้อจำกัดในการเดินทาง สำหรับต้นปี 2564 นี้ก็เกิดฝันร้ายขึ้นกับเราอีกครั้งเพราะโควิด 19 มีการระบาดรอบที่ 2 ในประเทศไทย ซึ่งรอบนี้เชื้อไวรัสก็แพร่กระจายเป็นวงกว้างทำให้ 28 จังหวัดกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องมีการเฝ้าระวังและควบคุมเป็นพิเศษ โดย 28 จังหวัดที่กล่าวถึงได้แก่ กรุงเทพฯ, ตาก, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, นครนายก, กาญจนบุรี, นครปฐม, ราชบุรี, สุพรรณบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, สมุทรปราการ, จันทบุรี, ชลบุรี, ตราด, ระยอง, ชุมพรและระนอง  เนื่องจาก 28 จังหวัดเหล่านี้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด รัฐบาลจึงมีมาตรการปิดโรงเรียนเป็นการพิเศษในระหว่างวันที่ 4-31 มกราคม 2564 ทำให้นักศึกษาหรือนักเรียนต้องเรียนออนไลน์ผ่านจากที่บ้านค่ะ

แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก ๆ วัยเนอสเซอรี่อายุ 2-4 ขวบ อาจมีความกังวลหากลูกต้องเรียนออนไลน์จากที่บ้าน เนื่องจากไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะเด็กวัยนี้ยังไม่ค่อยมีสมาธิที่จะใจจดใจจ่อกับการเรียนมากนัก เรารู้ว่าผู้ปกครองหลาย ๆ ท่านก็ไม่ได้มีความสามารถที่จะสอนเด็ก ๆ ได้ดีเหมือนครูหรือผู้ดูแลเด็กที่ได้รับการอบรมมาเป็นพิเศษ แต่เมื่อเราจำเป็นต้องป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด โดยการอยู่บ้านหยุดเชื้อช่วยชาติ เราจึงต้องหาวิธีหรือเคล็ดลับที่จะช่วยให้เด็กวัยนี้สามารถเรียนรู้ในช่วงการเรียนผ่านออนไลน์ได้ ซึ่งเราขอบอกเลยว่าเด็ก ๆ จะได้รับประโยชน์มากมายจากสิ่งที่คุณตั้งใจจะมอบให้อย่างแน่นอนค่ะ เพราะการฝึกเรียนที่บ้านนั้นสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ ได้มากขึ้น วันนี้เราเลยมีคำแนะนำช่วยเด็กวัยเนอสเซอรี่ 2-4 ขวบ เรียนจากที่บ้านมาฝากกันค่ะ

เด็กๆช่วยทำสวน
เปิดโอกาศให้เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ผ่านกิจกรรมใกล้ตัว เช่น กวาดใบไม้ ทำสวน

วิธีช่วยเด็กเล็กเรียนที่บ้าน

คุณสามารถช่วยให้ลูกของคุณเรียนรู้ผ่านสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณทำกับพวกเขา เช่น

  • ใช้บทสนทนาในชีวิตประจำวันในการเรียนรู้
  • ทำให้เด็ก ๆ เชื่อว่าเรากำลังเล่นอยู่ด้วยกัน ผ่านของเล่นที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก
  • ใช้เกมที่มีตัวเลขหรือตัวอักษร
  • หาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ๆ ในสิ่งที่คุณกำลังทำ เช่น ทำงานบ้านและใช้เวลาพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องงานบ้านโดยสอดแทรกความรู้เข้าไปด้วย
  • ร่วมอ่านหนังสือด้วยกัน

หนังสือภาพสำหรับเด็ก เวอร์ชันภาษาอังกฤษ

หนังสือภาพสำหรับเด็ก เวอร์ชันภาษาไทย

ค้นหาความคิดสำหรับสิ่งใหม่ ๆ ที่คุณสามารถลองทำได้ คุณไม่จำเป็นต้องกำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจนหรือวางแผนกิจกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการเรียนรู้โดยเฉพาะ เพราะกิจกรรมเหล่านี้เราสามารถสร้างขึ้นได้เองในชีวิตประจำวันและปรับเปลี่ยนทำให้เป็นเหมือนการเล่นและการเรียนรู้ไปพร้อมกันได้

เด็กกำลังวาดรูป
เรียนรู้ผ่านการเล่น เด็กๆ กำลังวาดรูป ระบายสี

แน่นอนว่าคุณรู้จักลูกของคุณดีที่สุดเพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการบังคับให้พวกเขาเข้าร่วมกิจกรรมที่เขาไม่ถนัด ไม่มีความสุขที่จะทำและต้องใช้เวลานาน เพราะเด็ก ๆ วัยนี้มักจะมีสมาธิและความจดจ่อในระยะเวลาที่สั้นกว่า วิธีนี้สามารถหยุดพวกเขาจากอาการเบื่อหรืออารมณ์หงุดหงิดได้ และจะส่งผลพวกเขากระตือรือร้นในการเรียนรู้มากขึ้น

รักษากิจวัตรที่เคยทำเป็นประจำ

พยายามทำกิจวัตรประจำวันทุกวันอย่างเต็มที่ให้เหมือนกับตอนที่ลูกของคุณเคยทำในโรงเรียน อย่างไรก็ตามเด็ก ๆ จะรู้สึกสบายใจมากขึ้นกับกิจวัตรที่เขาเคยทำมาแล้วและเป็นระเบียบแบบแผนที่ทำมาตลอด เช่น

  • เด็ก ๆ ได้ตื่นและเข้านอนในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน
  • มีเวลารับประทานอาหารตามปกติ
  • แปรงฟันก่อนนอนและหลังทานอาหาร
  • มีเวลาเล่นและใช้เวลายามว่างในการพัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์
  • ปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งโทรทัศน์อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน

เพิ่มกิจกรรมที่บ้าน ที่ทำให้เขารู้สึกตื่นตัว

เด็กเล็กควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวันและจะดีมากหากคุณมีโอกาสพาเด็ก ๆ ออกนอกบ้านเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ทุกวัน แต่อย่าลืมเช็กสถานที่เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยสำหรับเด็ก และที่สำคัญรักษาระยะห่าง Social Distancing ระหว่างบุคคลอื่นอยู่เสมอด้วยนะคะ

เด็กกำลังเล่นของเล่น
รักษาระยะห่างทุกครั้งที่มีโอกาสพาเด็กออกไปเล่นนอกบ้าน

แต่หากคุณกังวลเกี่ยวกับการพาเด็กออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ในบ้านก็มีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้เด็ก ๆ กระตือรือร้นและตื่นตัว เช่น

  • การเล่นซ่อนหา
  • แข่งกันว่าใครสามารถกระโดดได้มากที่สุด
  • เล่นดนตรี ร้องเพลงและเต้นรำ

ใช้โทรทัศน์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

มีหลายวิธีที่จะช่วยให้บุตรหลานของคุณเรียนรู้ในขณะที่โรงเรียนปิด เช่น การอ่านหนังสือด้วยกันหรือการเล่นเกมด้วยกัน คุณยังสามารถใช้สิ่งที่พวกเขาดูทางโทรทัศน์หรืออินเตอร์เน็ตเพื่อช่วยพวกเขาในการเรียนรู้ได้ พูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากำลังดูหรือใช้ตัวละครโทรทัศน์ที่พวกเขาชื่นชอบในเกมและกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน โดยติดตั้งแอปพลิเคชั่นการเรียนรู้ที่สามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้

ที่สำคัญที่สุดคุณต้องตั้งค่าการควบคุมและความปลอดภัยของอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับวัยของเด็กและนั่งอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเพื่อให้พวกเขาได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่  ลองสอนให้เด็กทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนและครอบครัวผ่านทางออนไลน์ เช่น การวีดีโอคอล เพราะเด็ก ๆ อาจสนุกกับการคุยและแบ่งปันความคิดเห็นกับคนอื่น

การเข้าสังคมในช่วง Social Distancing

ในช่วงนี้อย่าลืมให้ลูกใช้เวลาอยู่กับเด็กคนอื่น ๆ เพราะการเข้าสังคมมันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาของเด็ก แต่ในตอนนี้เราก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคมหรือที่เรียกว่า Social distancing แต่แน่นอนว่าคุณสามารถให้ลูกคุยกับเพื่อนได้โดยไม่ส่งผลกระทบนั่นก็คือการใช้ “วีดีโอคอล” ลองให้เขาได้วิดีโอคอลกับเด็กคนอื่น ๆ เด็กเล็กอาจไม่ได้สนทนากันเป็นคำพูดมากนัก แต่พวกเขาสามารถแบ่งปันกิจกรรมหรือแสดงสิ่งที่พวกเขาทำหรือชอบซึ่งกันและกันได้ เมื่อถัดจากเพื่อน ๆ แล้วแนะนำให้ลองโทรคุยกับคนอื่น ๆ ที่ลูกของคุณรู้จัก เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าเขาไม่เหงา มีเพื่อนคุยและมีสังคม

อย่าลืมคำนึงสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี

การเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันโดยการที่เด็กๆ ต้องอยู่แต่ในบ้าน อาจทำให้เด็กบางคนต้องตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากและพวกเขาอาจมีอารมณ์ที่อ่อนไหว เบื่อ หงุดหงิด เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจส่งผลให้มีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่น่ารัก คุณต้องพยายามทำความเข้าใจในอารมณ์ของเด็ก พยายามให้ลูกของคุณอยู่ห่างจากข่าวที่อาจทำให้พวกเขาตกใจ ใช้เวลาสร้างความมั่นใจและเปิดใจที่จะพูดถึงความรู้สึกและความคิดของพวกเขาอย่างใจเย็น และอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น การทำแบบนี้จะช่วยให้พวกเขาเรียนรู้วิธีแก้ไขความขัดแย้งของตนเองในอนาคตด้วย

ทำให้เด็กๆมีความสุขในทุกๆวัน
หากิจกรรมที่ทำให้เด็กมีความสุขในทุก ๆ วัน

พูดคุยกับบุตรหลานของคุณเกี่ยวกับโคโรนาไวรัส (COVID-19)

ลูกของคุณอาจถามคุณเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะพวกเขาอาจไม่พอใจที่ไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามปกติ เช่น ไปเที่ยวกับครอบครัวหรือเล่นชิงช้าในที่สาธารณะ บางครั้งเด็ก ๆ บางคนอาจถามคุณเกี่ยวกับโคโรนาไวรัส (COVID-19) สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องยากที่จะพูดคุยกับเด็กเล็กและคุณอาจกังวลว่าจะทำให้พวกเขาอารมณ์เสีย อย่างไรก็ตามการเพิกเฉยต่อสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้พวกเขาไม่พอใจมากขึ้น คุณควรเปิดใจที่จะพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยการสนทนาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัย และอายุของเด็กแต่โดยทั่วไปคุณสามารถทำได้ดังนี้

  • ลงไปนั่งที่ระดับเดียวกันกับลูกเพื่อให้พวกเขาเห็นใบหน้าของคุณใกล้ ๆ
  • บอกให้พวกเขารู้ว่าไม่เป็นไรและไม่ต้องกังวลมากเพราะเราจะผ่านไปได้
  • หลีกเลี่ยงคำใหม่ๆ ศัพท์ทางการแพทย์ ที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเพราะอาจทำเด็กให้สับสน
  • ฟังพวกเขาอย่างรอบครอบและตอบคำถามที่พวกเขาถามแทนที่จะให้ข้อมูลที่พวกเขาไม่ต้องการ

หากคุณกำลังพูดถึงโคโรนาไวรัส (COVID-19) ให้พยายาม:

    1. สร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาว่า
      • เราอยู่ที่บ้านไม่ออกไปในที่ ๆ ไม่ปลอดภัย
      • บอกให้เด็กมั่นใจว่าเขาจะมีคุณดูแลอยู่ข้าง ๆ เสมอ
      • บอกเขาว่าตัวคุณเองจะไม่เป็นไรและคุณจะได้รับการดูแลหากคุณมีอาการป่วย
    2. ให้เหตุผลง่าย ๆ ว่าทำไมคุณถึงทำสิ่งต่าง ๆ เช่น ล้างมือบ่อย ๆ ใส่หน้ากากและรักษาระยะห่างหากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน
    3. แสดงให้พวกเขาเห็นว่าพวกเขาสามารถช่วยตัวเองให้รอดพ้นจากโรคโควิดได้อย่างไร เช่น ล้างมือหรือสวมหน้ากากอนามัยเพื่อให้พวกเขารู้สึกควบคุมตัวเองและมีส่วนร่วมในการดูแลตัวเองได้มากขึ้น

และสุดท้ายนี้อย่าลืมดูแลสุขภาพกันเยอะ ๆ นะคะ หมั่นล้างมือและสวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอเมื่อต้องออกไปข้างนอก แต่หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็อย่าลืมสังเกตและเช็คอาการตัวเองอยู่ตลอดว่าเข้าข่ายเป็นโควิดหรือไม่ และคุณสามารถเดินทางไปตรวจโควิด 19 ได้ที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตามที่คุณสะดวก หรือคุณอาจตรวจสอบว่ามีจำเป็นต้องไปตรวจโควิด 19 ในกรณีใด ได้จากลิงก์ที่เราใส่ไว้ให้เลยค่ะ

Baifern Jutamas

Baifern Jutamas

Hi everyone , I'm a graduate of Faculty of Humanities and Social Sciences, Thai major of Thaksin University. Let's enjoy to read. :)

Next Post