วิธี ป้องกัน โควิด 19 ในโรงเรียน สถานศึกษา

เมื่อสถานการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด 19 เริ่มดี รัฐบาลก็มีมาตรการให้เริ่มปลดล็อคมากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดห้างสรรพสินค้า , ร้านค้า, ร้านอาหาร รวมไปถึง โรงเรียนที่กำลัง จะเปิดในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ โดยที่จากเดิมนักเรียนจะต้องเรียนออนไลน์จากที่บ้าน ก็จะเริ่มปรับให้มาเรียนที่สถานศึกษาเป็นตามเดิมกันแล้ว แม้ว่าหลายๆ อย่างจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่เราทุกคนก็จะต้องปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ในสถานการณ์ COVID-19  ซึ่งมันอาจจะยุ่งยากมากขึ้น แต่มันจะช่วยให้เราปลอดภัยจากเชื้อไวรัสได้

สำหรับวิธีการป้องกันโควิด 19ในโรงเรียนหรือสถานศึกษาก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราทุกคนจะต้องตื่นตัวและให้ความช่วยเหลือทั้งตัวนักเรียนเอง และครูผู้สอน เพื่อจะช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรน่า

บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

 

ในวันนี้เรามีเคล็ดลับที่ดีในการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรน่าเมื่อคุณจะต้องไปโรงเรียนหรือสถานศึกษาในพื้นที่ที่มีจำนวนคนมากมายมาฝากกันค่ะ มาดูกันเลยดีกว่าจะมีวิธีไหนบ้าง



คำแนะนำในการป้องกันตัวเองจาก COVID-19 ในสถานศึกษา

1. การตรวจคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียนหรือสถานศึกษา

  • ทางโรงเรียนหรือสถานศึกษาจะต้องมีจุดตรวจสอบก่อนเข้าห้องเรียนควรจัดพื้นที่ให้เป็นโซนแยกอย่างชัดเจนและควรมีการจัดระเบียบในการเข้าแถวออกห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร
  • หากมีนักเรียนหรือนักศึกษาคนไหนมีไข้สูงกว่า 37.5 °C หรือหากพบว่าอาการจาม ไอ น้ำหมูกไหล เจ็บคอ เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก ให้นักเรียนหรือนักศึกษาคนนั้นหยุดเรียนและไปพบแพทย์โดยทันที (คุณสามารถอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของโรค COVID-19 ได้) หากพบว่ามีนักเรียนหรือนักศึกษามีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นมากกว่า 3 คนขึ้นไป ให้รีบแจ้งศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ทันที
การตรวจคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียนหรือสถานศึกษา

หมายเหตุ: โดยส่วนใหญ่แล้วการตรวจคัดกรองมักจะใช้เป็นเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้แบบอินฟาเรด ที่ใช้วัดค่าอุณหภูมิร่างกายผ่านผิวหนังโดยไม่ต้องสัมผัสตัว อาทิเช่น เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้แบบที่ยิงหน้าผาก ซึ่งจะช่วยให้สามารถคัดกรองผู้คนจำนวนมาก ๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว และที่สำคัญสภาพแวดล้อมโดยรอบจะต้องมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 85% และควรวางเครื่องวัดไว้ในพื้นที่นั้น ๆ ก่อน 10-30 นาที เพื่อให้เครื่องวัดปรับค่าอุณหภูมิให้เข้าอุณหภูมิของพื้นที่ คุณสามารถอ่าน วิธีการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟาเรดหรือการเลือกเครื่องวัดที่เหมาะกับการใช้งานด้านต่าง ๆ เพิ่มเติมได้จากบทความนี้ “เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้อินฟาเรด ที่แม่นยำที่สุด ปี 2020”


2. การจัดการในโรงอาหาร

โรงอาหารเป็นทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นสถานที่ที่ผู้คนแอดอัด ซึ่งจะเป็นเฉพาะเวลาพักเที่ยงที่ทุกคนพักตรงกัน ดังนั้นโรงอาหารจึงเป็นพื้นที่เสี่ยงที่สุด ทางโรงเรียนหรือสถานศึกษาจะต้องมีมาตรการในการจัดการที่ดีจึงจะช่วยลดความเสี่ยงได้

2.1 จัดพื้นที่สำหรับจุดตรวจคัดกรอง

มีจุดตรวจคัดกรองก่อนเข้าโรงอาหาร ซึ่งจะต้องทำเช่นเดียวกันกับการตรวจคัดกรองก่อนก่อนเข้าโรงเรียนหรือสถานศึกษา นั่นก็คือจัดระเบียบแถวให้เรียบร้อย เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร

2.2 การสวมหน้ากากอนามัย

สำหรับผู้ซื้อและผู้ขายควรจะสวมหน้ากากอนามัยในตอนซื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ขายหรือผู้ประกอบการ จะต้องสวมมากกว่าหน้ากากอนามัยนะคะ เพราะคุณจะต้องสวมทั้ง ถุงมือยางอนามัย หมวก และผ้ากันเปื้อน

2.3 ทำความสะอาดพื้นผิวที่ได้รับการสัมผัสบ่อย ๆ

ทำความสะอาดพื้นผิวที่ได้รับการสัมผัสบ่อย ๆ อาทิเช่น โต๊ะ เก้าอี้ บัตรคูปองแทนเงินสด หรือแม้แต่ชุดเครื่องปรุงอาหารสำหรับร้านที่ขายจำพวกก๋วยเตี๋ยว เพราะทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นพื้นผิวที่ทุกคนจะต้องใช้ร่วมกันทั้งสิ้น อย่าลืมทำความสะอาดแผงจำหน่ายอาหาร โดยใช้เลือกใช้เป็นแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป, น้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป, หรือจะเป็นน้ำยาฟอกขาวสำหรับฆ่าเชื้อ (คุณสามารถอ่านวิธีทำผ้าเช็ดทำความสะอาดสำหรับฆ่าเชื้อได้จากบทความของเรา) และควรจะมีการกำจัดขยะอย่างเหมาะสม



2.4 จุดบริการล้างมือ

ภายในโรงอาการควรมีจุดบริการล้างมือ การล้างมือที่ถูกต้องนั้นจะต้องล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที และล้างให้สะอาดทุกซอกทุกมุม คุณสามารถอ่านวิธีล้างมือได้จากบทความ ล้างมืออย่างไรให้สะอาด ปราศจากเชื้อโรคต่างๆ และควรมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป แนะนำวิธีการใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือใช้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพที่สุด

หมายเหตุ: คุณสามารถทำแอลกอฮอล์เจลล้างมือได้เองแบบง่าย ๆ ได้จากบทความของเรา แต่จะต้องตรวจสอบสอบชนิดของแอลกอฮอล์ว่าเป็นเอทิลแอลกอฮอล์หรือเมทิลแอลกอฮอล์ เพราะหากใช้ผิดชนิดอาจจะเกิดอันตรายได้ สำหรับใครที่ล้างมือบ่อยจนมือแห้งกร้านเรามีเคล็ดลับวิธีป้องกันปัญหามือแห้งจากการล้างมือบ่อยมาฝากกันค่ะ

2.5 การจัดการที่นั่ง

ที่นั่งสำหรับรับประทานอาหารนั้นจะต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร สำหรับการนั่งฝั่งตรงข้ามนั้นควรจะจัดให้เป็นการนั่งแบบเฉียงกัน ไม่ควรให้นั่งตรงกันข้ามแบบตรง ๆ หรือควรจะมีฉากกั้นให้เรียบร้อย

2.6 ความสะอาดของอุปกรณ์บนโต๊ะทานอาหาร

สำหรับทางร้านค้านั้นก็ควรมีมาตรการทำความสะอาดที่ดี อาทิเช่น ช้อนทานอาหารหรือแก้วน้ำ หากเป็นการทานอาหารร่วมกันแนะนำให้ใช้ช้อนกลาง และควรจะใช้แก้วน้ำแยกให้ชัดเจนไม่ควรใช้ร่วมกัน หากเป็นได้สำหรับช้อนทานอาหารหรือแก้วน้ำและขวดน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ต้องพึ่งระวังเช่นกัน เพราะเป็นอุกปกรณ์ที่เราจะต้องเอาเข้าปาก ดังนั้นเราแนะนำให้พกของใช้ส่วนตัวมาเองจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

2.7 มาตรการความสะอาดสำหรับร้านประกอบการ

สำหรับทางร้านประกอบการนั้น ก็ต้องมีการจัดที่ดี อาทิเช่น ภาชนะใส่ช้อนส้อมควรจะเป็นภาชนะแบบมีฝาปิดที่มิดชิด รวมถึงอาหารที่ทำจะต้องปรุงสุกใหม่ สำหรับข้าวราดแกงจะต้องมีที่ปิดอาหารให้เรียบร้อย และใช้ต้องใช้อุปกรณ์สำหรับหยิบจับอาหารให้ชัดเจน ไม่ควรใช้มือในการหยิบจับอาหาร และแผงที่จำหน่ายอาหารจะต้องมีฉากกั้นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

3. การจัดระเบียบในห้องเรียน

  • นักเรียนหรือนักศึกษาทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัย
  • การจัดการระยะห่างของโต๊ะเรียน หากโต๊ะเรียนสามารถแยกกันได้ ให้แยกโต๊ะออกจากกันและเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร สำหรับโต๊ะที่แยกไม่ได้ จะต้องนั้งเว้นเก้าอี้ไว้หรือมีที่กั้นให้เรียบร้อย
  • คนภายในห้องเรียนไม่ควรเกิน 10-20 คน/ห้อง หากสถานที่ศึกษาหรือห้องเรียนไม่เพียงพอให้พิจารณาทำการเรียนการสอนเฉพาะกลุ่ม

ข้อ 1-3 ขอขอบข้อมูลบางส่วนมาจาก: นิติแพทย์ชั้นปีที่ 6 โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก และเพจ Facebook Infectious ง่ายนิดเดียว

4. การเปิดเรียนและการใช้อาคารสถานที่ของสถานศึกษา

สำหรับการใช้สถานที่ทำกิจกรรม หรือเฉพาะประเภทกีฬาผ่อนคลาย นั้นสามารถทำกิจกรรมได้ แต่ต้องพิจารณาถึงจำนวนนักเรียนต่อพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรค

สำหรับการใช้อาคารของสถาบันศึกษาเพื่อเป็นสถานที่ในการประชุม, จัดการสอบต่าง ๆ หรือฝึกอบรมระยะสั้น(ไม่เกิน 15 วัน) ให้ยังคงดำเนินการป้องกันตามมาตรการเดียวกันอย่าง

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ ศธ.360 องศา



กำหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ภาคเรียนที่ 1/2563 ตามประเภทของโรงเรียน

ประเภทโรงเรียน โรงเรียนที่มี
นร. ต่ำกว่า 120 คน
โรงเรียนที่มี
นร. ไม่เกิน 20/25 คน/ห้อง
โรงเรียนที่มี
นร. มากกว่า 20/25 คน/ห้อง
โรงเรียนการศึกษาพิเศษ โรงเรียน
วัตถุประสงค์พิเศษ
แบ่งออกเป็น ✔ ไม่มี นร. และยกเลิกไม่ได้
✔ ไม่มี นร. แต่ยังประกาศยกเลิกได้
✔ ไม่เกิน 20 คน/ห้อง (อนุบาล, ประถมศึกษา)
✔ ไม่เกิน 25 คน/ห้อง(มัธยมศึกษา)
✔ รร. ขนาดกลาง
✔ รร. ขนาดใหญ่
✔ รร. ขนาดใหญ่พิเศษ
✔ รร. ศึกษาสงเคราะห์
✔ รร. เฉพาะความพิเศษ
✔ ศูยน์การศึกษาพิเศษ
✔ กลุ่ม รร. วิทยาศาสตร์ จุฬาฯ
✔ กลุ่ม รร. กาญจนาภิเษกวิทยาลัย
✔ กลุ่ม รร. เฉลิมพระเกียรติ
✔ รร. กีฬา หรือ รร. ปกติที่มีห้องเรียนกีฬา
✔ ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ฯลฯ
ลักษณะโรงเรียน ✔ ใช้ DLTV 11,145 รร.
✔ ไม่ใช่ DLTV 3,438 รร.
✔ นร. ประจำ
✔ นร. ไปกลับ
✔ นร. ประจำและไปกลับ
✔ นร. ประจำ
✔ นร. ไปกลับ
✔ นร. ประจำและไปกลับ
มาตรการป้องกัน
ทางด้านสาธารณสุข
การจัดการเรียนการสอน สอนปกติ (Onsite) ในรูปแบบการศึกษาทางไกล DLTV สอนปกติ (Onsite) ร่วมกับ On-Air และแบบผสมผสาน (Blended) สอนปกติ (Onsite) และแบบผสมผสาน (Blended)* สอนปกติ (Onsite) และแบบผสมผสาน (Blended)* สอนปกติ (Onsite) และแบบผสมผสาน (Blended)*
1 สลับวันมาเรียน (จ./พ./ศ.) และ (อ./พฤ.)
2 สลับวันมาเรียน คู่/คี่
3 สลับชั้นมาเรียน เรียน 5 วัน หยุด 9 วัน
4 สลับเวลามาเรียน สำหรับมาเรียนทุกวัน (เช้า/บ่าย)
5 แบ่งกลุ่ม นร. 2 กลุ่ม และสลับมาเรียนกัน
โดยเป็นไปตามความเหมาะสมและบริบทของโรงเรียน

* นักเรียนที่มาเรียนที่โรงเรียน และนักเรียนมาจากที่บ้าน ต้องได้รับการเรียนรู้ที่ไม่ต่างกัน โดยสามารถเชื่อมโยงการเรียนการสอนและแบบประเมินผลได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เพจ Facebook ศธ.360 องศา

การป้องกัน COVID-19 ไอเท็มที่ขาดไม่ได้: หน้ากากอนามัย

หน้ากากอนามัยเป็นหนึ่งสิ่งที่จะช่วยป้องกันเราจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้และยังเป็นการลดการแพร่กระจายเชื้อได้เป็นอย่างดี หน้ากากอนามัยนั้นมีหลายแบบให้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์, หน้ากากอนามัยแบบคาร์บอน, หน้ากาก N95 หรือแม้แต่หน้าผ้าก็สามารถป้องกันเชื้อไวรัวโควิด 19 ได้

หน้ากากอนามัยทางการแพทย์

หน้ากากอนามัยแบบคาร์บอน

หน้ากากอนามัย N95

1. หน้ากากผ้าสามารถป้องกัน COVID-19 ได้

สำหรับหน้ากากผ้านั้นจะต้องเลือกให้หน่อยนะคะ คุณจะต้องเลือกชนิดของผ้าที่สามารถกันละอองน้ำได้ อาทิเช่น ละอองน้ำลาย น้ำหมูก จากการไอ จาม พูดคุย ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมารับรองแล้วว่าหน้ากากผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายมัสลิน (กรองอย่างน้อย 2 ชั้น) หรือผ้าสาลู (กรองอย่างน้อย 3 ชั้น) นั้นสามารถใช้ป้องกัน COVID-19 ได้ คุณสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความของเราเกี่ยวกับหน้ากากผ้า และวิธีทำหน้ากากผ้าง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

2. ห้ามสวมหน้ากากที่มีสีสันหรือลวดลาย จริงหรือไม่ ?

สำหรับหน้าผ้าที่เป็นประเด็นในโลกออนไลน์กันอยู่ตอนนี้ เกี่ยวกับการสั่งห้ามนักเรียนสวมหน้าผ้าที่มีสีสันหรือลวดลายต่าง ๆ นั้น ทางรมว.ศึกษาธิการ “ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ” ได้ออกมาเน้นย้ำแล้วว่า “นักเรียนสามารถสวมใส่หน้ากากที่มีสีสันลวดลายได้” เพราะจุดประสงค์หลักของการสวมหน้ากากนั้นก็เพื่อลดและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ จึงขอให้ทุกคนคำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่ากฎระเบียบ (ขอบคุณที่มากจากเพจ Facebook ศธ.360 องศา)

นักเรียนสามารถสวมใส่หน้ากากที่มีสีสันลวดลายได้ รูปภาพจาก เพจ Facebook ศธ.360 องศา

3. วิธีการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง

  • ล้างมือให้สะอาดน้อย 20 วินาทีก่อนสวมหน้ากาก
  • หันด้านที่มีสีออก หรือให้เอาด้านที่มารอยพับชี้ลงอยู่และต้องอยู่ด้านนอก วางไว้เหนือจมูกและปากของคุณ เอาด้านที่มีดัดลวดอยู่ด้านบน และดัดลวดให้เข้ากับสันจมูก จากนั้นคล้องสายรัดหูทั้ง 2 ข้าง
  • จัดตำแหน่งหน้ากากให้พอดีกับใบหน้าของเรา ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสามารถหายใจได้อย่างสะดวก และไม่ควรเลื่อนตำแหน่งของหน้ากากไว้ที่อื่น อาทิเช่น การเลื่อนมาไว้ที่ใต้คางเป็นต้น
  • ห้ามสัมผัสหน้ากากในขณะที่คุณสวมใส่
  • ควรล้างมือให้สะอาดหลังจากที่คุณถอดหน้ากาก

ขอบคุณคลิปวีดีโอจากเฟซบุ๊กแสดงให้เห็นว่าองค์การอนามัยโลก(WHO)


คำแนะนำด้านสุขอนามัย COVID-19 สำหรับครูต่อเด็กเล็ก-เด็กปฐมวัย

แม้ว่าสถานการณ์โควิดกำลังจะดีขึ้น แต่สำหรับเด็กเล็กแล้วนั้นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การเตรียมความพร้อมต่อครูผู้สอนหรือแม้แต่ผู้แลเด็กจึงต้องมีมาตรการที่รอบครอบก่อนจะเปิดศูนย์เด็กเล็กอีกครั้ง

อ้างอิงจากเว็บไซต์รัฐบาลของประเทศอังกฤษ กล่าวว่า หากเด็กติดเชื้อ coronavirus (COVID-19) มีการยืนยันทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า เด็ก ๆ จะมีอาการรุนแรง และเป็นพาหะของโรคน้อยกว่าผู้ใหญ่



วิธีป้องกันการระบาดของโควิด 19 ในโรงเรียน

  • มีจุดคัดกรองวัดไข้ และตรวจสอบอาการไข้สูง ไอ จาม เจ็บคอ เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก เบื้องต้น
  • การกำหนดจุดรับส่งเด็กสำหรับผู้ปกครองที่เฉพาะเจาะจง โดยแยกพื้นที่ให้ชัดเจน
  • ไม่ควรอนุญาติให้บุคคลภายนอกเข้ามาในสถานที่ของศูนย์เด็กเล็ก
  • สำหรับครูหรือผู้ดูแลเด็กมีอาการไข้สูง ไอ จาม เจ็บคอ เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก หรือกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อ (ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ)ให้หยุดงานทันที และกักตัวตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด คุณสามารถอ่านบทความ “กักตัวอยู่บ้าน 14 วัน ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร กรณีเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิค 19” หรือ “ทำไมต้องกักตัวเองที่บ้าน อย่างน้อย 14 วัน
  • ก่อนปฏิบัติงานครูหรือผู้ดูแลเด็กควรมีการเปลี่ยนชุดที่สวมใส่, ควรล้างมือให้สะอาดอย่างถูกต้อง, สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และปฏิบัติงานตามปกติ
  • กำหนดจุดล้างมือ ล้างเท้า และที่เปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับเด็ก ๆ ให้เรียบร้อยและเป็นระเบียบ
  • หมั่นทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส, สถานที่, ห้องเรียน, อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้เป็นประจำ รวมถึงยานพาหนะรับส่งเด็ก
  • การจัดกิจกรรมใด ๆ ก็ตามแต่ ควรมีการเว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร ไม่ควรจัดกิจกรรมที่เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ควรจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๆ ไม่เกิน 6 คน
  • สำหรับการรับประทานอาหารนั้น เน้นอาหารที่ปรุงสุกใหม่มีความสะอาดและมีคุณค่าทางสารอาหารตามหลักโภชนาการ พื้นที่รับประทานอาหารควรนั่งห่างกันเว้นระยะ 1-2 เมตร หรือมีฉากกั้นให้เรียบร้อย และล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง
  • กำหนดระยะห่างสำหรับพื้นที่ในการนอนของเด็กเล็ก
  • อย่าลืมสอนเด็ก ๆ ที่มีอายุมากกว่า 2 ปี ในการสวม-ถอดหน้ากาก และการเก็บหน้ากากผ้าอย่างถูกต้อง (จากคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเป็นสถาบันสุขภาพแห่งชาติ CDC กล่าวว่าสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรสวมหน้ากาก)
  • สอนเด็ก ๆ ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และสอนวิธีการเก็บของใช้ส่วนตัวอย่างถูกต้อง
  • ให้ความเห็นและคำแนะนำเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสที่น่าสนใจหรือ COVID-19
  • สอนให้เด็กล้างมืออย่างถูกวิธีด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือสอนการใช้เจลทำความสะอาดมือ
วิธีล้างมืออย่างไรให้สะอาด

ขอขอบคุณข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมสุขภาพกรมอนามัยและ Facebook หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkhla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Related Posts

Next Post